thansettakij
thansettakij
บอร์ด PTTEP ไฟเขียวตั้ง “คณิตา” นั่งซีอีโอคนใหม่ มีผล 1 ต.ค. 69

บอร์ด PTTEP ไฟเขียวตั้ง “คณิตา” นั่งซีอีโอคนใหม่ มีผล 1 ต.ค. 69

03 ส.ค. 69 | 05:44 น.
อัปเดตล่าสุด :03 ส.ค. 69 | 05:44 น.

บอร์ด PTTEP ตั้ง “คณิตา” ขึ้นเป็นซีอีโอและกรรมการ มีผล 1 ต.ค. 2569 เปิดวิสัยทัศน์ขับเคลื่อน AI คุมต้นทุน เดินหน้า CCS และ Net Zero ปี 2593

KEY

POINTS

  • บอร์ด ปตท.สผ. มีมติแต่งตั้ง นางสาวคณิตา ฐณิตา ศาศวัตายุ ให้ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) คนใหม่
  • การแต่งตั้งจะมีผลอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เพื่อรับตำแหน่งต่อจากนายมนตรี ลาวัลย์ชัยกุล ที่จะครบวาระ
  • นางสาวคณิตาจะดำรงตำแหน่ง CEO Designate เพื่อเตรียมความพร้อมในช่วงเปลี่ยนผ่าน ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 ถึง 30 กันยายน 2569

บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP รายงานต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เรื่อง การแต่งตั้งประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการใหม่

โดยระบุว่า บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. ของแจ้งว่า คณะกรรมการ ปตท.สผ. ในการประชุมครั้งที่ 10/2568/578 เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2568 มีมติแต่งตั้ง นางสาวคณิตา ฐณิตา ศาศวัตายุ ให้ดำรงตำแหน่ง CEO Designate มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2569

เพื่อเตรียมความพร้อมในช่วงเปลี่ยนผ่าน ก่อนที่จะรับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แทน นายมนตรี ลาวัลย์ชัยกุล ที่จะสิ้นสุดการดำรงตำแหน่งในวันที่ 30 กันยายน 2569

ในการนี้ คณะกรรมการ ปตท.สผ. ในการประชุมครั้งที่ 12/2569/601 เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 มีมติแต่งตั้ง นางสาวคณิตา ฐณิตา ศาศวัตายุ ให้ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการ ปตท.สผ. โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม เป็นต้นไป

เปิดประวัติ CEO ใหม่

นางสาวคณิตา ฐณิตา ศาศวัตายุ มีสัดส่วนการถือหุ้นใน ปตท.สผ. จำนวน 50,279 หุ้น หรือคิดเป็น 0.001266%

นางสาวคณิตา ฐณิตา ศาศวัตายุ

การศึกษา

  • Master of Sciences (Engineering Management), University of Missouri-Rolla ประเทศสหรัฐอเมริกา
  • วิศวกรรมศาสตรบัณฑิต (สาขาวิชาวิศวกรรมเคมี) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

การฝึกอบรม

  • หลักสูตร Director Certification Program (DCP) 389/2025 โดย สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย
  • The Cullinan: The Making of the Digital Board รุ่นที่ 5 โดย สมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA)
  • หลักสูตรผู้บริหารระดับสูงด้านวิทยาการพลังงาน (วพน.) รุ่นที่ 19 โดยสถาบันวิทยาการพลังงาน
  • Leadership Development Program II (LDP II) โดย สถาบันพัฒนาผู้นำและการเรียนรู้กลุ่มปตท.
  • EP LEAD III Leadership Development Program โดย International Institute for Management Development (IMD)
  • Senior Executive Program โดย สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ประสบการณ์ที่ ปตท.สผ.

  • ต.ค. 2568 – ปัจจุบัน CEO Designate และ รักษาการ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานกลยุทธ์ พัฒนาธุรกิจ และทรัพยากรบุคคล
  • ธ.ค. 2567 – ก.ย. 2568 รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานกลยุทธ์ พัฒนาธุรกิจ และทรัพยากรบุคคล
  • ม.ค. 2566 – พ.ย. 2567 รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานโครงการผลิตในประเทศ
  • มิ. ย. 2565 – ธ.ค. 2565 รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานวิศวกรรมศาสตร์และการพัฒนา
  • ธ.ค. 2564 – พ.ค. 2565 รักษาการรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานวิศวกรรมศาสตร์และการพัฒนา
  • ต.ค. 2562 – พ.ย. 2564 ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานโครงการพัฒนา
  • มิ.ย. 2562 – ก.ย. 2562 ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ มอบหมายให้ปฏิบัติงานในตาแหน่ง Project Head ของ Asset Transition Project และรักษาการ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานโครงการพัฒนา
  • ก.พ. 2562 – พ.ค. 2562 ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ มอบหมายให้ปฏิบัติงานในตาแหน่ง Project Head ของ Asset Transition Project รักษาการ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานโครงการพัฒนา และรักษาการ ผู้จัดการอาวุโส โครงการพัฒนาเอ็ม 3
  • ต.ค. 2561 – ม.ค. 2562 ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานโครงการพัฒนา และรักษาการ ผู้จัดการอาวุโส โครงการพัฒนาเอ็ม 3
  • ก.ค. 2560 – ก.ย. 2561 ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานพัฒนาธุรกิจ 1
  • ม.ค. 2559 – มิ. ย. 2560 รักษาการ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานพัฒนาธุรกิจ 1
  • ต.ค. 2557 – มิ.ย. 2560 ผู้จัดการอาวุโส พัฒนาธุรกิจ 1
  • ต.ค. 2554 – ก.ย. 2557 ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายวางแผนโครงการการผลิต โครงการเมียนมาปฏิบัติงานสมทบตำแหน่ง Myanmar Development and Production Planning Manager ที่สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา

วิสัยทัศน์ในการบริหารกิจการของ ปตท.สผ.

