thansettakij
thansettakij
คลัง ถกตลาดทุนพรุ่งนี้ ลุ้นปรับเงื่อนไข TISA เพิ่มสิทธิลดหย่อนภาษี

คลัง ถกตลาดทุนพรุ่งนี้ ลุ้นปรับเงื่อนไข TISA เพิ่มสิทธิลดหย่อนภาษี

10 มิ.ย. 69 | 06:42 น.
อัปเดตล่าสุด :10 มิ.ย. 69 | 07:27 น.

คลังเผย ‘เอกนิติ’ ถกตลาดทุนพรุ่งนี้ สรุปความชัดเจนเดินหน้า TISA ลุ้นเพิ่มสิทธิลดหย่อนภาษี กระตุ้นเงินลงทุนเข้าตลาดไทย

KEY

POINTS

  • กระทรวงการคลังนัดหารือกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) และสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) ในวันที่ 11 มิถุนายน
  • ประเด็นหลักคือการพิจารณาปรับปรุงเงื่อนไขและสิทธิประโยชน์ทางภาษีของกองทุนส่งเสริมการออมและการลงทุนระยะยาว (TISA)
  • มีเป้าหมายเพื่อสร้างแรงจูงใจให้นักลงทุนออมและลงทุนระยะยาว และกระตุ้นเม็ดเงินเข้าสู่ตลาดทุนไทย

จับตาการประชุมระหว่างกระทรวงการคลัง ผู้บริหารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) และสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) ในวันที่ 11 มิถุนายนนี้ หลังภาคตลาดทุนเตรียมเสนอความเห็นเกี่ยวกับมาตรการส่งเสริมการออมและการลงทุนระยะยาวผ่าน TISA โดยเฉพาะการปรับปรุงสิทธิประโยชน์ทางภาษี เพื่อเพิ่มแรงจูงใจให้นักลงทุนและกระตุ้นเม็ดเงินเข้าสู่ตลาดทุนไทยมากขึ้น

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในวันที่ 11  มิ.ย. 2569 นี้ ผู้บริหารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) และสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) จะเข้าพบนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง รวมถึงผู้บริหาระดับสูงของกระทรวงการ เพื่อหารือและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างกัน 

ทั้งนี้ คาดว่าทางสภาธุรกิจตลาดทุนไทย โดยเฉพาะมาตรการส่งเสริมการออมและการลงทุนระยะยาวที่ปรับปรุงวงเงินลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา หรือ TISA (Thailand Individual Savings Account) เพื่อขอความชัดเจนในการดำเนินการ

ปรับเงื่อนไข TISA หนุนการออม

นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ตัวแทนจากสภาตลาดทุนไทย (FETCO) และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มีกำหนดการเข้าพบผู้บริหารกระทรวงการคลัง ในวันพรุ่งนี้ เพื่อหารือเกี่ยวกับมาตรการพัฒนาตลาดทุนและมาตรการส่งเสริมการลงทุนผ่านกลไกทางภาษี 

ทั้งนี้ คาดว่าหัวข้อหลักจะมีการหารือเกี่ยวกับเกณฑ์การลงทุนลดหย่อนภาษีใหม่ หรือ TISA (TaxIndividual Savings Account) ถึงการปรับปรุงสิทธิประโยชน์เพื่อการออม เช่น IMF หรือรูปแบบที่ใกล้เคียง 

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีกองทุนอย่าง Thai ESG อยู่แล้ว แต่จะมีการพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบัน 

“ผลการหารือระหว่างกระทรวงการคลัง สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) และสภาตลาดทุน จะถูกนำไปพิจารณาในภาพใหญ่ก่อนจะประกาศมาตรการที่ชัดเจนออกมาอีกครั้ง”