
CCET ฟื้นแรง Q2 กำไรพุ่ง 41.6% โรงงานใหม่ดันออเดอร์ Printer-SSD
CCET รับแรงหนุนโรงงานใหม่ ออเดอร์ Printer-SSD ดันกำไรฟื้นถึงปี 70 โบรกประเมินเป้าหมาย 9.30-10 บาท พร้อมคำแนะนำ “ถือ-ซื้อ” หลังราคาหุ้นตอบรับข่าวดีแล้วบางส่วน
KEY
POINTS
- ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิ 711 ล้านบาท เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทั้งเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนและช่วงเดียวกันของปีก่อน
- โรงงานแห่งใหม่เริ่มรับคำสั่งซื้อสินค้ากลุ่ม Printer และ SSD ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ผลักดันให้ยอดขายรายเดือนเติบโตสูงตั้งแต่เดือนมิถุนายนเป็นต้นมา
- การเพิ่มขึ้นของสินค้าคงคลังและเจ้าหนี้การค้าสะท้อนถึงคำสั่งซื้อในมือจำนวนมากที่เตรียมส่งมอบในไตรมาส 3/2569 ซึ่งคาดว่าจะหนุนให้กำไรเติบโตต่อเนื่อง
CCET กลับมาโดดเด่นรับกระแสลงทุน AI หลังไตรมาส 2/2569 กำไรสุทธิ 711 ล้านบาท โต 41.6% จากไตรมาสก่อน และ 17.2% จากปีก่อน โรงงานใหม่เร่งรับออเดอร์ Printer-SSD ดันยอดขายเดือน ก.ค. พุ่ง 58% ขณะที่โบรกฯ มองกำไรครึ่งปีหลังฟื้นต่อเนื่องถึงปี 2570 พร้อมปรับราคาเป้าหมายขึ้น 9.30-10 บาท
หุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ไทยยังคงได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างต่อเนื่องตามกระแสการลงทุน AI ของโลก โดย บริษัท แคล-คอมพ์ อีเล็คโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ CCET กลับมาอยู่ในสายตานักลงทุนอีกครั้ง หลังผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ฟื้นตัวเด่น พร้อมสัญญาณออเดอร์จากโรงงานใหม่ที่เร่งขึ้น โดยเฉพาะ Printer และ SSD
สะท้อนผ่านยอดขายเดือนมิถุนายนและกรกฎาคมที่เติบโตสูง ขณะที่สินค้าคงคลังและเจ้าหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้น บ่งชี้ถึงคำสั่งซื้อในมือซึ่งเตรียมส่งมอบในไตรมาส 3/2569 อย่างไรก็ดี แม้แนวโน้มกำไรมีโอกาสเติบโตต่อเนื่องถึงปี 2570 และผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับ AI อาจเป็นแรงหนุนเพิ่มเติม แต่มูลค่าหุ้นที่ปรับขึ้นรับความคาดหวังไปมากแล้ว
โรงงานใหม่รับออเดอร์ Printer-SSD ดันรายได้พุ่ง
นายสุโชติ ถิรวรรณรัตน์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดมุมมองต่อ บริษัท แคล-คอมพ์ อีเล็คโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ CCET ว่า จากการประกาศกำไรสุทธิในไตรมาส 2/2569 ออกมาเติบโต 17.2% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน และ 41.6% จากไตรมาสก่อนหน้า เป็น 711 ล้านบาท
ในขณะที่รายได้ในไตรมาส 2/2569 ฟื้นตัว 17.2% จากไตรมาสก่อนหน้า และเติบโต 10.4% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน สู่ระดับ 3.48 หมื่นล้านบาท โดยการฟื้นตัวเริ่มขึ้นตั้งแต่เดือน เม.ย. สอดคล้องกับที่ฝ่ายวิจัยคาดไว้ โรงงานใหม่ที่ก่อสร้างแล้วเสร็จในช่วงครึ่งหลังปี 2568 เริ่มรับออเดอร์ครั้งแรกสำหรับ Printer และ SSD ในไตรมาส 2/2569
ส่งผลให้รายได้รายเดือนปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญสู่ระดับ 1.28 หมื่นล้านบาทในเดือน มิ.ย. เพิ่มขึ้น 12% จากเดือนก่อนหน้า และขยายตัว 38% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน อัตรากำไรขั้นต้นฟื้นตัวสู่ 5.3% จาก 5.0% ในไตรมาส 1/2569 แม้ยังต่ำกว่า 5.6% ในไตรมาส 2/2568 ขณะที่อัตราส่วน SG&A ต่อยอดขายปรับดีขึ้นเป็น 2.6% จาก 3.1% ในไตรมาส 2/2568 และ 2.9% นไตรมาส 1/2569
สต๊อก-เจ้าหนี้พุ่ง รับออเดอร์ในมือ Q3
