thansettakij
thansettakij
‘AI-ดาต้าเซ็นเตอร์’ดันหุ้นเทคโนโลยีขาขึ้น ชู ‘HANA-KCE’ เด่น

‘AI-ดาต้าเซ็นเตอร์’ดันหุ้นเทคโนโลยีขาขึ้น ชู ‘HANA-KCE’ เด่น

21 ส.ค. 69 | 06:42 น.
อัปเดตล่าสุด :21 ส.ค. 69 | 06:43 น.

หุ้นอิเล็กทรอนิกส์เข้าสู่วัฏจักรขาขึ้น รับแรงหนุน AI-Data Center ดันคำสั่งซื้อเร่งตัว โบรกฯ มองออเดอร์มีโอกาสทรงตัวระดับสูงต่ออีก 18 เดือน ชู HANA-KCE เด่น ขณะที่ DELTA ยังได้ประโยชน์จาก AI แต่ต้องจับตาต้นทุนวัตถุดิบ

KEY

POINTS

  • การเติบโตของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและอิเล็กทรอนิกส์ได้รับแรงขับเคลื่อนหลักจากกระแสการลงทุนใน AI และ Data Center ทั่วโลก ไม่ใช่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโดยรวม
  • บริษัท HANA และ KCE ได้รับประโยชน์โดยตรง โดย HANA ปรับตัวเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทาน AI ขณะที่ KCE ได้รับคำสั่งซื้อชิ้นส่วนสำหรับโครงสร้างพื้นฐาน Data Center เพิ่มขึ้น
  • นักวิเคราะห์มองว่า HANA และ KCE มีความน่าสนใจในการลงทุนมากกว่าหุ้นตัวอื่นในกลุ่ม เนื่องจากสามารถหาลูกค้ารายใหม่และปรับเพิ่มราคาขายได้

ทิศทางการส่งออกไทยในช่วง 6 เดือนแรกปี 2569 ที่มีมูลค่ารวม 196,741.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 17.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากสินค้ากลุ่มเทคโนโลยีและอิเล็กทรอนิกส์ สะท้อนภาพการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างการส่งออกไทยที่กำลังได้รับอานิสงส์จากการลงทุนในเทคโนโลยีระดับโลก โดยเฉพาะ AI และ Data Center 

AI-Data Center จุดชนวนรอบขาขึ้นหุ้นอิเล็กฯ

นายวทัญ จิตต์สมนึกผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ในช่วงที่ผ่านมา หากมองให้ชัดเจน ปัจจัยหลักไม่ได้มาจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโดยรวม แต่เป็นผลจากกระแส AI และ Data Center ที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว

นับตั้งแต่ปี 2567 กลุ่มผู้พัฒนา Cloud หรือ Hyperscalers ได้แก่ GOOGL, Microsoft, Amazon, META และ Oracle ต่างเพิ่มงบลงทุนจำนวนมหาศาลเพื่อก่อสร้าง Data Center ทั่วโลก รองรับความต้องการใช้ Cloud และ AI ส่งผลให้เม็ดเงินลงทุนไหลเข้าสู่ห่วงโซ่ Semiconductor และ Electronics ตั้งแต่ NVIDIA, TSMC, MU, SNDK รวมถึงผู้ประกอบการในไทยอย่าง DELTA และ HANA 

สำหรับแนวโน้มในระยะข้างหน้า Bloomberg Consensus ประเมินว่า เม็ดเงินลงทุนใน Data Center จะยังขยายตัวต่อเนื่องในปี 2570-2571 แม้อัตราการเติบโตอาจเริ่มชะลอลง อย่างไรก็ตาม กำไรของบริษัทในห่วงโซ่ยังมีแนวโน้มเติบโตต่อ แต่ราคาหุ้นต้องพิจารณาความเสี่ยงมากขึ้น ทั้งเงินเฟ้อ สงคราม และระดับราคาหุ้น Semiconductor ที่ปรับตัวขึ้นมามากแล้ว 

