

KEY
POINTS
นายเอเบิล ลิม Head of Deposit and Wealth Management ธนาคาร ยูโอบี ประเทศไทย เปิดเผยถึงกลยุทธ์และโอกาสในการลงทุนปี 2569 ว่า ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นประเด็นหลักที่ต้องจับตาปีนี้ และกลายเป็นแกนสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโต
ในขณะที่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจมีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน นักลงทุนจึงควรให้ความสำคัญกับคุณภาพ การกระจายความเสี่ยง และความแข็งแกร่งของพอร์ตการลงทุน มากกว่าการไล่ตามกระแสระยะสั้น
ด้านเศรษฐกิจสหรัฐฯ มองว่า ยังคงขยายตัวต่อเนื่อง แต่ไม่ทั่วถึง โดยกลุ่มธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ AI และกลุ่มผู้บริโภครายได้สูงยังเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมดั้งเดิมและกลุ่มรายได้ต่ำเผชิญแรงกดดันต่อเนื่อง สะท้อนภาพการฟื้นตัวแบบ 'K-shaped' ที่ความแตกต่างเชิงโครงสร้างเด่นชัดขึ้น
AI กำลังก้าวจากการทดลองไปสู่การใช้งานจริงที่สามารถสร้างรายได้ การลงทุนจึงเริ่มหันไปให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีที่นำไปใช้ได้จริง เช่น ระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ ระบบเชื่อมต่ออัจฉริยะ และยานยนต์ยุคใหม่
แม้สหรัฐจะยังเป็นผู้นำด้านนวัตกรรม แต่การสนับสนุนเชิงนโยบายของจีนในอุตสาหกรรม AI และเทคโนโลยีขั้นสูง กำลังช่วยเร่งโอกาสการลงทุนในภูมิภาคเอเชีย
สำหรับประเทศไทย เศรษฐกิจในปี 2569 ยังขับเคลื่อนหลักจากภาคบริการ โดยเฉพาะการท่องเที่ยว ขณะที่ภาคการผลิตเผชิญแรงกดดันให้เร่งปรับตัวสู่ 'อุตสาหกรรมใหม่' หรือ New S-Curve เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ เซมิคอนดักเตอร์ และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ AI
ด้านการส่งออกอาจชะลอลงหลังจากมีการเร่งส่งมอบล่วงหน้าก่อนการเปลี่ยนแปลงมาตรการทางการค้า ขณะที่เศรษฐกิจยังคงอ่อนไหวต่อความไม่แน่นอนด้านการค้า ความเสี่ยงจากภาวะเงินฝืด ภัยธรรมชาติ และปัจจัยทางการเมืองหลังการเลือกตั้ง
อย่างไรก็ดี การบริโภคภายในประเทศ การใช้จ่ายของภาครัฐ รวมไปถึงการท่องเที่ยวมองว่ายังเป็นแรงพยุงสำคัญ โดยมีโอกาสที่การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในช่วงต้นปีจะช่วยสนับสนุนการฟื้นตัว
ดังนั้นแล้ว ภายใต้ภาวะตลาดที่ผันผวน จึงแนะนำให้นักลงทุนใช้กลยุทธ์ที่รอบคอบมากขึ้น ผ่านการกระจายการลงทุนในหลายภูมิภาคและหลายประเภทสินทรัพย์ เลือกลงทุนในบริษัทที่นำเทคโนโลยีไปใช้ได้จริงและสร้างมูลค่าได้ชัดเจน
ขณะเดียวกันต้องเสริมพอร์ตด้วยสินทรัพย์ที่ให้รายได้สม่ำเสมอ เช่น ตราสารหนี้คุณภาพและหุ้นปันผล เพื่อรองรับความไม่แน่นอนในระยะข้างหน้า
สำหรับตลาดทองคำนั้น มองว่าราคาทองคำในปี 2568 ปรับตัวขึ้นทุบสถิติสูงสุดใหม่ ถึง 50% หลักๆ เป็นผลจากธนาคารกลางในประเทศสำคัญยังเก็บทองคำอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจีนที่ซื้อมาต่อเนื่องถึง 14 เดือนติดต่อกัน
นอกจากนี้ นักลงทุนซื้อทองคำจาก ETF เป็นสัญญาณที่ทำให้เห็นการเก็งกำไร แต่พอมาถึงต้นปี 2569 เริ่มเห็นแรงขายทำกำไร สำหรับเป้าหมายราคาทองคำปีนี้นั้น ประเมินไว้อยู่ที่ 5,490 ดอลลาร์ต่อออนซ์