
วัคซีนไข้หวัดใหญ่ ใครฉีดได้-ใครบ้างที่ห้าม
เพจเฟซบุ๊ก Fda Thai ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เผยข้อควรรู้ วัคซีนไข้หวัดใหญ่ ผู้ที่ฉีดได้ และที่ห้ามฉีด
เพจเฟซบุ๊ก Fda Thai ของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) โพสต์ข้อความระบุว่า แม้วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ จะไม่สามารถป้องกันโรคได้ 100 % แต่หากเราอยู่ในกลุ่มเสี่ยง ฉีดไว้ก็ยังดีกว่านะ มาดูกันว่าใครบ้างที่ควรได้รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ และใครบ้างที่ห้าม
สำหรับผู้ที่ควรได้รับวัคซีนไข้หวัดใหญ่ คือ
1.กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงในการที่จะเกิดอาการแทรกซ้อน หลังจากป่วย
- ผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป
- ผู้ที่เข้ารับการบำบัดอยู่ใน nursing home และสถานที่รับดูแลโรคเรื้อรัง
- ผู้ใหญ่ และเด็กที่มีโรคปอดเรื้อรัง โรคระบบหัวใจ และหลอดเลือดรวมทั้งเด็กที่เป็นโรคหอบหืด
- ผู้ใหญ่หรือเด็กที่ต้องเข้ารับการรักษา เป็นผู้ป่วยในโรงพยาบาลอยู่เป็นประจำด้วยโรคเรื้อรังคือ โรคเบาหวาน โรคไต โรคเลือด หรือมีภูมิคุ้มกันบกพร่อง รวมทั้งผู้ที่ได้รับยากดระบบภูมิคุ้มกัน
- เด็กหรือวัยรุ่น (6 เดือน – 18 ปี) ที่จำเป็นจะต้องได้รับการรักษาด้วยแอสไพรินเป็นประจำจะมีความเสี่ยงสูงต่อการป่วยเป็น Reye's Syndrome หากป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่
2.บุคลากรทางการแพทย์ หรือบุคคลที่มีโอกาสสัมผัสกับผู้เป็นโรค
3.ประชาชนทั่วไป
อาการที่อาจเกิดหลังจากได้รับวัคซีน เช่น ปวดเมื่อยตามตัว ปวดบวมบริเวณที่มีการฉีดวัคซีน บางรายอาจพบอาการท้องเสีย อ่อนเพลีย มีห้อเลือด หรือคันบริเวณที่ฉีด แต่อาการจะสามารถหายเองได้ภายใน 1 – 2 วัน หากอาการดังกล่าวไม่ทุเลาลง ควรรีบไปพบแพทย์
วัคซีนไข้หวัดใหญ่ห้ามใน
- ผู้ที่แพ้ยา/วัคซีน
- ผู้ที่แพ้ไข่ โปรตีนจากไข่
- ผู้ที่อายุน้อยกว่า 6 เดือน
- ผู้ที่มีไข้
- ผู้ป่วยโรคกิลเลน-บารร์เร่ ซินโดรม (Guillain-Barre Syndrome) หรือโรคที่ความผิดปกติของเส้นประสาทส่วนปลาย
- ผู้ที่เพิ่งหายจากการเจ็บป่วยมาไม่เกิน 1 สัปดาห์หรือเพิ่งออกจากโรงพยาบาล ได้ไม่เกิน 2 สัปดาห์
ที่มา : เพจเฟซบุ๊ก Fda Thai






