
สงครามพักรบ ตลาดหุ้นพักลงชั่วคราว หลังลงแรงสุดในรอบ 6 ปี กว่า 8.6%
พักรบชั่วคราวดันหุ้นฟื้น แต่ราคาน้ำมันร่วง-สัญญาณขัดแย้งการเมืองโลก ย้ำตลาดยังผันผวนสูง เปิดจังหวะเก็งกำไรสั้น แต่ต้องระวังแรงกดดันเศรษฐกิจไทยถดถอยในระยะถัดไป
KEY
POINTS
- ตลาดหุ้นไทยปรับฐานลงแรง 8.6% ในเดือน มี.ค. ซึ่งเป็นการปรับตัวลงแรงที่สุดในรอบ 6 ปี โดยมีสาเหตุหลักจากความกังวลในสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน
- การประกาศหยุดยิงชั่วคราวช่วยคลายความตึงเครียดและเป็นปัจจัยบวกทางจิตวิทยา ส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยและเอเชียฟื้นตัวขึ้นในระยะสั้น สวนทางกับราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลง
- แม้ตลาดจะฟื้นตัว แต่สถานการณ์ยังคงผันผวนและมีความไม่แน่นอนสูง ซึ่งต้องติดตามผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความเสี่ยงภาวะถดถอยที่อาจตามมาในอนาคต
นายภราดร เตียรณปราโมทย์ ผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ที่ทางสหรัฐฯ พยายามสงบศึกอิหร่าน ด้วยการขู่ๆ ผ่อนๆ และล่าสุดประกาศหยุดยิงชั่วคราว 5 วัน มองว่าเป็นส่วนที่เข้ามาช่วยคลายความตึงเครียดในเชิงจิตวิทยา หนุนให้ตลาดหุ้นเอเชียและไทยฟื้นจากความคาดหวัง จากการค่อยๆ เดินหน้าเข้าสู่เจรจาและยุติตามมา โดย S&P500 ปรับตัวขึ้นในทุก SECTOR
ส่วนน้ำมันดิบ BRENT ย่อตัวลง 10% หลุด 100 ดอลลาร์ อย่างไรก็ดีฝั่งอิหร่านยืนยันว่าไม่มีการเจรจาใดๆ สัญญาณที่สวนทางกันอย่างรุนแรงนี้ทำให้ ตลาดการเงินผันผวนหนัก ราคาน้ำมันดิบ WTI ดิ่ง จาก 98.3 ดอลลาร์ ลงสู่ 88.1 ดอลลาร์
สวนทางกับตลาดหุ้นดีดตัว นำโดยสหรัฐฯ +1.2% ถึง +2.3% และ ญี่ปุ่น +1.1% (เช้าวันที่ 24 มี.ค.69) , เกาหลีใต้ +1.9% ซึ่งตลาดหุ้นไทยเองก็รีบาวด์กลับจาก SENTIMENT เชิงบวกจาก ปัจจัยแวดล้อมในทิศทางเดียวกันตั้งแต่วานนี้
จากประเด็นสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน เป็นส่วนหนึ่งที่กดดันตลาดหุ้นไทยในช่วงเดือน มี.ค. ปรับฐานลงมา -8.6% (นับตั้งแต่ต้นเดือนถึงปัจจุบัน) นับว่าเป็นการลงแรงสุดที่ในรอบ 6 ปี (นับตั้งแต่ มี.ค. 63 ช่วงเกิดโควิด 19 แรกๆ ลง -16%) จนทำให้มีหุ้นใน SET100 กว่า 46 บริษัท ปรับตัวลดลงเกิน -15%
หากย้อนรอยราคาน้ำมันและตลาดหุ้นช่วงสงครามรัสเซีย-ยูเครนปี 2022 พบว่า หลังจากเฟสที่มีการปะทะกัน รุนแรง แล้วเข้าสู่เฟสการเจรจาสันติภาพ จะเห็นการดีดตัวในตลาดหุ้นในช่วงสั้นๆ แต่ต่อมาเมื่อการเจรจาติดขัด และสงครามรุนแรง-ยืดเยื้อ จนเพิ่มระดับความกังวลต่อการเกิดเศรษฐกิจ RECESSION มักสร้างแรงกดดันต่อ ตลาดหุ้นได้
"โอกาสเกิด RECESSION อาจไม่ได้เพิ่มขึ้น ในช่วงแรกๆ ของการเกิดสงครามรัสเซีย-ยูเครน ปี 2022 แต่ถ้าโอกาสเกิด RECESSION สูงขึ้น และสงครามยืดเยื้อ มีแนวโน้มกดดันตลาดหุ้นต่อเนื่อง"
สงครามครั้งนี้ ยังต้องติดตามพัฒนาการความรุนแรงและผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่าง ใกล้ชิด เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานพลังงานหลายแห่งที่ได้รับความเสียหายจากการ โจมตี ยังไม่สามารถกลับมาดำเนินการได้ปกติ
ขณะที่ IEA ชี้ว่าวิกฤตครั้งนี้ เป็นการ หยุดชะงักอุปทานครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ซึ่งอาจเป็นปัจจัยเพิ่มกังวล RECESSION พร้อมกับกดดันในตลาดหุ้นในระยะถัดไปได้
อย่างไรก็ตาม จากอารมณ์ตลาดที่ผ่อนคลายมากขึ้น ฝ่ายวิจัยฯ แนะนำเก็งกำไรสั้นๆ หุ้นที่ย่อตัวลงมาลึกในเดือนนี้ หวังดีดกลับบ้าง ได้แก่
- หุ้นอิงต้นทุนแปรตามพลังงาน BGRIM, GPSC, BA, GLOBAL, HMPRO, CBG
- หุ้นอิงท่องเที่ยว BH, CENTEL, MINT
- หุ้นการเงิน TIDLOR, MTC
ส่วนในระยะกลางหุ้นจะฟื้นได้ไกลแค่ไหนขึ้นอยู่กับระดับ และโอกาสการเกิดเศรษฐกิจถดถอยที่มักจะตามมาในอนาคต






