กูรูชี้ดีล Telenor ขาย TRUE ไม่ต้องทำ Tender Offer แต่ความเชื่อมั่นตลาดยังต้องพิสูจน์

25 ม.ค. 2569 | 07:56 น.
อัปเดตล่าสุด :25 ม.ค. 2569 | 07:56 น.

บล.กสิกร ชี้ TRUE ยังน่าสนใจเชิงมูลค่า หลังราคาหุ้นร่วงกว่า 14% ซื้อขายที่ PER ปี 69 ราว 15.9 เท่า แม้ดีลขายหุ้น Telenor สะท้อนความพึงพอใจต่อผลตอบแทนและเพิ่มความเสี่ยงเชิงโครงสร้าง นักลงทุนควรจับตาทิศทางบริหารเงินทุนและผลดำเนินงานปี 69

KEY

POINTS

  • Telenor ขายหุ้น TRUE 24.95% ให้บริษัทของคุณศุภชัย เจียรวนนท์ โดยธุรกรรมดังกล่าวถูกออกแบบมาให้ไม่เข้าข่ายต้องทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ (Tender Offer) ตามกฎหมาย
  • นักวิเคราะห์มองว่าการถอนตัวของ Telenor อาจทำให้กลไกการตรวจสอบและถ่วงดุลในระดับผู้ถือหุ้นลดลง ซึ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของตลาด
  • แม้ดีลจะสำเร็จได้โดยไม่ต้องทำ Tender Offer แต่การฟื้นความเชื่อมั่นของนักลงทุนยังคงเป็นความท้าทาย และต้องใช้เวลาพิสูจน์ผ่านผลการดำเนินงานในอนาคต

นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เปิดมุมมองต่อ TRUE ในบทวิเคราะห์ว่า จากเหตุการณ์ เมื่อวันที่ 22 ม.ค. 2569 TRUE แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า Telenor ได้เข้าทำสัญญากับบริษัท อะไรซ์ ดิจิทัล เทคโนโลยี จำกัด (Arise) ซึ่งเป็นนิติบุคคลที่คุณศุภชัย เจียรวนนท์ เป็นเจ้าของ เพื่อขายหุ้น TRUE สัดส่วน 24.95% (จากสัดส่วนการถือหุ้นก่อนทำรายการที่ 30.3%) ที่ราคาซื้อขายอยู่ที่ 11.7 บาท

นอกจากนี้ คู่สัญญายังตกลงกันในเงื่อนไข put/call option ร่วมกัน สำหรับการขายหุ้นส่วนที่เหลือของ Telenor อีก 5.35% ซึ่งสามารถใช้สิทธิได้หลังจากทำธุรกรรมไปแล้ว 2 ปี 

ประเด็นสำคัญคือ ภายหลังการประกาศดังกล่าว ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ TRUE ได้จัดการประชุมทางโทรศัพท์เพื่อชี้แจงประเด็นการขายหุ้นของ Telenor สาระสำคัญประกอบด้วย

  1. คาดว่าธุรกรรมจะแล้วเสร็จภายใน 1–2 เดือนข้างหน้า และจะไม่เข้าข่ายต้องทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์จากหน้าที่ตามกฎหมายกำหนด (mandatory tender offer)
  2. Arise จะเสนอชื่อกรรมการจำนวน 2 คนเข้าสู่คณะกรรมการบริษัท ขณะที่ Telenor จะเหลือที่นั่งกรรมการ 1 คน
  3. ผู้บริหารบางส่วนที่อยู่ภายใต้สัญญาของ Telenor จะได้รับการชักชวนให้อยู่กับบริษัทต่อ
  4. แนวทางทางการเงินทั้งหมดในปี 2570 รวมถึงการจัดสรรเงินทุนและวินัยทางการเงิน ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง

กูรูชี้ดีล Telenor ขาย TRUE ไม่ต้องทำ Tender Offer แต่ความเชื่อมั่นตลาดยังต้องพิสูจน์

ทั้งนี้ การวิเคราะห์ของทางฝ่ายมองว่า ประการแรก การที่คุณศุภชัยถอนตัวจาก CP Group ทำให้ไม่เข้าเงื่อนไขที่ต้องทำ mandatory tender offer ประการที่สอง หุ้น TRUE สัดส่วน 5.35% ที่ Telenor ยังคงถืออยู่ และ น่าถูกขายออกในตลาดหลังจากครบระยะเวลา 2 ปี

ประการที่สาม มีความเป็นไปได้ที่จะเห็นการบริหารเงินทุนเชิงรุกมากขึ้น ซึ่งจะช่วยรองรับภาระดอกเบี้ยของ Arise ประการที่สี่ การสูญเสียกลไกการตรวจสอบและถ่วงดุลในระดับผู้ถือหุ้นอาจไม่สามารถทดแทนได้อย่างสมบูรณ์ แต่ส่วนลดมูลค่าที่นำมาใช้ก็ยากที่จะหาเหตุผลมาสนับสนุนเช่นกัน และประการสุดท้าย การฟื้นความเชื่อมั่นของตลาดยังต้องอาศัยการดำเนินงานที่พิสูจน์ได้จริงและระยะเวลา

ในมุมมองของทางฝ่ายนั้น มีมุมมองเชิงลบต่อพัฒนาการดังกล่าว ในด้านลบ ราคาขายที่ Telenor ตกลงไว้ที่ 11.7 บาท อาจสะท้อนว่าฝ่ายขายพึงพอใจกับระดับผลตอบแทนเทียบกับความเสี่ยงแล้ว และการถอนตัวของ Telenor อาจทำให้ระดับของกลไกการตรวจสอบและถ่วงดุลลดลงตามมุมมองของทางฝ่าย

ขณะเดียวกัน Arise กำลังจะเข้าลงทุนด้วยเม็ดเงินจำนวนมากระดับแสนล้าน ซึ่งมีแนวโน้มใช้เงินกู้เป็นสัดส่วนสูง ส่งผลให้ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของ Arise น่าจะสอดคล้องกับผู้ถือหุ้นรายย่อยในระดับสูง ซึ่งน่าจะช่วยชดเชยการสูญเสียกลไกการตรวจสอบและถ่วงดุลได้บางส่วน

จากปัจจัยที่กล่าวมาข้างต้น ทางฝ่ายยังคงคำแนะนำซื้อ สำหรับ TRUE ราคาหุ้นปรับตัวลดลง 14.52% หลังการประกาศขายหุ้นของ Telenor ปัจจุบันหุ้นซื้อขายด้วย PER ปี 2569 ที่ 15.86x เท่า EV/EBITDA ปี 2569 ที่ 6.99 เท่า และให้อัตราตอบแทนเงินปันผลปี 2569 ที่ 3.78% ปัจจัยกระตุ้นการปรับมูลค่า ได้แก่ 

  1. หากมีการแถลงข่าวของคุณศุภชัยและคุณซิกเว่เพื่อฟื้นความเชื่อมั่นของตลาด 
  2. เงินปันผลไตรมาส 4/2568 ที่อาจออกมาสูงกว่าคาดที่ 0.03 บาท
  3. แนวทางการดำเนินงานปี 2569 ที่เป็นบวก พร้อมการรักษาวินัยทางการเงินอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงขาลง ที่ต้องจับตา อาทิ 1) การปรับลดเพดานราคาขายปลีกอย่างรุนแรงโดย กสทช., ความมุ่งมั่นของภาครัฐในการเปิดเสรีตลาดโทรคมนาคม, การเกิดสงครามราคา และการตั้งสำรองจำนวนมากจากคดีความที่อยู่ระหว่างพิจารณา