thansettakij
thansettakij
CMDF อัด 3.58 พันล้าน อัพโครงสร้างตลาดทุนไทย ชู AI–ESG สร้างแต้มต่อแข่งเวทีโลก

CMDF อัด 3.58 พันล้าน อัพโครงสร้างตลาดทุนไทย ชู AI–ESG สร้างแต้มต่อแข่งเวทีโลก

20 พ.ค. 69 | 09:11 น.
อัปเดตล่าสุด :20 พ.ค. 69 | 09:11 น.

CMDF เดินหน้าปั้นตลาดทุนไทยสู่ยุค AI ทุ่มงบกว่า 3,580 ล้านบาท หนุน New Economy–Green Bond–Startup พร้อมตั้งกองทุน PE 1,000 ล้านบาท ปูทางธุรกิจนวัตกรรมไทยเข้าตลาดทุน เพิ่มขีดความสามารถแข่งขันประเทศระยะยาว

KEY

POINTS

  • กองทุน CMDF สนับสนุนงบประมาณกว่า 3.58 พันล้านบาท ในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานและขีดความสามารถในการแข่งขันของตลาดทุนไทย
  • ชูการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้เพิ่มความโปร่งใสและประสิทธิภาพ ควบคู่กับการส่งเสริมด้านความยั่งยืน (ESG) ผ่านการสนับสนุน Green Bond และตลาดคาร์บอนเครดิต
  • มุ่งพัฒนาศักยภาพบุคลากรและสนับสนุนธุรกิจกลุ่ม New Economy เพื่อสร้างโอกาสและแต้มต่อให้ตลาดทุนไทยสามารถแข่งขันได้ในระดับโลก

ศาสตราจารย์พิเศษ กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการ กองทุนส่งเสร้มการพัฒนาตลาดทุน (CMDF) เปิดเผยว่า ที่ผ่านมา CMDF ได้พัฒนาระบบนิเวศตลาดทุนไทยในเชิงยุทธศาสตร์มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

โดยมุ่งเน้นผลักดันและสร้างโอกาสใหม่ให้กับตลาดทุนไทยในระยะยาวผ่าน 3 ด้านหลัก ได้แก่ การขับเคลื่อนตลาดทุนไทยสู่อนาคต สนับสนุนธุรกิจกลุ่ม New Economy พร้อมนำ AI มาใช้ยกระดับความโปร่งใสในตลาดทุน การพัฒนาบุคลากรและองค์ความรู้ด้านการเงินการลงทุน และการต่อยอดงานวิจัยสู่นโยบายและการปฏิบัติจริง

ที่ครอบคลุมทั้ง ESG การบริหารความเสี่ยง และการพัฒนาตลาดคาร์บอนเครดิตเพื่อขับเคลื่อนเป้าหมาย Net Zero และเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ (Nationally Determined Contributions : NDC) โดยส่งต่อองค์ความรู้และข้อเสนอเชิงนโยบายให้แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ผลงานวิจัยนำไปใช้ได้จริงทั้งเชิงนโยบายและเชิงปฏิบัติ รวมถึงต่อยอดสู่นวัตกรรมการลงทุน

นายจักรชัย บุญยะวัตร ผู้จัดการ กองทุนส่งเสร้มการพัฒนาตลาดทุน (CMDF) กล่าวว่า ผลงานในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา CMDF ได้ให้ความสนับสนุนแก่ 172 โครงการ มูลค่ากว่า 3,580 ล้านบาท โดยมี 125 โครงการที่ดำเนินการแล้วเสร็จ และเฉพาะในปี 2568 ได้ให้การสนับสนุนไปแล้วถึง 20 โครงการที่สร้างผลกระทบจริงทั้งในระดับองค์กร บุคลากร และนโยบายประเทศ

อันประกอบด้วย โครงการ JUMP+ ที่ดึง 142 บริษัทจดทะเบียนเข้าร่วม ยกระดับขีดความสามารถองค์กร งานวิจัยโครงการบัญชีการออมส่วนบุคคล (TISA) และ Finance Hub รวมถึงสนับสนุนพัฒนาตลาดคาร์บอนเครดิต พร้อมกันนี้ยังเดินหน้าแผนปี 2569 มุ่งสนับสนุนธุรกิจในกลุ่ม New Economy สะท้อนความมุ่งมั่นของ CMDF ในการพัฒนาตลาดทุนไทยอย่างต่อเนื่อง

