thansettakij
thansettakij
เปิดแผน ORN ปี 69 เดิมพันโตต่อเนื่อง ตุน Backlog 4.28 พันล้าน เปิด 3 โครงการใหม่

เปิดแผน ORN ปี 69 เดิมพันโตต่อเนื่อง ตุน Backlog 4.28 พันล้าน เปิด 3 โครงการใหม่

27 มิ.ย. 69 | 08:41 น.
อัปเดตล่าสุด :27 มิ.ย. 69 | 08:41 น.

ORN ตั้งเป้ายอดขายปี 69 ที่ 2,900 ล้าน โต 20% พร้อมตุน Backlog สูงสุดเป็นประวัติการณ์ 4,281 ล้าน รองรับรายได้ระยะยาว เดินหน้าเปิด 3 โครงการใหม่ ขยายฐานลูกค้าต่างชาติ และต่อยอดธุรกิจสร้างรายได้ประจำ เสริมการเติบโตอย่างยั่งยืน

KEY

POINTS

  • ตั้งเป้ายอดขายปี 2569 ที่ 2,900 ล้านบาท และยอดโอนกรรมสิทธิ์ 2,600 ล้านบาท เติบโตต่อเนื่องประมาณ 20%
  • มีมูลค่ายอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) สะสม ณ สิ้นเดือนพฤษภาคม สูงถึง 4,281 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ถึงปี 2571
  • มีแผนเปิดตัวโครงการใหม่รวม 3 แห่งในปี 2569 โดยเตรียมเปิดโครงการล่าสุดที่เกาะสมุยในเดือนพฤศจิกายน

นายอรรคเดช อุดมศิริธำรง รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อรสิริน โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) ORN เปิดเผยว่า ยุทธศาสตร์การดำเนินธุรกิจและเป้าหมายทางการเงินในระยะยาว โดยตั้งเป้าหมายสำคัญในปี 2569 ด้วยการตั้งเป้ายอดขาย (Sales Target) ไว้ที่ 2,900 ล้านบาท และเป้ายอดโอนกรรมสิทธิ์ที่ 2,600 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นระดับที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องจากปีก่อนหน้าประมาณ 20%

โดยปัจจุบันบริษัทมีมูลค่ายอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) สะสม ณ สิ้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา สูงถึง 4,281 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นระดับที่สูงที่สุดตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทมา ด้านสัดส่วนของ Backlog ดังกล่าวจะทยอยรับรู้เป็นรายได้ในปี 2569 ประมาณ 1,500 ล้านบาท ในปี 2570 อีก 1,500 ล้านบาท และส่วนที่เหลืออีกประมาณ 1,100 ล้านบาท จะรับรู้ในปี 2571

สำหรับผลการดำเนินงานในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทสามารถทำยอดขายสุทธิ (Net Presales) ได้แล้วกว่า 2,016 ล้านบาท และมีการโอนกรรมสิทธิ์ไปแล้วประมาณ 900 ล้านบาท เมื่อพิจารณาจากเป้าหมายการโอนกรรมสิทธิ์รวมในปีนี้ที่วางไว้ บริษัทคาดการณ์ว่าในช่วง 7 เดือนที่เหลือจะสามารถทำยอดโอนได้ตามเป้าเนื่องจากมี Backlog ที่รอโอนรองรับอยู่แล้วถึง 1,500 ล้านบาท

นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนเปิดตัวโครงการใหม่ต่อเนื่อง 3 แห่งในปี 2569 นี้ โดยนับตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันบริษัทมีการเปิดตัวไปแล้ว 2 โครงการในช่วงเดือนเมษายน และเตรียมเปิดตัวโครงการใหม่ที่เกาะสมุยในเดือนพฤศจิกายนนี้ เพื่อขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่ม Global Destination

ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในจังหวัดเชียงใหม่ มองว่าสถานการณ์ไม่แตกต่างจากภาพรวมทั้งประเทศที่มีภาวะกำลังซื้อชะลอตัว โดยเฉพาะกลุ่มระดับกลางและระดับล่างที่เผชิญปัญหาการขอสินเชื่อไม่ผ่าน ขณะที่กลุ่มระดับบนเริ่มได้รับผลกระทบบ้างเล็กน้อย

นายอรรคเดช อุดมศิริธำรง รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อรสิริน โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) ORN

