thansettakij
'ทรีนีตี้' ชี้เดือนก.พ. หุ้นไทยอยู่ในจุดชี้ชะตา เลือกตั้ง–MSCI–เฟดใหม่ กดดัน

'ทรีนีตี้' ชี้เดือนก.พ. หุ้นไทยอยู่ในจุดชี้ชะตา เลือกตั้ง–MSCI–เฟดใหม่ กดดัน

03 ก.พ. 2569 | 05:06 น.
อัปเดตล่าสุด :03 ก.พ. 2569 | 05:06 น.

บล. ทรีนีตี้ ส่องหุ้นไทยเดือนก.พ. เคลื่อนไหวในกรอบจำกัด แนวรับ 1,265 จุด แนวต้าน 1,380 จุด แนะนักลงทุนจับตาเลือกตั้ง เงินทุนต่างชาติ และความเสี่ยง MSCI ลดน้ำหนัก

KEY

POINTS

  • ผลการเลือกตั้งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดทิศทางตลาด โดยหากผลนำไปสู่รัฐบาลที่มีเสถียรภาพจะส่งผลบวก แต่หากจัดตั้งรัฐบาลได้ล่าช้าอาจเกิดแรงเทขาย
  • มีความเสี่ยงที่ดัชนี MSCI จะปรับลดน้ำหนักหุ้นไทย ซึ่งอาจสร้างแรงกดดันและแรงขายจากนักลงทุนต่างชาติในช่วงครึ่งหลังของเดือน
  • การเสนอชื่อประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) คนใหม่ สร้างความผันผวนให้กับสินทรัพย์ทั่วโลกในระยะสั้น แต่คาดว่าผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทยจะมีจำกัด

นายณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด เปิดเผยว่า ทิศทางการลงทุนหุ้นไทยในเดือนกุมภาพันธ์ 2568 คาดดัชนีจะเคลื่อนไหวใน กรอบ แนวรับ ที่ระดับ 1,295 จุด และ 1,265 จุด ส่วนแนวต้านประเมินที่ 1,350 จุด และ 1,380 จุดตามลำดับ

ทั้งนี้ ในช่วงแรกของเดือนอาจมี Sentiment  เชิงลบเกิดขึ้นจากความผันผวนของสินทรัพย์ทั่วโลกเกิดขึ้นหลังจากที่ นาย Kevin Warsh ได้ถูกเสนอชื่อให้ เป็นประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) คนใหม่ แต่มองว่า Reaction ที่เกิดขึ้นมีความรุนแรงเกินไป จากแนวนโยบายการเงินของ Fed  ที่ไม่น่าจะพลิกผันได้ทันทีจากบุคคลคนเดียว

โดยผลกระทบน่าจะเกิดขึ้นกับตลาดหรือสินทรัพย์ที่มีการใช้ Leverage ค่อนข้างมากในช่วงที่ผ่านมาอย่างเช่น สินค้าโภคภัณฑ์จำพวกโลหะมากกว่า ในส่วนของหุ้นไทยนั้น คงจะได้รับผลกระทบน้อย  เนื่องจากช่วงสัปดาห์แรกของเดือน ประเมินว่าตลาดหุ้นไทยน่าจะยังพอถูกประคับประคองได้บ้างจากธีม Election rally ก่อนหน้าการเลือกตั้งจริงที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้

ทั้งนี้ ภายหลังจากการเลือกตั้งเสร็จสิ้น เชื่อว่าภาพของ SET Index จะถูกขับเคลื่อนด้วยผลการเลือกตั้งที่ออกมาเป็นสำคัญ หากผลออกมาเป็นลักษณะของ Landslide victory โดยฟากใดฟากหนึ่ง จนนำมาสู่แนวโน้มการจัดตั้งรัฐบาลที่รวดเร็ว และเป็นรัฐบาลที่มีเสียงแข็งแกร่ง เชื่อว่านักลงทุนจะตอบรับเชิงบวก และจะส่งผ่านความมั่นใจดังกล่าวมายังแรงซื้อที่เกิดขึ้นในตลาดหุ้นไทยได้

โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากนักลงทุนต่างชาติ ในทางกลับกัน หากผลการเลือกตั้งครั้งนี้ออกมาคู่คี่สูสี และนำมาสู่การจัดตั้งรัฐบาลที่ยืดเยื้อ หรือหากจัดตั้งได้แล้ว เป็นรัฐบาลที่ไม่มีเสถียรภาพมากพอง เชื่อว่ามีโอกาสที่จะเกิดปรากฏการณ์ Sell on fact ขึ้นในตลาดหุ้นไทยได้ไม่ยาก