HANA-KCE เด่น รับออเดอร์ใหม่ 

นายประกิต สิริวัฒนเกตุ กรรมการผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ เมอร์ชั่น พาร์ทเนอร์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การเติบโตของหุ้นชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ได้รับแรงขับเคลื่อนหลักจากการขยายตัวของ AI Ecosystem โดย DELTA มีผลประกอบการเติบโตโดดเด่น จากความเชื่อมโยงโดยตรงกับบริษัทแม่ในไต้หวัน และปัจจุบันรายได้เกือบครึ่งหนึ่งของ DELTA ประเทศไทยมาจากอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับ AI 

ขณะที่ HANA เริ่มปรับตัวเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทาน AI มากขึ้นทั้งการผลิตระบบระบายความร้อน หรือ Cooling และอุปกรณ์ Solid State เพื่อรองรับลูกค้ากลุ่มใหม่ส่งผลให้รายได้เติบโตอย่างโดดเด่นในไตรมาส 2 ที่ผ่านมา

ด้าน KCE แม้เดิมไม่ได้มีความเชื่อมโยงกับ AI โดยตรง แต่ได้รับประโยชน์จากการขยายตัวของ AI Infrastructure โดยเฉพาะความต้องการ Chips และ CPU สำหรับ Data Center ซึ่งนำไปสู่ความต้องการ PCB และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่เพิ่มขึ้น ทำให้ KCE มีคำสั่งซื้อล่วงหน้าเข้ามาในระดับสูง

หุ้นอิเล็กทรอนิกส์เข้าสู่วัฏจักรขาขึ้น รับแรงหนุน AI-Data Center ดันคำสั่งซื้อเร่งตัว โบรกฯ มองออเดอร์มีโอกาสทรงตัวระดับสูงต่ออีก 18 เดือน ชู HANA-KCE เด่น ขณะที่ DELTA ยังได้ประโยชน์จาก AI แต่ต้องจับตาต้นทุนวัตถุดิบ

นำเข้าชิ้นส่วนพุ่ง สะท้อนฐานผลิตไทยขยายตัว 

สัญญาณดังกล่าวยังสอดคล้องกับข้อมูลการนำเข้าชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ของไทยที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก แม้เศรษฐกิจไทยโดยรวมยังชะลอตัว โดยการนำเข้าส่วนหนึ่งเป็นวัตถุดิบและสินค้าทุนสำหรับการประกอบสินค้าเพื่อส่งออกรวมถึงการลงทุนขยายโรงงานกลุ่ม Semiconductor ในไทย 

ภาพดังกล่าวสะท้อนว่าผู้ประกอบการมีคำสั่งซื้อล่วงหน้าในระดับสูง และมีโอกาสหนุนการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อ DELTA, KCE และ HANA 

อย่างไรก็ตาม นายประกิตมองว่า HANA และ KCE มีความน่าสนใจมากกว่า DELTA ในเวลานี้ เนื่องจากสามารถหาลูกค้ารายใหม่และปรับเพิ่มราคาขายสินค้าได้ขณะที่ DELTA เผชิญแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ส่วน Cal-Comp แม้ได้ประโยชน์จากการผลิตชิ้นส่วนให้กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า แต่ความโดดเด่นยังเป็นรอง KCE 

ลุ้น Order สูงต่ออีก 18 เดือน 

นายณัฐพล คำถาเครือ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัดกล่าวว่า การนำเข้าชิ้นส่วนที่เพิ่มขึ้นส่วนหนึ่งมาจาก สินค้าทุนที่รองรับการขยายโรงงานกลุ่ม Semiconductor ที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทย ซึ่งหากอิงรอบการเติบโตของกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเมื่อเข้าสู่วัฏจักรขาขึ้นมักกินเวลาประมาณ 18 เดือน จึงมีความเป็นไปได้ ว่าคำสั่งซื้อที่เร่งตัวขึ้นในช่วงนี้จะสามารถทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่องไปอีกประมาณ 1.5 ปี

 

หน้า 1 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,229 วันที่ 23 - 26 สิงหาคม พ.ศ. 2569