
เวียดนามโตแรง 8.4% AMATAV ชี้นิคมฯ รับย้ายฐานผลิต เทคโนโลยี-อิเล็กทรอนิกส์โตต่อ
AMATAV กำไรพุ่ง 346% รับเศรษฐกิจเวียดนามโต 8.4% ดัน FDI ทะยาน 84.5% ชี้นิคมอุตสาหกรรมรับย้ายฐานผลิต เทคโนโลยีและอิเล็กทรอนิกส์โตต่อ
KEY
POINTS
- เศรษฐกิจเวียดนามไตรมาส 2/2569 เติบโตแข็งแกร่ง 8.4% โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) และการส่งออกที่ขยายตัวสูง
- การย้ายฐานการผลิตของนักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและอิเล็กทรอนิกส์ เป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนความต้องการพื้นที่ในนิคมอุตสาหกรรมของอมตะในเวียดนาม
- AMATAV ได้รับอานิสงส์จากแนวโน้มดังกล่าว โดยมุ่งพัฒนานิคมฯ เพื่อรองรับอุตสาหกรรมมูลค่าสูง ซึ่งส่งผลให้ผลประกอบการไตรมาสล่าสุดมีกำไรสุทธิเติบโตอย่างก้าวกระโดด
นายโอซามู ซูโด รองประธานเจ้าหน้าที่ บริษัท อมตะ วีเอ็น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงภาพรวมเศรษฐกิจเวียดนามในไตรมาส 2/2569 ว่า ยังคงขยายตัวในระดับสูง โดย GDP เติบโต 8.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการขับเคลื่อนสำคัญจากการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ในรูปทุนจดทะเบียน ที่เพิ่มขึ้นถึง 84.5% และการส่งออกที่ขยายตัว 28.8% โดยเฉพาะสินค้าเทคโนโลยี อิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องจักร ซึ่งได้รับแรงหนุนจากความต้องการอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี AI ในระดับสูง (ตามข้อมูลที่บริษัทอ้างอิงจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย) อีกทั้งการบริโภคภายในประเทศยังขยายตัว โดยยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้น 12.9% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มชะลอตัวลงมาอยู่ที่ 4.9%
อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจเวียดนามยังต้องติดตามความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาพลังงานและอัตราแลกเปลี่ยน รวมถึงมาตรการทางการค้าของสหรัฐฯ ที่อาจมีผลต่อการลงทุนและการส่งออกในระยะข้างหน้า
สำหรับภาพรวมการลงทุนในเวียดนามยังมีทิศทางที่ดี โดยเฉพาะการย้ายฐานการผลิตของนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งยังเป็นปัจจัยสนับสนุนสำคัญต่อการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมของอมตะในประเทศเวียดนาม ประกอบกับการเติบโตของอุตสาหกรรมเทคโนโลยี อิเล็กทรอนิกส์ และการผลิตที่เกี่ยวเนื่องกับห่วงโซ่อุปทานใหม่ ทำให้ความต้องการพื้นที่อุตสาหกรรมและระบบสาธารณูปโภคที่มีคุณภาพยังมีโอกาสเติบโตต่อเนื่อง
“บริษัทยังคงให้ความสำคัญกับการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมให้สามารถตอบโจทย์นักลงทุนในแต่ละอุตสาหกรรม โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจที่มีเทคโนโลยีและมูลค่าเพิ่มสูง รวมถึงยกระดับโครงสร้างพื้นฐานและบริการสาธารณูปโภค เพื่อรองรับการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมเวียดนามและการลงทุนจากต่างประเทศในระยะยาว”
สินทรัพย์รวม 1.4 หมื่นล้านบาท
สำหรับฐานะทางการเงินวันที่ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 14,083.83 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.42% ขณะที่ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 6,607.69 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.20% จากปีก่อน และมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดปลายงวด 612.11 ล้านบาท สะท้อนฐานะทางการเงินที่ยังมีสภาพคล่องที่ดี เพื่อการดำเนินธุรกิจของอมตะวีเอ็นในเวียดนาม
นายสุขุม พิทยาพิบูลพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่การเงิน บริษัท อมตะ วีเอ็น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 บริษัทมีรายได้รวม 1,165.72 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 45.34 ล้านบาท หรือ 4.05% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 394.22 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 305.97 ล้านบาท หรือ 346.69% ขณะที่กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 359.82 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 378.05% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ทั้งนี้ ปัจจัยบวกมาจากการรับรู้กำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุนใน Amata Service City Long Thanh 2 Company Limited (ASCLT2) จำนวน 442 ล้านบาท หลังธุรกรรมการจำหน่ายเงินลงทุนแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ขณะที่ธุรกิจหลักยังคงสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง โดยรายได้จากค่าสาธารณูปโภคอยู่ที่ 604.82 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนรายได้จากการให้เช่าเพิ่มขึ้น 8.62% มาอยู่ที่ 7.37 ล้านบาท
“บริษัทยังคงมุ่งเน้นการบริหารสินทรัพย์และการลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการสร้างรายได้ประจำจากธุรกิจสาธารณูปโภคและการให้เช่าเพื่อสร้างการเติบโตที่สมดุลและยั่งยืนในระยะยาว”
ครึ่งปีแรกรายได้รวม 1.87 พันล้าน
สำหรับผลประกอบการ ครึ่งปีแรกของปี 2569 บริษัทมีรายได้รวม 1,873.64 ล้านบาท ลดลง 5.51% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากการรับรู้รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลง ขณะที่บริษัทมีกำไรสุทธิ 392.53 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 320.49% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 357.06 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 343.86% โดยมีรายได้จากการขายที่ดิน ในช่วง 6 เดือนแรกอยู่ที่ 95.10 ล้านบาท เป็นการรับรู้รายได้จากพื้นที่ขายรวม 2.75 เฮกตาร์ ที่ลดลงจากปีก่อน
ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นจากการขายที่ดิน ปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 57.66% เมื่อเทียบจากปีก่อนอยู่ที่ 46.73% เป็นผลมาจากการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารต้นทุนที่ดีขึ้น ขณะที่รายได้จากค่าสาธารณูปโภคอยู่ที่ 1,284.50 ล้านบาท ลดลงเมื่อเทียบจากปีก่อน จากเงินสกุลเวียดนามด่งที่อ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินไทยบาท เทียบกับอัตราแลกเปลี่ยนในช่วงเดียวกันของปีก่อน
บริษัทมุ่งพัฒนานิคมอุตสาหกรรมและเมืองอุตสาหกรรมในเวียดนามไปสู่ Carbon Neutral City ภายในปี 2583 รวมถึงขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน พร้อมจับมือพันธมิตรทางธุรกิจ เพิ่มศักยภาพธุรกิจมุ่งพัฒนาระบบนิเวศอุตสาหกรรมที่ตอบโจทย์การลงทุนยุคใหม่เพื่อลดการปล่อยคาร์บอนยั่งยืน