จับตาปัจจัยต่างประเทศ

นายณัฐชาต กล่าวว่า ปัจจัยต่างประเทศที่น่าติดตามในเดือนนี้ มองไปยังความเป็นไปได้ที่ศาลฎีกาสหรัฐฯจะออกคำตัดสิน กรณีการเรียกเก็บภาษีศุลกากรของรัฐบาลปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ว่าเป็นไปอย่างชอบธรรมหรือไม่ หากทราบผลในเดือนนี้ มีโอกาสที่ปัจจัยดังกล่าวจะสร้างความผันผวนให้กับตลาดพันธบัตรสหรัฐฯรวมถึงเงิน USD ได้  

นอกจากนั้น ต้องติดตามการปรับน้ำหนักของดัชนี MSCI ในรอบนี้ ว่าจะมีการปรับลดน้ำหนักของหุ้นไทยในตะกร้าดัชนี MSCI EM อีกครั้งหรือไม่ ซึ่งจากการวิเคราะห์ของ ทรีนีตี้ ล่าสุดพบว่ามีโอกาสเช่นกัน หลังจากที่ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา หุ้นไทยยังคงปรับตัว Underperform เมื่อเทียบกับดัชนีนี้อยู่ หากเกิดขึ้นจริง อาจต้องระวังแรงขายของนักลงทุนต่างชาติที่ปรากฏขึ้นในช่วงครึ่งเดือนหลังด้วย

ณัฐชาต เมฆมาสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด

ในเชิงกลยุทธ์ แนะนำพอร์ตการลงทุนที่พอมีกำไรแล้วจากการเข้าซื้อหุ้นไทยที่ดัชนีโซนล่างก่อนหน้านี้ หาจังหวะขายทำกำไรส่วนหนึ่งก่อนหน้าที่จะทราบผลการเลือกตั้ง และแบ่งถือลุ้นอีกส่วนหากผลการเลือกตั้งออกมามีแนวโน้มนำมาสู่รัฐบาลที่มีเสถียรภาพแข็งแกร่ง ซึ่งน่าจะทำให้ภาพการแกว่งตัวของหุ้นกลุ่ม Domestic play มีความโดดเด่นมากขึ้น

สำหรับกลุ่มหุ้นที่น่าสนใจในเดือนนี้ ได้แก่ กลุ่มหุ้นที่ยังคง Laggard ทางด้าน Valuation ซึ่งหากเทียบเคียงระดับปัจจุบันกับเมื่อวันที่ 13 มกราคม ที่ดัชนี SET ยังคงอยู่แถวบริเวณ 1,230 จุด จะได้ว่า Sector ที่มีความน่าสนใจมากที่สุดจากเกณฑ์นี้จะ ได้แก่ กลุ่ม BANK, TOURISM, ICT, TRANS และ FOOD เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ในการลงทุนในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2569 นี้ ตลอดทั้งเดือนนักลงทุนอาจจะต้องติดตามปัจจัยสำคัญอื่นๆ ประกอบอีกด้วย เช่น

  1. การประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) ในวันที่ 5 กุมภาพันธ์
  2. ประเด็นขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ทั้งเรื่อง กรรมสิทธิ์ของเกาะกรีนแลนด์ และปัญหาความบาดหมางระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่าน
  3. การประกาศรายชื่อหุ้นสมาชิกของดัชนี MSCI รอบใหม่ ช่วงเช้าตรู่วันที่ 11 ก.พ. ตามเวลาบ้านเรา
  4. ผลประชุมกนง.ในวันที่ 25 ก.พ. คาด คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.25%
  5. ทิศทางของค่าเงินบาท หลังทางการจะบังคับใช้มาตรการลดความผันผวนของการ Trading ทองคำ
  6. หุ้นการบินไทย (THAI) พ้นช่วงระยะเวลาห้ามขายหุ้น (Lock-up Period) 6,600 ล้านหุ้นในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 
  7. ความเสี่ยงที่หุ้น DELTA อาจถูกขึ้นบัญชี Trading alert หากราคายังคงพุ่งสูงต่อเนื่อง ซึ่งอาจกระทบกับความดำรงอยู่ของตัวหุ้นในดัชนี