
MTL ชู ‘Health & Wealth’ รับสังคมสูงวัย ดันประกันบำนาญยืดหยุ่น
เมืองไทยประกันชีวิต หรือ MTL รับมือสังคมสูงวัย ชูแนวคิด Health & Wealth เชื่อมสุขภาพ-การเงิน เปิดประกันบำนาญยืดหยุ่น ปรับอายุรับเงิน เลือกรายเดือน-รายปี และรับเงินก้อนวันเกษียณ
KEY
POINTS
- เมืองไทยประกันชีวิต (MTL) เปิดตัวประกันบำนาญใหม่ “MTL Flexi Retire Series” ภายใต้แนวคิด ‘Health & Wealth’ เพื่อตอบโจทย์สังคมสูงวัย
- ผลิตภัณฑ์ใหม่ชูจุดเด่นด้านความยืดหยุ่นสูง โดยผู้เอาประกันสามารถปรับเปลี่ยนอายุที่เริ่มรับเงินบำนาญได้ตามความต้องการ
- ผู้เอาประกันสามารถเลือกรูปแบบการรับเงินบำนาญได้หลากหลาย ทั้งแบบรายเดือน รายปี หรือเลือกรับเป็นเงินก้อน ณ วันเกษียณ
เมืองไทยประกันชีวิตจับเทรนด์สังคมสูงวัย เดินหน้า Longevity Ecosystem ชี้ไทยเผชิญทั้ง “ช่องว่างการออม” และ “Health Span Gap” เร่งยกระดับประกันชีวิตสู่โซลูชัน Health & Wealth เปิดตัว “MTL Flexi Retire Series” ประกันบำนาญใหม่ ชูจุดเด่นปรับอายุเริ่มรับบำนาญได้ รับเงินรายเดือน-รายปี และเลือกรับเงินก้อนวันเกษียณ
ไทยเข้ายุค “เกิดน้อย-อายุยืน” ดันโจทย์เกษียณซับซ้อน
นายสาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)หรือ MTL เปิดเผยว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรครั้งสำคัญ เมื่อจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น ขณะที่ประชากรวัยทำงานและแรงงานมีแนวโน้มลดลง
ส่งผลให้การวางแผนเกษียณไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเรื่องของเงินออม แต่เชื่อมโยงกับสุขภาพ ค่าใช้จ่าย และความสามารถในการสร้างรายได้ในระยะยาว ซึ่งโจทย์ดังกล่าวจะผลักดันธุรกิจประกันชีวิตให้ต้องเปลี่ยนบทบาทจากการคุ้มครองความเสี่ยงไปสู่การเป็นผู้ช่วยวางแผนชีวิตและความมั่งคั่งของลูกค้า
ทั้งนี้ การที่ไทยกำลังเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างรวดเร็ว ขณะที่ปัญหา “เกิดน้อย-อายุยืน” ทำให้โครงสร้างประชากรเปลี่ยนไปอย่างต่อเนื่อง ส่งผลโดยตรงต่อฐานแรงงาน ฐานภาษี และภาระด้านสวัสดิการในอนาคต โดยหนึ่งในความท้าทายสำคัญคือการเตรียมความพร้อมทางการเงินของประชาชนให้เพียงพอกับช่วงชีวิตหลังเกษียณที่ยาวนานขึ้น
คนไทยกว่า 60% มีเงินออมน้อยกว่า 2 แสนบาท
นอกจากจำนวนผู้สูงอายุที่เพิ่มขึ้นแล้ว อีกโจทย์สำคัญคือ “ช่องว่างการออม” โดยพบว่า ประชากรไทยกว่า 60% มีเงินออมในบัญชีน้อยกว่า 200,000 บาท ขณะที่ระบบสวัสดิการของรัฐต้องรองรับประชากรหลายกลุ่ม ทั้งระบบหลักประกันสุขภาพ สวัสดิการข้าราชการ และประกันสังคม ทำให้การเตรียมเงินออมส่วนบุคคลกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญของการวางแผนเกษียณ
นอกจากนั้นยังความแตกต่างระหว่าง “Life Span” หรือช่วงอายุขัย กับ “Health Span” หรือ ช่วงเวลาที่คนยังมีสุขภาพแข็งแรงและสามารถดำเนินชีวิตหรือทำงานได้ตามปกติ โดยข้อมูลจาก OECD พบว่า อายุขัยเฉลี่ยของคนไทยอยู่ราว 82 ปี ขณะที่ช่วงสุขภาพดีอยู่ประมาณ 71-72 ปี ทำให้เกิดช่องว่างราว 10-11 ปี ซึ่งเป็นช่วงที่อาจมีค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพและความต้องการพึ่งพิงเพิ่มขึ้น
ดังนั้น ทำให้การวางแผนเกษียณยุคใหม่ไม่ได้มองเพียงว่า “มีเงินเท่าไรเมื่อหยุดทำงาน” แต่ต้องพิจารณาด้วยว่า จะบริหารรายได้อย่างไรในช่วงหลังเกษียณ และจะเตรียมรับมือกับค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพที่อาจเพิ่มขึ้นตามอายุอย่างไร ขณะเดียวกันการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและ AI ยังเข้ามากระทบตลาดแรงงาน ทำให้การพัฒนาทักษะใหม่และการรักษาความสามารถในการสร้างรายได้กลายเป็นปัจจัยสำคัญของการเตรียมความพร้อมก่อนเกษียณ
เปิดตัว MTL Flexi Retire Series ประกันบำนาญแบบยืดหยุ่น
