"สมเด็จพระสังฆราช" มีพระดำรัสวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ รัชกาลที่ 9

02 ธ.ค. 2563 เวลา 2:38 น.724

เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก มีพระดำรัสเนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2563

 

เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก มีพระดำรัสเนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2563 ใจความว่า

 

“อภิลักขิตสมัยคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้เวียนมาบรรจบอีกคำรบหนึ่ง ทางราชการได้กำหนดให้เป็นวันชาติ และเป็นวันพ่อแห่งชาติอีกด้วย จึงควรที่เราทั้งหลายผู้อาศัยพระบารมีปกเกล้าปกกระหม่อมเป็นที่พึ่ง จักพึงน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ และบำเพ็ญคุณงามความดี อุทิศถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระองค์ผู้ทรงเปรียบประดุจบิดาแห่งอาณาประชาราษฎร

 

ราชธรรม 10 ประการ ที่เรียกกันว่า ‘ทศพิธราชธรรม’ อันเป็นธรรมะสำหรับพระราชาหรือผู้เป็นใหญ่นั้น แท้จริงแล้ว ย่อมเป็นธรรมซึ่งสาธารณะสำหรับบุคคลทั่วไป คนไทยทุกคนควรจะได้ศึกษาใคร่ครวญโดยตลอด แล้วน้อมนำมาเป็นแบบอย่างทางประพฤติสำหรับตน เพื่อยังผลให้สามารถเข้าใจกระจ่าง จนซาบซึ้งแน่นแฟ้น ไม่มีวันจะคลอนแคลนศรัทธา ที่มีต่อพระราชจริยาสัมมาปฏิบัติของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ผู้ทรงตั้งพระราชหฤทัยมั่น ในอันที่จะทรงสร้างสรรค์ความผาสุกร่มเย็นให้แก่พสกนิกรภายใต้พระบรมโพธิสมภารอันร่มเย็น ตลอด 70 ปีแห่งการดำรงสิริราชสมบัติ

 

 

"สมเด็จพระสังฆราช" มีพระดำรัสวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ รัชกาลที่ 9

 

ธรรมประการแรกในทศพิธราชธรรมซึ่งพึงหยิบยกมาพิจารณาให้ถี่ถ้วนนั้นได้แก่ ‘ทาน’ แปลว่า ‘การให้’ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระองค์นั้น ทรงมั่นคงในการบำเพ็ญทานสำคัญยิ่งยวดประการหนึ่ง กล่าวคือ ‘อภัยทาน’ หมายถึง การสละอารมณ์โกรธ ไม่จองเวร ตัดความพยาบาทให้ขาดออกจากใจ เป็นการเจริญเมตตาพรหมวิหารไว้เสมอ

 

พระองค์ได้ทรงบำเพ็ญพระราชอภัยทาน ก็ด้วยเหตุที่มีพระขันติคุณ และพระมหากรุณาธิคุณล้นเหลือ เมื่อมีผู้กระทำหรือคิดบั่นทอนกำลังพระราชหฤทัย ในการสร้างสรรค์พระราชกรณียกิจด้วยน้ำพระราชหฤทัยบริสุทธิ์ ก็มิทรงหยุด มิทรงท้อถอย มิทรงระงับยับยั้ง ที่จะทรงยังประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม เหตุฉะนี้จึงทรงดำรงพระองค์อยู่อย่างสง่างามในการสั่งสมพระบารมีธรรม

 

เราทั้งหลายผู้เป็นไทย จึงควรเจริญรอยตามพระราชจริยาในรัชกาลที่ 9 ด้วยการบำเพ็ญอภัยทานแก่กันและกันอย่างไม่มีประมาณ ขอเราทั้งหลายจงคิดแต่ในทางสร้างสรรค์ ที่เป็นประโยชน์เกื้อกูลกัน เจรจากันด้วยเหตุผล อดทนอดกลั้นแม้มีความคิดเห็นแตกต่าง สรรค์สร้างคุณสมบัติของความเป็นผู้มีเมตตาอันเป็นประตูไปสู่ความเข้าอกเข้าใจกัน พร้อมที่จะช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ด้วยปณิธานมุ่งมั่นเพื่อประโยชน์ส่วนรวมยิ่งกว่าประโยชน์ส่วนตนซึ่งจะอำนวยผลเป็นความเจริญรุ่งเรืองของบ้านเมืองไทย สมพระบรมราชปณิธานในรัชกาลที่ 9 และสมเด็จบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้า ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ

 

ขออานุภาพแห่งคุณความดีที่สาธุชนทั้งหลายได้ร่วมกันบำเพ็ญ จงสำเร็จเป็นทิพยสุขแด่ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และเป็นเครื่องพิทักษ์รักษาคุ้มครองประชาชาติไทยให้ประสบความเกษมสุขสวัสดี มีกำลังพรั่งพร้อมในอันที่จะทำนุบำรุงราชอาณาจักรไทยให้วัฒนาสถาพรสืบไป ตลอดกาลนาน เทอญ.”

 

แท็กที่เกี่ยวข้อง