

วันนี้ (วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569) บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI มีกำหนดการปลดล็อคหุ้น (Lock-up) หรือเป็นการสิ้นสุดระยะเวลาห้ามขายหุ้น (Silent Period)ในเร็วๆนี้ ซึ่งจะแบ่ง ออกเป็น 2 ช่วง คือ
ทั้งนี้ หุ้น THAI มีจำนวนทั้งสิ้น 28,000 ล้านหุ้น โดยหุ้นที่มาจากการแปลงหนี้เป็นทุนมีถึง 26,000 ล้านหุ้น โดยเจ้าหนี้ได้แสดงความต้องการแปลงหนี้เป็นทุนภาคสมัครใจถึง 3 เท่า ด้วยราคา 2.5452 บาท/หุ้นขณะที่หุ้นเพิ่มทุนอยู่ที่ 4.48 บาท ซึ่งส่วนนี้ยังถูก Lock up 6 เดือนถึง 1 ปี และจะสิ้นสุด lock up period ระยะแรกในวันที่ 3 ก.พ.นี้
โดยในวันที่ 3 กุมภาพันธ์นี้ หุ้นที่แปลงหนี้เป็นทุนชุดแรก จะมีประมาณ 6,600 ล้านหุ้น หรือสัดส่วน 23.3% กำลังจะครบกำหนดขายได้ ต่อจากนั้นวันที่ 4 สิงหาคม 2026 หุ้นชุดที่สองอีก 19,802 ล้านหุ้น หรือสัดส่วน 70% จะทยอยหลุดจาก Silent Period เช่นกัน
ทำให้ตลาดต้องจับตาแรงขายที่อาจส่งผลต่อราคาหุ้นในระยะต่อไป และเริ่มส่งผลต่อความกังวลที่จะเกิดขึ้น
ปัจจุบันราคาหุ้น THAI อยู่ที่ประมาณ 7.30 บาท ยังสูงกว่าราคาเสนอขาย (Offering Price) ที่ 4.48 บาท เมื่อปลายปี 2567 ซึ่งราคาหุ้นของการบินไทย ยังสูงกว่า PO ขอให้อดทนถือหุ้นต่อเพื่อรอพิสูจน์ผลงานที่ฝ่ายบริหารทำได้ตามสัญญามาตลอด 4-5 ปีที่ผ่านมา
ต่อเรื่องนี้นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI เปิดเผยก่อนหน้านี้ว่ากรณีที่มีความกังวลเรื่องการขายหุ้นของเจ้าหนี้ หลังจากวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งเป็นช่วงสิ้นสุด Lock-Up จำนวน 25% ของจำนวนหุ้นออกใหม่ บริษัทการบินไทยได้พูดคุยกับเจ้าหนี้แทบจะทุกกลุ่มทั้งสถาบันการเงินและสหกรณ์ออมทรัพย์ แต่ก็ยังไม่ได้แจ้งว่าตัดสินใจอย่างไร
แต่โดยภาพรวมผู้ถือหุ้นส่วนใหญ่ต้องการจะถือหุ้นต่อ มากกว่าที่จะเทขายออกมาเมื่อพ้นกำหนด แม้จะมีการสอบถามถึงประเด็นนี้เข้ามา แต่โดยภาพรวมเจ้าหนี้ต้องการที่จะรักษาพอร์ตสินทรัพย์ไว้ และพร้อมที่จะเติบโตไปกับการบินไทยต่อ เนื่องจากเชื่อมั่นในความมั่นคงของบริษัทต้องการรักษาเสถียรภาพราคาหุ้นของการบินไทย
“ตอนนี้ไม่ได้ยินว่าใครจะเทขาย แต่ไม่สามารถจะเจาะเป็นรายบุคคล โดยภาพรวมก็อยากทำให้การบินไทยมั่นคง อยากให้มองหุ้นการบินไทย เป็น Value Share มองที่ผลประกอบการ ถ้ามีการเทขายหุ้นบางครั้งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบางอย่างมันกลายเป็น speculate การเก็งกำไร มากกว่า หุ้นสายการบินส่วนใหญ่เป็น Value Share มากกว่า” นายชาย กล่าวทิ้งท้าย