KEY
POINTS
บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือ ITD กำลังอยู่ในช่วงเผชิญแรงกดดันสูงสุดรอบหลายปี จากเหตุอุบัติเหตุในโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง ควบคู่กับภาระหนี้หุ้นกู้จำนวนมาก ผลประกอบการที่ยังไม่ฟื้นตัวอย่างยั่งยืน และความเสี่ยงด้านเครดิตที่ถูกปรับลด ส่งผลให้สถานะทางการเงินและความเชื่อมั่นของบริษัทถูกจับตาอย่างใกล้ชิดจากทั้งตลาดทุนและหน่วยงานกำกับ
เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 เกิดอุบัติเหตุเครนก่อสร้างในโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย–จีน บริเวณอำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา (สัญญา 3-4) โดยเครนยกชิ้นส่วนคอนกรีตหล่นทับขบวนรถไฟ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก
ต่อมาเกิดเหตุคานปูนและเครน ซึ่งเป็นชิ้นส่วนของโครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษหมายเลข 82 ถล่มลงมาบนถนนพระราม 2 ทับรถยนต์ที่สัญจร ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต ซึ่ง ITD เป็นผู้รับเหมาหลักของโครงการดังกล่าว
ภายหลังเกิดเหตุ มีรายงานกระแสข่าวว่านายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล มีคำสั่งยกเลิกสัญญาทั้ง 2 โครงการ อย่างไรก็ตาม ITD ได้ออกมาชี้แจงว่า สัญญาทั้งสองโครงการยังคงมีผลใช้บังคับ และบริษัทยังปฏิบัติตามสัญญาอย่างต่อเนื่อง
แม้สัญญาจะยังไม่ถูกยกเลิก แต่เหตุการณ์ดังกล่าวได้ส่งผลต่อภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นในช่วงเวลาที่บริษัทกำลังเผชิญแรงกดดันด้านการเงินอยู่แล้ว ทำให้ตลาดกลับมาประเมินความเสี่ยงของ ITD ในมิติกว้างขึ้น ทั้งด้านปฏิบัติการ การบริหารความปลอดภัย และความสามารถในการดำเนินโครงการขนาดใหญ่
ท่ามกลางแรงกดดันดังกล่าว ITD เตรียมจัดประชุมผู้ถือหุ้นกู้ 5 รุ่น รวมมูลค่าประมาณ 14,455 ล้านบาท เพื่อขออนุมัติขยายระยะเวลาการไถ่ถอนออกไปอีก 3 ปี จากเดิมที่ครบกำหนดในปี 2569 พร้อมเสนอแนวทางทยอยชำระเงินต้นเป็นรายงวด และเพิ่มอัตราดอกเบี้ยชดเชยให้ผู้ถือหุ้นกู้ในช่วง 0.25–0.50% ต่อปี
หุ้นกู้ทั้ง 5 รุ่น ประกอบด้วย
หุ้นกู้ทั้งหมดเสนอขายเฉพาะผู้ลงทุนสถาบันและผู้ลงทุนรายใหญ่ (II/HNW) และปัจจุบันยังถูกขึ้นเครื่องหมาย RS (อยู่ระหว่างปรับโครงสร้างหนี้) และ IC (มีข้อมูลหรือเหตุการณ์ที่อาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อผู้ออกตราสาร) ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลการซื้อขายอย่างใกล้ชิด
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ออกมาเน้นย้ำให้ผู้ถือหุ้นกู้ ITD ทั้ง 5 รุ่น ศึกษาข้อมูลและเงื่อนไขการแก้ไขสัญญาอย่างรอบด้าน ก่อนใช้สิทธิออกเสียง โดยเฉพาะผลกระทบจากการขยายอายุหนี้ สิทธิที่อาจถูกผ่อนผัน และโครงสร้างการชำระเงินต้นแบบทยอยจ่าย
การประชุมผู้ถือหุ้นกู้ครั้งนี้ถูกมองว่าเป็นจุดชี้ขาดต่อทิศทางการบริหารหนี้ของ ITD หากไม่สามารถได้รับความเห็นชอบ อาจกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้และเสถียรภาพทางการเงินของบริษัทในระยะถัดไป
ขณะเดียวกัน ทริสเรทติ้งได้ปรับลดอันดับเครดิตองค์กร ITD ลงมาอยู่ที่ระดับ “B” และอันดับเครดิตหุ้นกู้ลงมาอยู่ที่ระดับ “B-” พร้อมคงแนวโน้ม “ลบ” สะท้อนความเสี่ยงเชิงโครงสร้างจากผลขาดทุนสะสม ภาระหนี้สูง และความไม่แน่นอนของกระแสเงินสดในอนาคต
แม้ผลการดำเนินงานในช่วง 9 เดือนแรกปี 2568 จะเริ่มมีสัญญาณดีขึ้นบางส่วน
เมื่อพิจารณาผลการดำเนินงานย้อนหลัง 3 ปี พบว่า บริษัทยังขาดทุนสุทธิต่อเนื่อง และมีกำไรขาดทุนสะสมในระดับสูง สะท้อนว่าการฟื้นตัวของผลประกอบการยังไม่ยั่งยืน และส่วนหนึ่งเกิดจากรายการพิเศษและการขายสินทรัพย์ มากกว่าการสร้างรายได้จากการดำเนินงานหลัก
ผลการดำเนินงาน 3 ปี ย้อนหลัง (2565-2567)
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ของ ITD ในขณะนี้สะท้อนแรงกดดันหลายมิติที่เกิดขึ้นพร้อมกัน ทั้งเหตุอุบัติเหตุในโครงการขนาดใหญ่ ภาระหนี้หุ้นกู้ที่ต้องขอขยายอายุ เครดิตที่ถูกปรับลด และผลประกอบการที่แม้เริ่มฟื้นตัวบางส่วน แต่ยังไม่แข็งแรงในเชิงโครงสร้าง
สำหรับนักลงทุนและผู้ถือหุ้นกู้ ประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด คือผลการประชุมผู้ถือหุ้นกู้ การบริหารสภาพคล่องในระยะถัดไป ความคืบหน้าโครงการลงทุนใหม่ และแนวทางการฟื้นความเชื่อมั่นต่อคู่สัญญาและตลาดทุน ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางของ ITD ในช่วงต่อจากนี้อย่างมีนัยสำคัญ