"จากสถิติล่าสุด ณ สิ้นปี 2566 กองทุนฯ ได้อนุมัติโครงการไปแล้วรวม 172 โครงการ คิดเป็นวงเงินงบประมาณทั้งสิ้น 3,580 ล้านบาท แม้ว่าจำนวนโครงการด้านการวิจัยจะมีสัดส่วนสูงสุดถึง 58 โครงการ แต่เม็ดเงินส่วนใหญ่กว่า 1,700 ล้านบาท ถูกนำไปใช้ในด้านโครงสร้างพื้นฐานเนื่องจากเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่ต้องใช้เงินลงทุนสูง"

ศาสตราจารย์พิเศษ กิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ประธานกรรมการ และนายจักรชัย บุญยะวัตร ผู้จัดการ กองทุนส่งเสร้มการพัฒนาตลาดทุน (CMDF) เปิดข้อมูล เดินหน้าปั้นตลาดทุนไทยสู่ยุค AI ทุ่มงบกว่า 3,580 ล้านบาท หนุน New Economy–Green Bond–Startup พร้อมตั้งกองทุน PE 1,000 ล้านบาท ปูทางธุรกิจนวัตกรรมไทยเข้าตลาดทุน เพิ่มขีดความสามารถแข่งขันประเทศระยะยาว

ทั้งนี้ ในด้านโครงสร้างพื้นฐานทางการเงิน CMDF ได้มุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพระบบความปลอดภัยทางไซเบอร์เพื่อป้องกันการโจมตีทางดิจิทัลในตลาดทุน รวมถึงการยกระดับคุณภาพข้อมูลและการรายงานแผนธุรกิจของบริษัทจดทะเบียน มาตรการสำคัญที่สร้างผลกระทบเชิงบวกอย่างชัดเจนคือการสนับสนุนการออกตราสารหนี้เพื่อความยั่งยืนหรือ Green Bond

โดยกองทุนช่วยอุดหนุนค่าใช้จ่ายในการจัดอันดับเครดิตและค่าดำเนินการต่างๆ ไม่เกิน 2 ล้านบาทต่อรุ่น ปัจจุบันมีบริษัทจดทะเบียนเข้าร่วมโครงการแล้ว 21 แห่ง มียอดการออกตราสารหนี้รวมกว่า 100,000 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นการสร้างแรงจูงใจให้ภาคธุรกิจปรับตัวสู่เศรษฐกิจสีเขียว

ขณะที่การพัฒนาศักยภาพบุคลากร กองทุนได้ให้ทุนสนับสนุนการสอบวุฒิบัตรวิชาชีพทั้งระดับท้องถิ่นและสากล เช่น IC, IP, CFP และ CFA โดยพบว่ากลุ่มผู้รับทุนที่เตรียมตัวสอบ CFA มีอัตราการสอบผ่านสูงถึงร้อยละ 40 ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่ร้อยละ 20 นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาทักษะใหม่ๆ ที่จำเป็นต่อตลาดทุนยุคปัจจุบัน เช่น ความรู้ด้าน ESG และการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการทำงาน เพื่อให้บุคลากรไทยมีความสามารถทัดเทียมระดับนานาชาติ

ในส่วนของการสนับสนุนธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (SME) และ Startup กองทุนได้ดำเนินโครงการ LiVE Plus เพื่อเตรียมความพร้อมให้ธุรกิจเข้าสู่ตลาดทุน ซึ่งปัจจุบันมีบริษัทเข้าร่วมเพิ่มขึ้นเป็น 142 แห่ง พร้อมทั้งสนับสนุนสมาคมสตาร์ทอัพไทยในการจัดทำ National Startup Directory ซึ่งเป็นฐานข้อมูลรวบรวมรายชื่อ Startup กว่า 500 บริษัท เพื่อให้นักลงทุนและกลุ่ม Venture Capital สามารถเข้าถึงข้อมูลและคัดเลือกธุรกิจเพื่อร่วมลงทุนได้อย่างสะดวก

อีกทั้งยังมีการใช้ AI เข้ามาช่วยคัดกรองและจัดทำบทวิเคราะห์หุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กที่มีศักยภาพแต่ขาดการดูแลจากนักวิเคราะห์ โดยใช้สูตรคำนวณ FVMR เผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ Settrade เพื่อเพิ่มโอกาสให้นักลงทุนได้เห็นข้อมูลหุ้นที่มีศักยภาพเติบโต

กางกลยุทธ์ทั้ง 4 ด้าน

โดยภาพรวมในปี 2568 ที่ผ่านมา CMDF ได้มีการสนับสนุน 20 โครงการที่สร้างผลลัพธ์เป็นรูปธรรม สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และแผนกลยุทธ์ทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ 

