ITD เผชิญแรงกดดันซ้อนวิกฤต โครงการสะดุด–ยืดหุ้นกู้–เครดิตถูกลด

18 ม.ค. 2569 | 23:30 น.
อัปเดตล่าสุด :19 ม.ค. 2569 | 02:51 น.

ITD มรสุมรุมเร้า รับแรงกดดันทั้งโครงการและการเงิน เตรียมประชุมผู้ถือหุ้นกู้ 5 รุ่น ขอขยายอายุหนี้กว่า 1.44 หมื่นล้านบาท หลังเครดิตถูกลดและตลาดจับตาความเสี่ยงสภาพคล่อง

KEY

POINTS

  • เผชิญปัญหาอุบัติเหตุร้ายแรงในโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ 2 แห่ง ทั้งรถไฟความเร็วสูงและทางด่วนพระราม 2 ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นอย่างรุนแรง
  • ประสบปัญหาทางการเงินจนต้องขอขยายเวลาไถ่ถอนหุ้นกู้ 5 รุ่น มูลค่ารวมกว่า 1.44 หมื่นล้านบาท ออกไปอีก 3 ปี เพื่อบริหารสภาพคล่อง
  • ถูกทริสเรทติ้งปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือขององค์กรลงสู่ระดับ 'B' และหุ้นกู้ลงสู่ 'B-' สะท้อนความเสี่ยงด้านภาระหนี้สูงและผลประกอบการที่ขาดทุนสะสม

บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือ ITD กำลังอยู่ในช่วงเผชิญแรงกดดันสูงสุดรอบหลายปี จากเหตุอุบัติเหตุในโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง ควบคู่กับภาระหนี้หุ้นกู้จำนวนมาก ผลประกอบการที่ยังไม่ฟื้นตัวอย่างยั่งยืน และความเสี่ยงด้านเครดิตที่ถูกปรับลด ส่งผลให้สถานะทางการเงินและความเชื่อมั่นของบริษัทถูกจับตาอย่างใกล้ชิดจากทั้งตลาดทุนและหน่วยงานกำกับ

เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 เกิดอุบัติเหตุเครนก่อสร้างในโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย–จีน บริเวณอำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา (สัญญา 3-4) โดยเครนยกชิ้นส่วนคอนกรีตหล่นทับขบวนรถไฟ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก

ต่อมาเกิดเหตุคานปูนและเครน ซึ่งเป็นชิ้นส่วนของโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษหมายเลข 82 ถล่มลงมาบนถนนพระราม 2 ทับรถยนต์ที่สัญจร ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต ซึ่ง ITD เป็นผู้รับเหมาหลักของโครงการดังกล่าว

สัญญายังไม่ถูกยกเลิก แต่ความเชื่อมั่นถูกตั้งคำถาม

ภายหลังเกิดเหตุ มีรายงานกระแสข่าวว่านายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล มีคำสั่งยกเลิกสัญญาทั้ง 2 โครงการ อย่างไรก็ตาม ITD ได้ออกมาชี้แจงว่า สัญญาทั้งสองโครงการยังคงมีผลใช้บังคับ และบริษัทยังปฏิบัติตามสัญญาอย่างต่อเนื่อง

แม้สัญญาจะยังไม่ถูกยกเลิก แต่เหตุการณ์ดังกล่าวได้ส่งผลต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นในช่วงเวลาที่บริษัทกำลังเผชิญแรงกดดันด้านการเงินอยู่แล้ว ทำให้ตลาดกลับมาประเมินความเสี่ยงของ ITD ในมิติกว้างขึ้น ทั้งด้านปฏิบัติการ การบริหารความปลอดภัย และความสามารถในการดำเนินโครงการขนาดใหญ่

ITD เผชิญแรงกดดันซ้อนวิกฤต โครงการสะดุด–ยืดหุ้นกู้–เครดิตถูกลด

ยืดหุ้นกู้ 5 รุ่น 1.44 หมื่นล้าน

ท่ามกลางแรงกดดันดังกล่าว ITD เตรียมจัดประชุมผู้ถือหุ้นกู้ 5 รุ่น รวมมูลค่าประมาณ 14,455 ล้านบาท เพื่อขออนุมัติขยายระยะเวลาการไถ่ถอนออกไปอีก 3 ปี จากเดิมที่ครบกำหนดในปี 2569 พร้อมเสนอแนวทางทยอยชำระเงินต้นเป็นรายงวด และเพิ่มอัตราดอกเบี้ยชดเชยให้ผู้ถือหุ้นกู้ในช่วง 0.25–0.50% ต่อปี