ในด้านเจ้าหนี้การค้าพุ่ง และสินค้าคงคลัง ณ สิ้นไตรมาส 2/2569 ขึ้นสู่ 4.0 หมื่นล้านบาท ขยายตัว 45% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน และเติบโต 27% จากไตรมาสก่อนหน้า และ 2.78 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 103% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน และเติบโต 40% จากไตรมาสก่อนหน้า จากการสะสมสินค้าคงคลังเพื่อรองรับออเดอร์ลูกค้า โดยเฉพาะกลุ่ม SSD ที่ต้องสต๊อกชิพไว้ล่วงหน้า
นอกจากนี้ ยอดขายเดือน ก.ค. ที่ 1.42 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% จากเดือนก่อนหน้า และขยายตัว 58% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน สนับสนุนมุมมองของเราที่คาดการเติบโตต่อเนื่องทั้งเมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน และ จากไตรมาสก่อนหน้า ในไตรมาส 3/2569 โดยเดือน ส.ค. คาดจะยังแข็งแกร่ง เมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน
ทั้งนี้ เดือน ก.ย. อาจเผชิญแรงกดดันจากฐานที่สูงของออเดอร์ Smart wearable ที่แข็งแกร่งเป็นพิเศษใน ก.ย. 2568 ทั้งนี้ แม้ราคาชิพที่ปรับสูงขึ้นจะมีส่วนทำให้เจ้าหนี้การค้าเพิ่มขึ้น แต่รูปแบบธุรกิจ Assembly ของ CCET ที่ส่งผ่านต้นทุนวัตถุดิบไปยังราคาขาย ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นไม่ได้รับผลกระทบ และบริษัทไม่ได้แบกรับความเสี่ยงในประเด็นนี้
แนวโน้มกำไรดีต่อเนื่องใน Q3/69 และปี 70
ทั้งนี้ มองว่ารายได้จากโรงงานใหม่ (Printer และ SSD) แข็งแกร่งเกินคาดตั้งแต่เดือน มิ.ย. และเนื่องจากเป็นสินค้าหลักที่ CCET มีความชำนาญในการผลิตอยู่แล้ว ทำให้เราคาดว่ายอดขายจะต่อเนื่องในปี 2570 ผลิตภัณฑ์ใหม่ อาทิ Semiconductor equipment และ L12 AI server ยังคงไม่รวมอยู่ในประมาณการฯ
เนื่องจากยังอยู่ระหว่างการพัฒนาและรอการรับรองจากลูกค้า อย่างไรก็ดี เพียงแค่โรงงานใหม่ที่เดินเครื่องเต็มกำลังผลิต ก็เพียงพอที่จะสนับสนุนการปรับประมาณการฯกำไรปี 2569-2570 ขึ้น 7.4% และ 9.5% สู่ระดับ 2.88 พันล้านบาท และ 3.13 พันล้านบาท ตามลำดับ
อัพเป้าราคาใหม่ 9.30 บาท แนะนำถือ
จากปัจจัยที่กล่าวมา ส่งผลให้ฝ่ายวิจัยปรับไปใช้ราคาเป้าหมายปี 2570 ได้ราคาเป้าหมายใหม่ที่ 9.30 บาท (จากเดิม 7.30 บาท) หนุนโดยรายได้จากโรงงานใหม่เต็มปี โดยยังคงใช้เป้าหมาย EV/EBITDA ที่ +2SD แต่ปรับเป้าหมาย EV/EBITDA ขึ้นเล็กน้อยเป็น 17.7 เท่า จาก 16 เท่า เนื่องจากค่าเฉลี่ยและ Standard deviation ย้อนหลัง 5 ปีได้ปรับตัวสูงขึ้นในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา
อย่างไรก็ดี ฝ่ายวิจัยยังคงคำแนะนำถือ เนื่องจากราคาหุ้นสะท้อนความคาดหวังเชิงบวกไปมากแล้ว ขณะที่กำไรยังอยู่ในช่วงฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยผลิตภัณฑ์ใหม่ อาทิ Semiconductor equipment และผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับ AI เป็น Upside ที่ยังไม่รวมในประมาณการฯ และยังคงต้องจับตาปัจจัยเสี่ยงความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน
หยวนต้า อัพคำแนะนำ “ซื้อ” เป้า 10 บาท
นักวิเคราะห์ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) เปิดมุมมองต่อหุ้น CCET ว่า ทางฝ่ายคาดการณ์กำไรในช่วงครึ่งหลังปี 2569 จะเติบโตเมื่อเทียบกับช่วงครึ่งแรกปีนี้ต่อเนื่อง ตามการฟื้นตัวของวัฏจักรอุตสาหกรรม และการไม่มีค่าใช้จ่ายพิเศษกดดันเหมือนในช่วงครึ่งแรกปี 2568
ทั้งนี้ ทางฝ่ายคงประมาณการปี 2569-2570 พร้อมปรับไปใช้ราคาเหมาะสม ณ สิ้นปี 2570 ที่ 10.00 บาทต่อหุ้น อิง PER 30.2 เท่า
โดยทางฝ่ายปรับคำแนะนำขึ้นเป็น "ซื้อ" โดยมองว่าหุ้นยังอยู่ในช่วงต้นของวัฏจักรฟื้นตัวของอุตสาหกรรม ซึ่งจะหนุนการเติบโตของกำไรในช่วงครึ่งหลังปี 2569 ต่อเนื่องถึงปี 2570 และเปิดโอกาสให้ Valuation ปรับตัวสูงขึ้น (Re-rate)