  • ส่งเสริมให้มีการพัฒนาองค์กรและโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับตลาดทุน (Infrastructure) บริษัทจดทะเบียน 142 แห่งเข้าร่วมโครงการ JUMP+ เพื่อยกระดับขีดความสามารถและเพิ่มมูลค่าองค์กร รวมทั้งสนับสนุนโครงสร้างการลงทุนในธุรกิจกลุ่ม New Economy
  • ส่งเสริมให้มีการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับตลาดทุน (Professionals) พัฒนาทักษะและขยายจำนวนบุคลากรในตลาดทุน โดยนักศึกษา 1,419 คน สอบผ่านการทอสอบจำลองใบอนุญาตผู้แนะนำการลงทุน และส่งเสริมการศึกษาของบุคลากรในตลาดทุน โดยผู้รับทุน CFA ชาวไทยมัอัตราสอบผ่านสูงขึ้น 3 ระดับ
  • เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับตลาดทุนให้แก่ผู้ลงทุน ประชาชน หน่วยงาน และองค์กรที่เกี่ยวข้อง (General public) มียอดการเข้าถึงประชาชนและนักลงทุนรวมมากกว่า 18 ล้านครั้ง
  • ส่งเสริมและสนับสนุนงานวิจัย (Research) โครงการ TISA อยู่ระหว่างการหารือร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (สำนักงาน ก.ล.ต.) และกระทรวงการคลัง เพื่อผลักดันเป็นนโยบายส่งเสริมการออมระยะยาวรองรับสังคมผู้สูงอายุ ขณะที่งานวิจัยเพื่อพัฒนาตลาดทุนไทยสู่การเป็นศูนย์กลางทางการเงินระหว่างประเทศถูกนำไปใช้ประกอบการออกแบบ Financial Hub Act ภายใต้นโยบาย Ignite Finance

สำหรับแผนงานปี 2569 นั้น ทาง CMDF ยังคงเดินหน้าให้การสนับสนุนธุรกิจ New Economy จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ครอบคลุมธุรกิจเทคโนโลยี สตาร์ทอัพ และธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม เพื่อเปิดโอกาสให้ธุรกิจกลุ่มนี้เข้าถึงแหล่งทุนในตลาดทุนได้มากขึ้น

ควบคู่กับการเสริมความพร้อมเพื่อปรับตัวนำเทคโนโลยี AI มายกระดับความโปร่งใสและความเชื่อมั่นของผู้ลงทุน รวมถึงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรในตลาดทุนและขับเคลื่อนข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันของตลาดทุนไทยในเวทีโลก

อย่างไรก็ดี ทิศทางการดำเนินงานในระยะ 4 ปีข้างหน้า (พ.ศ. 2567-2570) CMDF เตรียมแผนจัดตั้งกองทุน PE Trust Fund วงเงินประมาณ 1,000 ล้านบาท ร่วมกับพันธมิตรภาคเอกชน เพื่อเน้นลงทุนในกลุ่ม New Economy อาทิ เทคโนโลยีการแพทย์ อาหาร และเทคโนโลยีการท่องเที่ยว

โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยให้ธุรกิจเหล่านี้ขยายตัวและสามารถเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ได้ในอนาคต ทั้งนี้ การพิจารณาให้ทุนในทุกโครงการจะมุ่งเน้นความพิถีพิถันเพื่อให้มั่นใจว่าเงินทุนทุกบาทจะสร้างผลกระทบต่อตลาดทุนได้อย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน

สรุปการดำเนินงาน CMDF ปี 2563-2568

การส่งเสริมการพัฒนาองค์กร : ครอบคลุมกว่า 3,800 องค์กร
การพัฒนาทักษะและการศึกษาของบุคลากรในตลาดทุน

  • พัฒนาบุคลากร : รวมกว่า 16,000 รายในตลาดทุน
  • ยกระดับมาตรฐานวิชาชีพ : สนับสนุนการศึกษาในระดับ Global และ Local Certificates รวมกว่า 1,300 ราย

การส่งเสริมความรู้ด้านการเงินการลงทุน : สร้างความตระหนักรู้ในเรื่องการลงทุนผ่านสื่อออนไลน์ มียอดเข้าถึงรวมกว่า 80 ล้านครั้ง
การสนับสนุนงานวิจัย

  • เผยแพร่งานวิจัยผ่านเว็ปไซต์สถาบันวิจัยเพื่อตลาดทุน (CMRI) : เผยแพร่บทความวิจัย รวมกว่า 65 บทความ และมียอดเข้าชมมากกว่า 36,000 ครั้ง
  • เผยแพร่งานวิจัยผ่านหน่วยงานต่างๆ : เผยแพร่งานวิจัยมากกว่า 664 เล่ม ให้แก่หน่วยงานมากกว่า 30 แห่ง