1. สร้างความแข็งแกร่ง และเติบโตอย่างยั่งยืน โดยการขับเคลื่อนการดำเนินงานภายใต้กรอบแนวคิดและเป้าหมายระยะยาวด้านความยั่งยืนของ ปตท.สผ. 3 ด้าน ได้แก่ High Performance Organization (HPO), Governance/Risk/Compliance (GRC), Sustainable Value Creation (SVC) พร้อมขับเคลื่อนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในปี 2593

2. สร้างความพร้อม เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของทิศทางการดำเนินงาน และโมเดลธุรกิจ โดยมุ่งเน้นการขับเคลื่อนองค์กรผ่านการบริหารจัดการการเปลี่ยนแปลง (Management of Change) อย่างมีประสิทธิภาพการประยุกต์ใช้ Digital & AI รวมถึงการทำงานภายใต้ต้นทุนที่สามารถแข่งขันได้ (Cost Competitiveness) และการปรับการทำงานที่เป็น Non-operating Joint Venture Partner ให้เป็นเชิงรุกอย่างเต็มรูปแบบ

3. ให้ความสำคัญกับคน (People) ในฐานะทรัพยากรที่มีคุณค่าและเป็นปัจจัยพื้นฐานในการขับเคลื่อนการเติบโตของ ปตท.สผ. เนื่องจากคน คือ จุดเริ่มต้นของนวัตกรรม ความสามารถในการแข่งขันและความสำเร็จขององค์กร การขับเคลื่อนจะเน้นผ่านการสร้างผู้นำรุ่นใหม่ การประเมินผลงานอย่างเป็นธรรม และการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เหมาะสม

วิสัยทัศน์เกี่ยวกับการนำหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีมาใช้ในการบริหารกิจการของ ปตท.สผ.

พัฒนากรอบแนวคิด Governance, Risk Management และ Compliance (GRC) ให้เป็นส่วนหนึ่งของกลไกการบริหารและตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ เพื่อให้การตัดสินใจเป็นไปอย่างมีธรรมาภิบาล คำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน สามารถบริหารความเสี่ยงได้อย่างรอบด้านและทันต่อการเปลี่ยนแปลง

พร้อมปฏิบัติตามกฎระเบียบ มาตรฐานสากล และหลักจริยธรรมทางธุรกิจอย่างเคร่งครัด ด้วยแนวทางดังกล่าว ปตท.สผ. จะสามารถสร้างคุณค่าให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มควบคู่กับการสนับสนุนความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ เพื่อการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง และยั่งยืน

ความสำเร็จที่โดดเด่นและเป็นประโยชน์ต่อ ปตท.สผ.

1. มีบทบาทสำคัญในการกาหนดทิศทางเชิงกลยุทธ์ การขยายการลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมไปถึงการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม ส่งผลให้ ปตท.สผ. สามารถบรรลุปริมาณขายปิโตรเลียมเฉลี่ยในปี 2568 สูงสุดเป็นประวัติการณ์นับตัง้ แต่จัดตั้งบริษัท ที่ระดับ 509,905 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน

2. กำหนดแนวทางและขับเคลื่อนการดำเนินงานเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Greenhouse Gas Emissions) ภายในปี 2593 ทั้งนี้ ได้วางแนวทางการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นระบบ ควบคู่กับการส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม อาทิ เทคโนโลยีการดักจับและกักเก็บก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CCS) โดยมีส่วนสำคัญในการผลักดันให้เกิดการตัดสินใจลงทุนขั้นสุดท้าย (Final Investment Decision) สำหรับโครงการ CCS ในแหล่งอาทิตย์ ซึ่งนับเป็นโครงการ CCS แห่งแรกของประเทศไทย

3. กำหนดทิศทางและวางแนวทางการดำเนินงานเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ โดยขับเคลื่อนการพัฒนาโครงข่ายแหล่งก๊าซธรรมชาติ 3 แนวหลัก (Gas Corridors) ซึ่งครอบคลุมโครงการผลิตในอ่าวไทย (Eastern Corridor) ประเทศเมียนมา (Western Corridor) และพื้นที่พัฒนาร่วมไทย–มาเลเซีย (Southern Corridor) ที่รวมถึงการเพิ่มกาลังการผลิตก๊าซธรรมชาติจากโครงการผลิตในอ่าวไทย และโครงการผลิตบนบก ซึ่งมีส่วนช่วยบรรเทาผลกระทบจากความผันผวนของราคาพลังงานภายในประเทศ ตลอดจนการขยายการลงทุนในโครงการในพื้นที่พัฒนาร่วมไทย–มาเลเซีย (MTJDA) ซึ่งเป็นแหล่งสำคัญในการผลิต และส่งก๊าซธรรมชาติเข้าสู่ประเทศไทย