ภายใต้โจทย์ดังกล่าว เมืองไทยประกันชีวิตจึงมองทิศทางธุรกิจไปสู่แนวคิด Health & Wealth ที่เชื่อมเรื่องสุขภาพเข้ากับการบริหารความมั่งคั่ง โดยเน้นการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ยืดหยุ่นและสอดคล้องกับรูปแบบชีวิตของลูกค้าแต่ละกลุ่ม แทนการออกแบบประกันในรูปแบบเดียวสำหรับทุกคน
หนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่นำเสนอคือ MTL Flexi Retire Series ประกันบำนาญรูปแบบใหม่ ซึ่งออกแบบให้ผู้เอาประกันสามารถเลือกระยะเวลาการชำระเบี้ยได้หลากหลาย ทั้งการจ่ายเบี้ยครั้งเดียว จ่าย 5 ปี หรือจ่ายระยะสั้นจนถึงอายุ 55 หรือ 60 ปี เพื่อให้สอดคล้องกับกำลังการออมของแต่ละบุคคล
จุดเด่นสำคัญคือความยืดหยุ่นของ “อายุเริ่มรับเงินบำนาญ” โดยผู้เอาประกันสามารถปรับเปลี่ยนอายุเริ่มรับเงินบำนาญระหว่างทางได้ เช่น เดิมกำหนดรับเมื่ออายุ 60 ปี แต่หากยังต้องการทำงานต่อ สามารถขยายไปเป็นอายุ 65 หรือ 70 ปีได้ หรือหากต้องการเริ่มรับเร็วขึ้นก็สามารถปรับลดอายุเริ่มรับเงินได้ตามเงื่อนไขของแบบประกัน
นอกจากนี้ยังเปิดทางเลือกให้เลือกรับเงินบำนาญเป็น รายเดือนหรือรายปี โดยแนวคิดการจ่ายรายเดือนต้องการให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการบริหารรายรับของคนทำงานที่คุ้นเคยกับการรับเงินเดือน ขณะเดียวกันรูปแบบการจ่ายบำนาญยังถูกออกแบบให้เพิ่มขึ้นแบบขั้นบันได หรือ Step-up เพื่อรองรับค่าใช้จ่ายที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามอายุและค่าครองชีพ
อีกฟีเจอร์หนึ่งคือ การเปิดโอกาสให้ผู้เอาประกันเลือกรับ เงินก้อน ณ วันเริ่มเกษียณ เพื่อนำไปใช้ตามเป้าหมาย เช่น ปรับปรุงบ้านหรือท่องเที่ยว โดยที่ยังคงสิทธิประโยชน์ด้านภาษีตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด ซึ่งได้ผ่านการอนุมัติจากกรมสรรพากรแล้ว และกลุ่มลูกค้าที่เริ่มวางแผนเกษียณในช่วงอายุมากขึ้น ยังเน้นความสะดวก โดยไม่ต้องตรวจสุขภาพ เพื่อให้ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพร่วมโครงการได้
ต่อยอด "Smart Silver Plus" ส่งตรงสิทธิถึง Homecare
ขณะเดียวกัน เมืองไทยประกันชีวิตยังเดินหน้าขยาย Senior Ecosystem เพื่อให้การดูแลลูกค้าครอบคลุมมากกว่าเรื่องประกัน โดยได้ผนึกกำลังกับพันธมิตรด้าน Senior Living และ Nursing Home จำนวน 44 แห่งทั่วประเทศ เพื่อยกระดับการดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยระยะพักฟื้น โดยสามารถแจ้งความประสงค์ให้บริษัทจ่ายเงินบำนาญให้แก่สถานบริการโดยตรงได้
จากข้อจำกัดและอุปสรรคสำคัญของผู้สูงอายุที่ไม่สะดวกในการดำเนินการหรือจัดการสิทธิประโยชน์ด้วยตนเอง จึงต่อยอดจากแนวคิดของผลิตภัณฑ์ “Smart Silver Plus” ให้สามารถส่งตรงสิทธิประโยชน์ เข้าสู่สถานดูแลหรือระบบการดูแลสุขภาพได้โดยตรง
ขณะเดียวกันซึ่งเป็นการต่อยอดจากแนวคิดของผลิตภัณฑ์ “Smart Silver Plus” บริษัทฯ จึงปลดล็อกเงื่อนไขเปิดโอกาสให้ทั้งกลุ่มลูกค้าใหม่และผู้ที่ถือกรมธรรม์เดิม สามารถแจ้งความประสงค์เพื่อเข้าร่วมแผนการดูแลดังกล่าวกับทางบริษัทฯ ได้ทันที
นอกจากนั้นยังเตรียมปลดล็อกเงื่อนไขเพิ่มเติมในส่วนของผลิตภัณฑ์ประกันสะสมทรัพย์ ซึ่งจะเป็น กลุ่มที่มีเม็ดเงินใหญ่ประมาณ 5 หมื่นกว่าล้านบาท เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้เอาประกันภัยที่ยังคงมีสติรับรู้ดี สามารถวางแผนการดูแลตนเองล่วงหน้าและบริหารจัดการความสุขในวัยเกษียณได้อย่างมั่นใจ โดยไม่สร้างภาระให้แก่ผู้อื่น คาดว่าจะเริ่มได้ในไตรมาสแรกปีหน้า
นายสาระกล่าวทิ้งท้ายว่า การขับเคลื่อน Longevity Ecosystem ควบคู่กับการเปิดตัว Muang Thai Flexi Retire Series และการขยายเครือข่ายพันธมิตรในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าในทุกช่วงชีวิต พร้อมสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านการวางแผนเกษียณและการดูแลสุขภาพให้ครอบคลุมมากขึ้น เพื่อสนับสนุนให้คนไทยสามารถมีชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน
หน้า 16 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,238 วันที่ 24 - 26 กันยายน พ.ศ. 2569