โดยตลาดเชียงใหม่ยังมีข้อได้เปรียบกว่ากรุงเทพฯ เนื่องจากผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มท้องถิ่น (Local Developer) ซึ่งไม่ใช่บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ทำให้การเพิ่มอุปทานใหม่เข้าสู่ตลาดเป็นไปอย่างระมัดระวังตามเงื่อนไขการปล่อยสินเชื่อของธนาคาร ส่งผลให้ปัญหาอุปทานล้นตลาด (Oversupply) ในเชียงใหม่มีน้อยกว่า

ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงของสัดส่วนลูกค้าต่างชาติเป็นประเด็นที่น่าสนใจอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในตลาดเชียงใหม่ที่เดิมมีชาวจีนเป็นกลุ่มหลักในสัดส่วนสูงถึง 90% แต่ปัจจุบันสัดส่วนชาวจีนลดลงเหลือประมาณ 60% เนื่องจากปัญหาภายในประเทศจีน

ในทางกลับกัน กลุ่มลูกค้าชาวเมียนมากลับขยายตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยปัจจุบันมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 30% ของตลาดต่างชาติในพอร์ตของบริษัท โดยลูกค้าชาวเมียนมาจะมีพฤติกรรมการซื้อที่แตกต่างจากชาวจีน โดยเน้นที่อยู่อาศัยระดับราคาไม่เกิน 5 ล้านบาท ในขณะที่ชาวจีนยังคงมีกำลังซื้อสูงกว่า โดยเน้นโครงการในระดับราคา 7-10 ล้านบาท

ORN เปิดตัวโครงการ The Astra Infinite

ส่วนในพื้นที่ภูเก็ตและสมุย กลุ่มลูกค้าหลักยังคงเป็นชาวรัสเซีย ยุโรปตะวันออก สแกนดิเนเวียน และอิสราเอล
นอกจากธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายแล้ว บริษัทยังได้ปรับตัวเข้าสู่ธุรกิจบ้านมือสองรีโนเวทและธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) เพื่อสร้างความยั่งยืน โดยธุรกิจบ้านมือสองมีอัตรากำไร (Margin) ที่ดีกว่าและรอบการทำธุรกิจที่เร็วกว่าโครงการจัดสรรทั่วไป เนื่องจากไม่ต้องรอการขออนุญาตจัดสรรหรือทำรายงาน EIA นานเท่าโครงการใหม่

ขณะเดียวกันบริษัทตั้งเป้ายอดขายจากธุรกิจบ้านมือสองในปีนี้ที่ 100 ล้านบาท และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 200-300 ล้านบาทในอนาคต

ในส่วนธุรกิจการศึกษาอย่างโรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์ในเชียงใหม่ ปัจจุบันมีจำนวนนักเรียนเพิ่มขึ้นเป็น 170 คน และตั้งเป้าให้ถึง 200 คนภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มทำกำไรได้เมื่อมีนักเรียนถึง 300 คนในปีหน้า

ORN ลงทุนโครงการ MillHill International School

ด้านโครงสร้างทางการเงิน บริษัทมีอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 1.4 เท่า แต่หากพิจารณาเฉพาะหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย (IBD) จะมีเพียง 0.6 เท่า เท่านั้น ส่วนต่างหนี้สินที่เหลืออีก 0.8 เท่า มาจากเงินดาวน์ของลูกค้า โดยเฉพาะลูกค้าต่างชาติที่บริษัทกำหนดให้วางเงินดาวน์สูงถึง 30-50% ของมูลค่าโครงการ

สำหรับงบประมาณลงทุนในปี 2569 รวมวางไว้ที่ประมาณ 2,682 ล้านบาท แบ่งเป็นเพื่อรองรับงานก่อสร้าง-โครงการ จำนวน 2,621.73 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 1,151.90 หรือคิดเป็นร้อยละ 78.4 จากปีก่อน และงบรองรับการลงทุนจัดหาบ้านมือสอง จำนวน 60 ล้านบาท

"โดยกลยุทธ์การใช้เงินดาวน์จากลูกค้ามาเป็นทุนหมุนเวียนในการก่อสร้างนี้ ไม่เพียงแต่ช่วยลดภาระต้นทุนทางการเงินและลดความเสี่ยงจากการไม่โอนกรรมสิทธิ์ของลูกค้า แต่ยังช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับสถาบันการเงินในการสนับสนุนสินเชื่อแก่โครงการอีกด้วย"