SCB EIC ชี้จุดอ่อนผู้รับเหมา–เตือนคุมเข้มประมูล หวั่นซ้ำรอยความเสี่ยง

25 ม.ค. 2569 | 03:28 น.
อัปเดตล่าสุด :25 ม.ค. 2569 | 03:28 น.

จากเครนถล่มถึงระบบประมูล SCB EIC ชำแหละจุดอ่อนภาคก่อสร้างไทย ตั้งแต่ผู้รับเหมาหลัก–ช่วง–นอมินี ชี้หากไม่ยกระดับทั้งระบบ ความเสี่ยงโครงการรัฐยังไม่จบ

KEY

POINTS

  • SCB EIC แนะภาครัฐเร่งใช้มาตรการสมุดพกผู้รับเหมา เพื่อลงโทษและจำกัดสิทธิ์การประมูลของผู้รับเหมาที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อน เพื่อฟื้นความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย
  • เตือนให้คุมเข้มกระบวนการจัดจ้างในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การตรวจสอบคุณสมบัติผู้รับเหมาและผู้รับเหมาช่วง ไปจนถึงการป้องกันการเสนอราคาที่ต่ำเกินไปซึ่งอาจนำไปสู่การลดคุณภาพงาน
  • ชี้จุดอ่อนภาคก่อสร้างไทยที่ขาดหน่วยงานกำกับดูแลหลัก เสนอให้จัดตั้งหน่วยงานกลางเพื่อยกระดับมาตรฐานทั้งห่วงโซ่อุปทานในระยะยาว

จากกรณีเกิดเหตุการณ์เครนก่อสร้างถล่มในเดือน ม.ค. 69 จำนวน 2 เหตุการณ์ ได้แก่ เหตุการณ์เครนก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ถล่มทับขบวนรถไฟ บริเวณอ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา และเหตุการณ์เครนก่อสร้างโครงการทางยกระดับช่วงเอกชัย-บ้านแพ้วถล่มทับรถยนต์ บริเวณอ.เมือง จ.สมุทรสาครนั้น

นางกัญญารัตน์ กาญจนวิสุทธิ์ นักวิเคราะห์อาวุโส ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ SCB EIC เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวกระทบต่อความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยของการก่อสร้างโครงการภาครัฐในวงกว้าง

โดยเฉพาะโครงการที่ดำเนินการก่อสร้างโดยผู้รับเหมาก่อสร้างที่เคยมีปัญหาด้านขั้นตอนการก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐาน ใช้วัสดุก่อสร้างและเครื่องจักรที่ไม่มีคุณภาพ ซึ่งส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุระหว่างก่อสร้างบ่อยครั้ง และไม่สามารถก่อสร้างและส่งมอบงานได้ตามข้อกำหนด

มองว่าในระยะสั้น ภาครัฐต้องเร่งฟื้นความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย ผ่านการเร่งมาตรการสมุดพกผู้รับเหมา ซึ่งเป็นการกำหนดบทลงโทษด้วยการหักคะแนนสะสมในกรณีที่ผู้รับเหมาก่อสร้างกระทำผิด เกิดอุบัติเหตุ หรือเกิดความเสียหายจากความประมาท เมื่อถึงระดับหนึ่งผู้รับเหมาจะถูกจำกัดสิทธิการเข้าประมูลงาน

SCB EIC ชี้จุดอ่อนผู้รับเหมา–เตือนคุมเข้มประมูล หวั่นซ้ำรอยความเสี่ยง

ในส่วนของกระบวนการจัดจ้างผู้รับเหมาก่อสร้างจำเป็นต้องมีความเข้มงวดมากขึ้นในทุกขั้นตอน ตั้งแต่ขั้นตอนการเข้าประมูล ทั้งคุณสมบัติและประสบการณ์ของผู้รับเหมาหลัก พันธมิตร และผู้รับเหมาช่วง การตรวจสอบการดำเนินงานก่อสร้างของผู้รับเหมาก่อสร้างต่างชาติ ที่ใช้ผู้รับเหมาก่อสร้างไทยเป็นตัวแทนนอมินี รวมถึงการตรวจสอบย้อนหลัง เพื่อป้องกันผู้รับเหมาที่มีปัญหาและถูกดำเนินการยกเลิกกิจการเดิมแล้ว กลับมาตั้งกิจการเพื่อเข้าประมูลงานใหม่

นอกจากนี้ ภาคก่อสร้างไทยยังขาดหน่วยงานหลักที่มีหน้าที่กำกับดูแล และพัฒนาภาคก่อสร้างทั้งระบบ ซึ่งในระยะยาว จำเป็นต้องยกระดับภาคก่อสร้างทั้งห่วงโซ่อุปทาน ผ่านการจัดตั้งหน่วยงานที่มีหน้าที่กำกับดูแลและพัฒนาภาคก่อสร้าง จากการที่ห่วงโซ่อุปทานมีขั้นตอนและกิจกรรมการทำงานที่หลากหลาย

อีกทั้ง ในการดำเนินงานโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ ผู้รับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ยังมีการกระจายกิจกรรมการทำงานไปยังผู้รับเหมาช่วงหลายราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้รับเหมาก่อสร้างรายกลางและเล็ก ซึ่งต้องมีการกำกับดูแลในส่วนนี้ด้วย

การเข้าประมูลโครงการก่อสร้างยังต้องระมัดระวังการใช้กลยุทธ์แบบแข่งขันด้านราคาที่ต่ำเกินไป เพื่อป้องกันสถานการณ์ที่ผู้รับเหมาก่อสร้างถูกบีบให้รักษาอัตรากำไร ด้วยการลดต้นทุนผ่านการลดคุณภาพงานก่อสร้าง

ยกตัวอย่างเช่น การใช้วัสดุก่อสร้างและเครื่องจักรที่ไม่มีคุณภาพและมาตรฐาน เร่งรัดงานก่อสร้างโดยละเลยมาตรฐานที่ควรถือปฏิบัติ เลือกผู้รับเหมาช่วงหรือร่วมทุนกับผู้รับเหมาก่อสร้างที่ไม่มีความน่าเชื่อถือ โดยพิจารณาจากต้นทุนการก่อสร้างที่ต่ำที่สุดเป็นหลัก

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผู้รับเหมาก่อสร้างควรเร่งยกระดับคุณภาพ ด้วยการเลือกพันธมิตรและผู้รับเหมาช่วงที่มีความน่าเชื่อถือ ยกระดับขั้นตอนการก่อสร้างให้มีความปลอดภัย ใช้วัสดุก่อสร้างและเครื่องจักรที่มีคุณภาพและมาตรฐาน รวมถึงส่งมอบงานให้ตรงเวลาและมีคุณภาพ

อย่างไรก็ตาม การนำเทคโนโลยีก่อสร้างมาใช้ จะช่วยเพิ่ม ผลิตภาพและบริหารจัดการความท้าทายในการประกอบธุรกิจได้ดียิ่งขึ้น เช่น ลดการใช้แรงงาน ลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ รวมถึงจะมีข้อได้เปรียบในการแข่งขันเข้าประมูลงานก่อสร้าง และมีโอกาสเป็นตัวเลือกในลำดับต้นๆ ของผู้ว่าจ้างได้