
หุ้นเอเชียถูกกดดัน แรงเทขายหุ้นเทคสหรัฐฯ บอนด์ยีลด์สูง
หุ้นเอเชียถูกกดดันจากแรงเทขายหุ้นเทคโนโลยีและชิปสหรัฐฯ ขณะที่บอนด์ยีลด์ระยะยาวอยู่ใกล้ระดับสูงสุดในรอบหลายทศวรรษ ท่ามกลางความกังวลเงินเฟ้อ การใช้จ่ายภาครัฐ และความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
KEY
POINTS
- ตลาดหุ้นเอเชียมีแนวโน้มปรับตัวลงตามตลาดหุ้นสหรัฐฯ ซึ่งเผชิญแรงเทขายอย่างหนักในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์
- อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (บอนด์ยีลด์) ที่พุ่งสูงขึ้นใกล้ระดับสูงสุดในรอบหลายปี เป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันบรรยากาศการลงทุน
- ราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ เป็นปัจจัยลบเพิ่มเติมที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน
บลูมเบิร์กรายงานว่า หุ้นเอเชียมีแนวโน้มปรับตัวลง หลังแรงเทขายหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่อยู่ในระดับสูง และราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น กดดันบรรยากาศการลงทุน
สัญญาซื้อขายล่วงหน้าดัชนีหุ้นญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และออสเตรเลีย ต่างชี้ว่าตลาดมีแนวโน้มเปิดลดลง ขณะที่สัญญาซื้อขายล่วงหน้าของดัชนีหลักในตลาดหุ้นวอลล์สตรีทปรับตัวลดลงเล็กน้อย หลังดัชนี Nasdaq 100 ร่วง 1.7% และดัชนี S&P 500 ลดลง 0.7% ส่งผลให้ทั้งสองดัชนีปรับตัวลงต่อเนื่องเป็นวันที่ 3
ดัชนีที่ใช้ติดตามหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งตลาดจับตาอย่างใกล้ชิด ร่วงลง 5% แม้พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นเล็กน้อยในช่วงปิดการซื้อขาย แต่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปียังคงอยู่ใกล้ระดับสูงสุดนับตั้งแต่ต้นปี 2025 ขณะที่ก่อนหน้านี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 30 ปีพุ่งขึ้นแตะระดับที่ไม่เคยเห็นนับตั้งแต่ปี 2007 ท่ามกลางการเทขายพันธบัตรทั่วโลก
ด้านราคาน้ำมันดิบสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 0.5% สู่ระดับสูงกว่า 85 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในช่วงเช้าวันพุธ ขณะที่สหรัฐฯ และอิหร่านยังคงอยู่ในภาวะชะงักงันเกี่ยวกับการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ ส่วนราคาทองคำยังคงปรับตัวลงจากช่วงก่อนหน้า โดยซื้อขายที่ระดับ 4,330 ดอลลาร์ต่อออนซ์
นักลงทุนลดถือหุ้นเติบโต
นักลงทุนลดการลงทุนในหุ้นกลุ่มเติบโต หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวเคลื่อนไหวใกล้ระดับสูงสุดในรอบหลายทศวรรษ โดยมีแรงกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่ การใช้จ่ายภาครัฐในระดับสูง และการออกพันธบัตรจำนวนมาก
ความไม่สงบทางภูมิรัฐศาสตร์ยิ่งเพิ่มแรงกดดัน โดยเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะช็อกจากอุปทานพลังงาน ซึ่งอาจทำให้เงินเฟ้อและต้นทุนการกู้ยืมอยู่ในระดับสูงต่อไปเป็นเวลานานขึ้น
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 30 ปีแตะ 5.34% เมื่อวันอังคาร ก่อนลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 5.28% ในช่วงปิดตลาด ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีแตะ 4.75% เมื่อวันอังคาร
นักลงทุนจับตาทิศทางดอกเบี้ย Fed
นักลงทุนยังประเมินแนวโน้มนโยบายการเงินของสหรัฐฯ ใหม่ โดยขณะนี้นักลงทุนมากกว่า 1 ใน 3 เล็กน้อยคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ที่ผ่านมา
รายงานการประชุม Fed ครั้งล่าสุดมีกำหนดเผยแพร่ในวันพุธ และอาจให้เบาะแสเกี่ยวกับมุมมองของผู้กำหนดนโยบายในช่วงที่ประธาน Fed เควิน วอร์ช ลดการสื่อสารกับตลาดลง
ตะวันออกกลางเพิ่มแรงกดดันตลาด
ขณะเดียวกัน ความตึงเครียดในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้น หลังสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ระบุว่า ขีปนาวุธพิสัยไกล 2 ลูกที่ยิงจากอิหร่านมายังประเทศ ตกลงในทะเล นับเป็นการโจมตีสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ครั้งแรกที่เป็นที่รับรู้นับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ขณะที่ความขัดแย้งในวงกว้างยังคงยืดเยื้อ
ประเด็นสำคัญของบริษัท
วงเงินสินเชื่อหมุนเวียนของ Anthropic PBC มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเกินเป้าหมายราว 10,000 ล้านดอลลาร์ ตามข้อมูลจากแหล่งข่าวที่ทราบเรื่องดังกล่าว ขณะที่บริษัทปัญญาประดิษฐ์แห่งนี้เตรียมพร้อมสำหรับการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ที่ตลาดจับตาอย่างมาก
รายได้ของ Baidu Inc. ลดลงเป็นไตรมาสที่ 5 ติดต่อกัน สะท้อนสถานะที่อ่อนแอลงในธุรกิจโฆษณา รวมถึงการพัฒนา AI เมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่าง Moonshot
Xiaomi Corp. รายงานกำไรลดลงเป็นไตรมาสที่ 3 ติดต่อกัน
Home Depot Inc. รายงานผลประกอบการสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ สะท้อนความแข็งแกร่งของบริษัท แม้ตลาดที่อยู่อาศัยจะได้รับแรงกดดันจากราคาบ้านและอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูง อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นยังลดลง 0.1%






