KEY
POINTS
นายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ 'ฐานเศรษฐกิจ' ว่า จากกรณีที่ศาลฏีกาสหรัฐ (Supreme Court) กำลังอยู่ระหว่างพิจาณาตัดสินการเก็บภาษีนำเข้าหรือภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariff) ที่โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ใช้อำนาจกฎหมายฉุกเฉินประกาศใช้กับทุกประเทศคู่ค้าทั่วโลกซึ่งรวมทั้งไทยว่าเป็นการทำเกินขอบเขตอำนาจหรือไม่นั้น
มองว่าแนวโน้มคำตัดสินมีโอกาสยกเลิกการเก็บภาษีที่เกิดขึ้นซึ่งอาจเป็นทั้งหมด หรือบางส่วน อาจเป็นปัจจัยบวกระยะสั้นต่อเอเชียและตลาดเกิดใหม่ อย่างไรก็ดี ประธานาธิปดีทรัมป์ ยังมีอำนาจจากกฎหมายอีกหลายฉบับที่ให้อำนาจเก็บภาษีด้วยเหตุผลและกลไกที่ต่างออกไป ประกอบกับมีการทยอยลงนามในข้อตกลงการค้า ทำให้ภาพระยะยกลางอาจไม่เปลี่ยนแปลงไปจากปัจจุบันมากนัก
นอกจากนี้ การแสดงความเห็นของประธานาธิปดีทรัมป์ในแพลตฟอร์ม Truth Social แสดงมุมมองคาดการณ์ผลกระทบทางเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้นหากศาลฏีกาตัดสินว่าสหรัฐฯ ไม่มีสิทิ์เก็บภาษีนำเข้าโดยอ้างเหตุผลด้านความมั่นคงของชาติ
ซึ่งอาจถูกมองว่าเป็นการแสดงความกังวลต่อผลการตัดสินที่อาจออกมาในเชิงลบ หรือไม่เห็นด้วยกับการเก็บภาษี จะเป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นตลาดเกิดใหม่เอเชีย รวมถึงหุ้นที่ทำธุรกิจส่งออก
นายมงคล พ่วงเภตรา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์ลงทุนหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองว่า ประเมินตลาดหุ้นไทยวันนี้ "ผันผวนในกรอบและมีโอกาสปรับฐานลงต่อ" (Sideways to Sideways Down) นักลงทุนจะชะลอการลงทุนเพื่อรอผลคำตัดสินของศาลฎีกาสหรัฐฯ ในคดีภาษีของประธานาธิบดีทรัมป์ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญระดับโลก
โดยคดีภาษีทรัมป์ (US Supreme Court Ruling) วันนี้ (14 ม.ค.69) ศาลฎีกาสหรัฐฯ จะมีคำวินิจฉัยความชอบธรรมของมาตรการภาษีศุลกากรของทรัมป์ ตลาดประเมินโอกาสที่ทรัมป์จะชนะคดีมีเพียง 20-30%
หากทรัมป์แพ้ อาจต้องมีการคืนเงินภาษีมหาศาลและลดแรงกดดันเงินเฟ้อ (บวกต่อตลาด) แต่หากชนะ อาจกดดันให้เฟดลดดอกเบี้ยยากขึ้นและเสี่ยงสงครามการค้า ทรัมป์ระบุว่าหากแพ้คดี สหรัฐฯ จะเสียหายหนัก (Screwed)
นอกจากนี้ ยังมีแรงกดดันใหม่จากความขัดแย้งภูมิรัฐศาสตร์หลังทรัมป์ขู่ขึ้นภาษีประเทศคู่ค้าอิหร่าน หลังสหรัฐฯ ประกาศเก็บภาษี 25% ทันที ซึ่งเสี่ยงทำลายข้อตกลงสงบศึกทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน
เนื่องจากจีนเป็นผู้นำเข้าน้ำมันดิบรายใหญ่ที่สุดจากอิหร่าน ซึ่งอาจบีบให้รัฐบาลปักกิ่งต้องใช้มาตรการตอบโต้เพื่อปกป้องผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ และเกิดความขัดแย้งด้านภาษีการค้าขึ้นอีกครั้งได้
บริษัทหลักทรัพย์ ไอร่า จำกัด (มหาชน) ระบุว่า เวลานี้ตลาดให้ความสนใจไปกับการรอดูคำตัดสินเกี่ยวกับความชอบด้วยกฎหมายของมาตรการภาษีในวงกว้างของ 'โดนัลด์ ทรัมป์' คาดจะได้รับคำตอบภายในสัปดาห์นี้ โดยคาดอาจสร้างความกังวลให้กับตลาดได้บ้างในระยะสั้น
แต่มองจะไม่ส่งผลอย่างมีนัยสำคัญต่อนโยบายต่างๆ โดยเฉพาะนโยบายทางการค้าในสมัยของทรัมป์ โดยประเมินว่าหากศาลฎีกาตัดสินยืนตามศาลอุทธรณ์ ให้การใช้อำนาจของทรัมป์ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ก็คาดว่ามาตรการภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ จะยังคงถูกนำมาใช้ผ่านทางการใช้อำนาจตามกฎหมายอื่นต่อไป