
รัฐบาลเปิดวอร์รูม เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำ-รับมือฝนถล่ม ช่วยเหลือปชช. 24 ชม.
รัฐบาลเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำ สั่งหน่วยเกี่ยวข้องรับมือฝนเดือนสิงหาคม ระดมเครื่องจักรกลเข้าจุดเสี่ยง - ตั้งศูนย์พักพิงพร้อมช่วยเหลือ 24 ชม.
KEY
POINTS
- รัฐบาลตั้งศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) เพื่อติดตามและบริหารจัดการสถานการณ์น้ำตลอด 24 ชั่วโมง รับมือฝนตกหนักในเดือนสิงหาคม
- กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าจะมีฝนตกหนักช่วงวันที่ 3-10 ส.ค. โดยรัฐบาลได้เตรียมเครื่องจักรกลและเจ้าหน้าที่เข้าประจำจุดเสี่ยงแล้ว
- แจ้งเตือนเฝ้าระวังเป็นพิเศษวันที่ 6-8 ส.ค. ในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน ซึ่งเสี่ยงเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก
- สั่งการให้จังหวัดต้นน้ำในภาคเหนือ เช่น เชียงราย น่าน เตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราวเพื่อช่วยเหลือประชาชนหากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน
5 สิงหาคม 2569 ร้อยเอกหญิงภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลมีความห่วงใยประชาชนต่อสถานการณ์ฝนตกต่อเนื่องในช่วงเดือนสิงหาคมนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงได้บูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างเข้มข้นเพื่อบริหารจัดการน้ำเชิงรุก และเตรียมพร้อมช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง โดยมีการวางแผนบริหารจัดการน้ำผ่านศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) เพื่อติดตามปริมาณฝนและสถานการณ์น้ำแบบ Real-time
ข้อมูลปัจจุบัน พบว่าอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมประมาณ 43,000 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 57% ของความจุ ซึ่งยังสามารถรองรับน้ำหลากได้อีกกว่า 33,000 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะบริหารจัดการน้ำอย่างสมดุล สอดคล้องกับปริมาณฝนที่ตกในแต่ละพื้นที่ เพื่อรองรับน้ำหลากในช่วงฤดูฝน ขณะเดียวกันยังคงรักษาปริมาณน้ำต้นทุนไว้ใช้ในช่วงฤดูแล้ง
ร้อยเอกหญิงภัทร์ดารัสมิ์ ระบุว่า กรมอุตุนิยมวิทยาได้คาดการณ์ว่าจะมีฝนตกเพิ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงวันที่ 3–10 สิงหาคมนี้ รัฐบาลจึงได้เตรียมความพร้อมขั้นสูงสุดเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว โดยมีการระดมเครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ และเครื่องจักรกลหนัก เข้าประจำจุดเสี่ยงริมแม่น้ำและพื้นที่ลุ่มต่ำ พร้อมเฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงเตรียมความพร้อมช่วยเหลือประชาชนอย่างทันท่วงที หากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน
นอกจากนี้ต้องเฝ้าระวังปริมาณฝน ที่จะเพิ่มขึ้นจากอิทธิพลของประเทศจีน โดยเฉพาะวันที่ 6-8 สิงหาคมนี้ ที่จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากในภาคเหนือตอนบน เสี่ยงเกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในลุ่มน้ำสายและลุ่มน้ำน่าน รัฐบาลได้กำชับจังหวัดต้นน้ำ อาทิ เชียงใหม่ เชียงราย น่าน และสุโขทัย ให้ประสานความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยในพื้นที่ จัดเตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราวเพื่อความปลอดภัยสูงสุดของประชาชน