หุ้นกู้ทั้ง 5 รุ่น ประกอบด้วย

  • ITD2424 มูลค่า 2,000 ล้านบาท ครบกำหนด 15 ก.พ. 2569
  • ITD24DA มูลค่า 2,455 ล้านบาท ครบกำหนด 4 ธ.ค. 2569
  • ITD254A มูลค่า 6,000 ล้านบาท ครบกำหนด 29 เม.ย. 2570
  • ITD266A มูลค่า 2,785 ล้านบาท ครบกำหนด 2 มิ.ย. 2571
  • ITD24DB มูลค่า 1,215 ล้านบาท ครบกำหนด 4 ธ.ค. 2569

หุ้นกู้ทั้งหมดเสนอขายเฉพาะผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่ (II/HNW) และปัจจุบันยังถูกขึ้นเครื่องหมาย RS (อยู่ระหว่างปรับโครงสร้างหนี้) และ IC (มีข้อมูลหรือเหตุการณ์ที่อาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อผู้ออกตราสาร) ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลการซื้อขายอย่างใกล้ชิด

ก.ล.ต. เตือนผู้ถือหุ้นกู้พิจารณารอบคอบ

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ออกมาเน้นย้ำให้ผู้ถือหุ้นกู้ ITD ทั้ง 5 รุ่น ศึกษาข้อมูลและเงื่อนไขการแก้ไขสัญญาอย่างรอบด้าน ก่อนใช้สิทธิออกเสียง โดยเฉพาะผลกระทบจากการขยายอายุหนี้ สิทธิที่อาจถูกผ่อนผัน และโครงสร้างการชำระเงินต้นแบบทยอยจ่าย

การประชุมผู้ถือหุ้นกู้ครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นจุดชี้ขาดต่อทิศทางการบริหารหนี้ของ ITD หากไม่สามารถได้รับความเห็นชอบ อาจกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้และเสถียรภาพทางการเงินของบริษัทในระยะถัดไป

เครดิตถูกลด

ขณะเดียวกัน ทริสเรทติ้งได้ปรับลดอันดับเครดิตองค์กร ITD ลงมาอยู่ที่ระดับ “B” และอันดับเครดิตหุ้นกู้ลงมาอยู่ที่ระดับ “B-” พร้อมคงแนวโน้ม “ลบ” สะท้อนความเสี่ยงเชิงโครงสร้างจากผลขาดทุนสะสม ภาระหนี้สูง และความไม่แน่นอนของกระแสเงินสดในอนาคต

แม้ผลการดำเนินงานในช่วง 9 เดือนแรกปี 2568 จะเริ่มมีสัญญาณดีขึ้นบางส่วน

  • รายได้รวม 45,871.76 ล้านบาท ลดลง 14.77%
  • กำไรสุทธิ 7,393.75 ล้านบาท ฟื้นจากขาดทุนปีก่อน
  • เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มเป็น 4,978.01 ล้านบาท
  • หนี้สินรวมลดลงเหลือ 82,020.35 ล้านบาท

เมื่อพิจารณาผลการดำเนินงานย้อนหลัง 3 ปี พบว่า บริษัทยังขาดทุนสุทธิต่อเนื่อง และมีกำไรขาดทุนสะสมในระดับสูง สะท้อนว่าการฟื้นตัวของผลประกอบการยังไม่ยั่งยืน และส่วนหนึ่งเกิดจากรายการพิเศษและการขายสินทรัพย์ มากกว่าการสร้างรายได้จากการดำเนินงานหลัก

ผลการดำเนินงาน 3 ปี ย้อนหลัง (2565-2567)

  • รายได้รวม ที่ 67,833.32 , 64,530.26 , 72,453.98 ล้านบาท
  • กำไรสุทธิ ที่ -4,758.85 , -1,072.37 , -5,775.85 ล้านบาท
  • เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด ที่ 3,453.77 , 4,596.79 , 3,976.45 ล้านบาท
  • รวมหนี้สิน ที่ 104,846.40 , 106,748.23 , 110,537.37 ล้านบาท
  • กำไรขาดทุนสะสม ที่ -4,893.17 , -5,923.98 , -11,636.09 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ของ ITD ในขณะนี้สะท้อนแรงกดดันหลายมิติที่เกิดขึ้นพร้อมกัน ทั้งเหตุอุบัติเหตุในโครงการขนาดใหญ่ ภาระหนี้หุ้นกู้ที่ต้องขอขยายอายุ เครดิตที่ถูกปรับลด และผลประกอบการที่แม้เริ่มฟื้นตัวบางส่วน แต่ยังไม่แข็งแรงในเชิงโครงสร้าง

สำหรับนักลงทุนและผู้ถือหุ้นกู้ ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด คือผลการประชุมผู้ถือหุ้นกู้ การบริหารสภาพคล่องในระยะถัดไป ความคืบหน้าโครงการลงทุนใหม่ และแนวทางการฟื้นความเชื่อมั่นต่อคู่สัญญาและตลาดทุน ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางของ ITD ในช่วงต่อจากนี้อย่างมีนัยสำคัญ