
YLG ชี้ ทองคำร่วงแตะ 4,000 ดอลลาร์ พักฐานระยะสั้น ธนาคารกลาง 45% จ่อซื้อเพิ่ม
YLG มองทองคำบริเวณ 4,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์เป็นจุดน่าสะสม แม้ระยะสั้นยังพักฐานจากแรงกดดันเฟด แต่ระยะยาวยังเป็นขาขึ้น หลังผลสำรวจ WGC พบธนาคารกลาง 45% เตรียมซื้อทองเพิ่ม และ 74%
KEY
POINTS
- YLG ประเมินราคาทองคำที่ปรับตัวลงมาที่ 4,000 ดอลลาร์ฯ เป็นการพักฐานระยะสั้น และเป็นจุดที่น่าสนใจเข้าลงทุนเนื่องจาก Downside จำกัด
- แนวโน้มระยะยาวยังเป็นขาขึ้น โดยมีปัจจัยหนุนจากผลสำรวจของ WGC ที่พบว่า 45% ของธนาคารกลางทั่วโลกมีแผนซื้อทองคำเพิ่ม
- ธนาคารกลาง 74% เตรียมลดสัดส่วนการถือครองเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ในทุนสำรอง ซึ่งเป็นผลบวกต่อราคาทองคำในระยะยาว
- YLG แนะนักลงทุนใช้กลยุทธ์ทยอยสะสมแบบถัวเฉลี่ยต้นทุน (DCA) เพื่อรับมือความผันผวนและสร้างโอกาสการลงทุนในระยะยาว
YLG ประเมินราคาทองคำบริเวณ 4,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์เป็นระดับที่น่าจับตา แม้ระยะสั้นยังเผชิญแรงกดดันจากการคาดการณ์เฟดอาจขึ้นดอกเบี้ยและเงินดอลลาร์แข็งค่า แต่เชื่อ Downside เริ่มจำกัด ขณะที่แนวโน้มระยะยาวยังเป็นขาขึ้น หลังธนาคารกลางทั่วโลกเดินหน้าสะสมทองคำต่อเนื่อง
โดยผลสำรวจของสภาทองคำโลก (WGC) พบ 45% มีแผนเพิ่มการถือครองทองคำ และ 74% เตรียมลดสัดส่วนเงินดอลลาร์ในทุนสำรอง ส่งผลให้ YLG แนะนักลงทุนใช้กลยุทธ์ทยอยสะสมแบบ DCA เพื่อรับโอกาสลงทุนในระยะยาว
นางสาวฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG) เปิดเผยว่า ราคาทองคำในช่วงสัปดาห์นี้ยังคงปรับตัวลดลงต่อเนื่อง จนลงมาบริเวณ 4,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ โดยปัจจัยหลักมาจากการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ หลังตลาดเพิ่มน้ำหนักคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ส่งผลให้แรงกดดันต่อราคาทองคำยังคงมีอยู่ในระยะสั้น
ระดับ 4,000 ดอลลาร์เริ่มน่าสนใจ Downside จำกัด
YLG มองว่าระดับราคา 4,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์เป็นจุดที่น่าสนใจสำหรับการลงทุน เนื่องจากต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วัน (SMA200) ซึ่งอยู่ที่ 4,474 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ ราว 10.6%
จากสถิติย้อนหลังตั้งแต่ปี 2557 พบว่า ราคาทองคำเคยปรับตัวลงต่ำกว่าเส้น SMA200 ลึกประมาณ 10% จำนวน 7 ครั้ง และหลังจากนั้นมักเริ่มสร้างฐานก่อนฟื้นตัวกลับขึ้นได้อีกครั้ง จึงถือเป็นข้อมูลเชิงสถิติที่มีนัยสำคัญ และสะท้อนว่า Downside ของราคาทองคำเริ่มมีข้อจำกัดมากขึ้น
ธนาคารกลางทั่วโลกยังเดินหน้าซื้อทอง หนุนแนวโน้มระยะยาว
สำหรับแนวโน้มระยะยาว YLG ยังคงให้น้ำหนักเชิงบวกต่อทองคำ โดยได้รับแรงสนับสนุนจากการสะสมทองคำของธนาคารกลางทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง
ข้อมูลจากสภาทองคำโลก (World Gold Council: WGC) ระบุว่า ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ธนาคารกลางทั่วโลกซื้อทองคำเฉลี่ยมากกว่า 1,000 ตันต่อปี เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากทศวรรษก่อนหน้าที่เฉลี่ยเพียง 500 ตันต่อปี สะท้อนความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัยท่ามกลางความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจโลก
นอกจากนี้ ผลสำรวจของ WGC ซึ่งมีธนาคารกลางเข้าร่วมตอบแบบสอบถามมากเป็นประวัติการณ์ 76 แห่ง ยังพบว่า 89% เชื่อว่าปริมาณทองคำในทุนสำรองของธนาคารกลางทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นในอีก 12 เดือนข้างหน้า และ 45% ระบุว่ามีแผนเพิ่มการซื้อทองคำเข้าคลังของตนเอง ขณะที่มีเพียง 1% ที่วางแผนลดการถือครอง
ทองคำยังเป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงอันดับต้น
ผลสำรวจยังสะท้อนว่า เหตุผลสำคัญที่ธนาคารกลางเพิ่มการถือครองทองคำ ได้แก่ ความสามารถในการรักษามูลค่าในช่วงวิกฤต การช่วยกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุน การป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ และการเป็นเครื่องมือรับมือความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์
ขณะเดียวกัน ธนาคารกลางถึง 74% คาดว่าสัดส่วนการถือครองเงินดอลลาร์สหรัฐในทุนสำรองระหว่างประเทศจะลดลงในช่วง 5 ปีข้างหน้า ส่วนสัดส่วนของเงินยูโรและเงินหยวนมีแนวโน้มทรงตัว ขณะที่การถือครองทองคำจะเพิ่มขึ้น
แนะใช้กลยุทธ์ DCA รับความผันผวน
YLG ระบุว่า แม้ราคาทองคำระยะสั้นยังมีโอกาสปรับฐานได้อีก แต่แนวโน้มระยะยาวยังเป็นขาขึ้น จึงแนะนำให้นักลงทุนใช้กลยุทธ์ทยอยลงทุนแบบถัวเฉลี่ยต้นทุน (Dollar Cost Averaging: DCA) เพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนของราคา







