

KEY
POINTS
นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐาน บริษัทหลักทรัพย์ ลิเบอเรเตอร์ จำกัด (Liberator) เปิดเผยกับ 'ฐานเศรษฐกิจ' ว่า ต้องยอมรับว่าค่าเงินบาทในช่วงที่ผ่านมามีการปรับตัวแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วจนเกินไป
แน่นอนว่าในระยะสั้นจะส่งผลกระทบต่อความน่าสนใจในการลงทุนยังตลาดหุ้นไทยลดลงตามไปด้วย เพราะในทุกรอบการมาของเม็ดเงินทุนต่างชาติส่วสนหนึ่งที่มีผลในการตัดสินใจอย่างมากคือเรื่องของค่าเงิน หากบาทแข็งก็อาจไม่เอื้อต่อโอกาสในการเข้าลงทุน
ทั้งนี้ การแข็งค่าของเงินบาทล่าสุด วันที่ 18 ธ.ค. 2568 (ณ เวลา 15.12 น.) อยู่ที่ระดับ 31.46 บาท นับได้ว่าแข็งค่าสูงสุดในรอบ 4 ปี ทั้งนี้ สาเหตุของการแข็งค่าของสกุลเงินบาทในปัจจุบันมาจาก
1. การปรับตัวอ่อนค่าลงของดอลลาร์สหรัฐฯ เนื่องจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีโอกาสที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในช่วงไตรมาส 2/2569 และหากว่าในช่วงกลางเดือนพ.ค. 2569 มีการเปลี่ยนประธานเฟดคนใหม่แทน 'เจอโรม พาวเวล' ก็มีโอกาสที่จะเห็นการลดดอกเบี้ยที่มากขึ้น
ขณะที่อัตราดอกเบี้ยไทยล่าสุดทาง กนง. ได้ปรับลดระดับลงอีก 0.25% จาก 1.50% มาเป็น 1.25% และประเมินภาพรวมเศรษฐกิจในปี 2569 อาจขยายตัวในระดับที่ต่ำ 1.5-1.8% ส่งผลให้มีโอกาสที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีกในช่วงต้นปีหน้า ทำให้เงินบาทอ่อนค่าลงในระยะสั้นได้บ้าง
2. Flow การซื้อ-ส่งออกทองคำที่อาจผิดปกติ เป็นผลให้เงินบาทยิ่งแข็งค่าขึ้นรวดเร็วอย่างมีนัยยะ อย่างไรก็ดี มองว่าเงินบาทมีแนวโน้มที่จะแข็งค่าเช่นนี้ต่อเนื่องไปจนถึงต้นปี 2569 โดยคาดว่า Downside จะไม่ต่ำกว่าเส้น Low เดิม คือ 30 บาท และหากลงต่ำกว่านี้ทางธนาคารแห่งประเทศไทย (แบงก์ชาติ) อาจต้องมีการแทรกแซงเพื่อรักษาสมดุล
ต้องยอมรับว่าเงินบาทแข็งค่าเร็วมาจนผิดสังเกต และสูงสุดในรอบ 4 ปี ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการอ่อนค่าลงของเงินดอลลาร์ และที่น่าจับตาที่สุดคือเรื่องของ Flow ซื้อ-ส่งออกทองคำ ที่ทำให้เงินบาทในปัจจุบันแข็งค่าอย่างมีนัยสำคัญ
สำหรับผลกระทบต่อตลาดหุ้นนั้น ไม่เพียงฉุดความน่าสนใจในการลงทุนหุ้นไทยแล้ว แต่ยังมีผลกระทบต่อหุ้นที่ต้องมีการส่งออกไปต่างประเทศในระดับหนึ่งด้วย เพราะบาทแข็งค่าอย่างต่อเนื่อง แต่เชื่อว่าผู้ประกอบการจะมีการป้องกันความเสี่ยงของความผันผวนค่าเงินไว้อยู่แล้ว