

KEY
POINTS
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกกว่า 500 จุดในวันจันทร์ (2 ก.พ.) ขณะที่ดัชนี S&P500 ขยับเข้าใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
โดยได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มบริษัทผลิตชิปและบริษัทอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI)
ส่วนหุ้นกลุ่มบริษัทขนาดเล็กดีดตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งเช่นกัน
ทั้งนี้ หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวขึ้น โดยหุ้น Alphabet ดีดตัวขึ้น 1.9% แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่หุ้น Amazon พุ่งขึ้น 1.5% ก่อนที่ทั้งสองบริษัทจะรายงานผลประกอบการรายไตรมาสในสัปดาห์นี้
ซึ่งจะช่วยให้นักลงทุนเห็นภาพการแข่งขันเพื่อชิงความเป็นหนึ่งในเทคโนโลยี AI ได้ชัดเจนมากขึ้น
หุ้น Palantir Technologies ที่เป็นบริษัทด้านข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ AI เพิ่มขึ้น 0.8% ก่อนที่บริษัทจะรายงานผลประกอบการหลังตลาดปิดทำการ ด้านหุ้นกลุ่มผู้ผลิตชิปที่ได้ประโยชน์จากความต้องการใช้ AI ปรับตัวขึ้น
ดัชนี Russell 2000 ซึ่งเป็นดัชนีหุ้นกลุ่มบริษัทที่มีมาร์เก็ตแคปต่ำ พุ่งขึ้น 1% โดยดัชนี Russell 2000 ทำผลงานได้ดีกว่า S&P500 อย่างมีนัยสำคัญนับตั้งแต่ปี 2569 เมื่อพิจารณาจากการที่ดัชนี S&P500 ปรับตัวขึ้นประมาณ 2% ในปี 2569 ตามหลังดัชนี Russell 2000 ที่พุ่งขึ้นกว่า 6% อย่างไรก็ดี โดยทั่วไปนักลงทุนมองว่าการพุ่งขึ้นของหุ้นบริษัทขนาดเล็กถือเป็นภาพสะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่มีต่อภาวะเศรษฐกิจ
นักวิเคราะห์จากบริษัท Ingalls & Snyder ระบุว่า ปัจจัยพื้นฐานของตลาดยังคงอยู่ในระดับที่ดี และผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนยังคงแข็งแกร่ง โดยบริษัทเกือบทุกกลุ่มรายงานผลประกอบการที่ดีเกินคาดทั้งในด้านกำไรและรายได้
นักวิเคราะห์ในโพลสำรวจของ LSEG คาดการณ์ว่า บริษัทในดัชนี S&P500 จะมีกำไรเติบโตเกือบ 11% ในไตรมาสเดือนธันวาคม เพิ่มขึ้นจากคาดการณ์ก่อนหน้านี้ที่ระดับ 9% โดยบริษัทที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของการเติบโตนี้
หุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวลงมากที่สุดในดัชนี S&P500 โดยร่วงลง 2% หลังจากราคาน้ำมัน WTI ดิ่งลงกว่า 4% ภายหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่าอิหร่านกำลังเจรจาอย่างจริงจังกับสหรัฐฯ ซึ่งส่งสัญญาณว่าสถานการณ์ตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์เริ่มบรรเทาลง และทำให้ความกังวลเกี่ยวกับภาวะชะงักงันด้านอุปทานน้ำมันลดน้อยลงด้วย
อย่างไรก็ดี การร่วงลงของราคาน้ำมันเป็นปัจจัยหนุนหุ้นกลุ่มสายการบิน โดยหุ้น United Airlines, หุ้น JetBlue, หุ้น Delta Air Lines และหุ้น Southwest ปรับตัวขึ้นระหว่าง 4% - 8%
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการรายงาน สถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐฯ (ISM) เปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตพุ่งขึ้นสู่ระดับ 52.6 ในเดือนม.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย. 2565 และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 48.5 จากระดับ 47.9 ในเดือนธ.ค. โดยได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของคำสั่งซื้อใหม่และการจ้างงาน
หน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐฯ ถูกชัตดาวน์บางส่วนเมื่อเช้าวันเสาร์ที่ผ่านมา (31 ม.ค.) หลังจากสภาคองเกรสไม่สามารถผ่านร่างกฎหมายงบประมาณรายจ่ายและส่งให้ปธน.ทรัมป์ได้ทันตามกำหนดเส้นตายวันที่ 30 ม.ค. ขณะที่สภาผู้แทนราษฎรจะทำการลงมติครั้งสุดท้ายในวันนี้ (3 ก.พ.) ตามเวลาสหรัฐฯ โดยไมค์ จอห์นสัน ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ จากพรรครีพับลิกันได้แสดงความเชื่อมั่นว่า มีเสียงสนับสนุนเพียงพอที่จะยุติการชัตดาวน์บางส่วน ภายในวันอังคารที่ 3 ก.พ.