
หุ้นไทยวันนี้ ลุ้นแกว่งขึ้นต่อ ทดสอบแนวต้าน 1,280 จุด ลุ้น กนง. ลดดอกเบี้ย
หุ้นไทยวันนี้ คาด SET แกว่งขึ้น ในกรอบ 1250 - 1280 จุด รับขยายเวลาเจรจาระหว่างสหรัฐกับจีนออกไปอีก 90 วัน กระตุ้นสินทรัพย์เสี่ยง พร้อมแนะติดตามประชุม กนง. วันนี้ คาดลดดอกเบี้ย 0.25%
นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ นักวิเคราะห์การลงทุนปัจจัยพื้นฐาน บริษัทหลักทรัพย์ ลิเบอเรเตอร์ จำกัด (Liberator) วิเคราะห์หุ้นไทยวันนี้ (13 ส.ค.68) ในช่วงที่ตลาดหุ้นไทยหยุดยาว พบว่ามีหลายปัจจัยสำคัญในต่างประเทศ เช่น การต่อเวลาการเจรจาภาษีระหว่างสหรัฐฯกับจีน ออกไปอีก 90 วัน ถือเป็นปัจจัยบวกที่เข้ามาช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดระหว่างสองประเทศมหาอำนาจ
โดยเส้นตายถูกเลื่อนออกไปเป็นวันที่ 10 พ.ย. นี้ ทำให้อัตราภาษีนำเข้าสินค้าจีนยังอยู่ที่ระดับ 30% และสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯอยู่ที่ 10% ซึ่งคงต้องติดตามการหารือระดับผู้นำทั้งสองประเทศเพิ่มเติมในช่วงถัดไป
ด้านตลาดน้ำมัน แกว่งแคบๆ รอคอยการประชุมในวันที่ 15 ส.ค. นี้ ระหว่างทรัมป์ และประธานาธิบดี ปูติน ของรัสเซีย ในประเด็นเจรจายุติสงครามในยูเครน
ขณะที่ปัจจัยในประเทศ วันนี้แนะจับตาการประชุม กนง. โดยคาดมีโอกาสปรับลดดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ลงสู่ 1.5% เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่ม ท่ามกลางเศรษฐกิจไทยที่อ่อนแอ และดัชนีเงินเฟ้อไทยที่ยังติดลบต่อเนื่อง 4 เดือนติดต่อกัน
โดยมุมมองของทางฝ่ายสอดคล้องกับนักเศรษฐศาสตร์จาก Bloomberg consensus 14 จาก 23 คน ที่ให้โอกาสลดดอกเบี้ยในรอบนี้เช่นกัน
สำหรับ SET คาดวันนี้แกว่งในกรอบ 1250 - 1280 จุด แนะเกาะติดการรายงานผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในช่วงโค้งสุดท้ายในสัปดาห์นี้ โดยกลยุทธ์ยังรอจังหวะซื้อเมื่ออ่อนตัว โดยเน้นหุ้นที่แนวโน้มกำไรยังเติบโตเด่นในช่วงที่เหลือของปี
ปัจจัยที่ต้องจับตา
13 ส.ค.
- ประชุม กนง.
- สต๊อกน้ำมันดิบรายสัปดาห์สหรัฐฯ
14 ส.ค.
- เงินเฟ้อ US PPI
- ผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์สหรัฐฯ
- ดัชนี GDP สหรัฐฯ ไตรมาส 2/68 & GDP ยูโรโซน
- ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมยูโรโซน
หุ้นเด่นแนะนำ
GULF ราคาเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ 60.00 บาท
- รายงานกำไรสุทธิ 63,871 ล้านบาท โต 873% จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 1,044% เทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน หักรายการพิเศษออกจะมีกำไรปกติราว 7,100 ล้านบาท เพิ่มขึ้นทั้ง 9% จากไตรมาสก่อน และ 27% เทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน
- แรงหนุนจากช่วงฤดูร้อนไทยส่งผลให้ปริมาณการขายไฟเร่งขึ้นจากไตรมาสก่อน ผสานการรับรู้เงินปันผลของ KBANK 977 ล้านบาท และส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วมปรับเพิ่มขึ้น ทั้ง จากไตรมาสก่อน และเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน
- คาดแนวโน้มในช่วงถัดไปจะได้จิตวิทยาเชิงบวกจากการปรับลดดอกเบี้ยของ FED และ กนง.







