
ส่อง Thailand Pavilion เวที IMF-World Bank 2026 ถ่ายทอดศาสตร์พระราชา สู่เศรษฐกิจยั่งยืน
Thailand Pavilion เปิดพื้นที่แห่งพระราชปณิธาน ร.9 ถ่ายทอดเสน่ห์ศาสตร์พัฒนาไทยสู่เวทีโลก น้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สู่การสร้างภูมิคุ้มกันรับมือโลกผันผวน ผ่านนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติในงาน IMF-World Bank 2026 ตอกย้ำคุณค่าการพัฒนาที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง
KEY
POINTS
- Thailand Pavilion ในการประชุม IMF-World Bank 2026 จัดขึ้นเพื่อนำเสนอและถ่ายทอด "ศาสตร์พระราชา" และปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสู่เวทีโลก
- ชูแนวคิดหลัก "เสริมพลังประชาชน สร้างความเข้มแข็งเพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลง" โดยเน้นหลักความพอประมาณ มีเหตุผล และการมีภูมิคุ้มกันที่ดี
- มีเป้าหมายเพื่อแสดงให้เห็นว่าแนวทางการพัฒนาของไทยสามารถเป็นบทเรียนให้ประชาคมโลกนำไปปรับใช้เพื่อสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน
ท่ามกลางบรรยากาศการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ประจำปี 2569 หรือ 2026 IMF-World Bank Group Annual Meetings ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร พื้นที่ Thailand Pavilion ได้กลายเป็นอีกหนึ่งจุดหมายที่สะท้อนตัวตนและคุณค่าของประเทศไทย ผ่านนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติที่นำเสนอพระราชปณิธานด้านการพัฒนา ถ่ายทอดแนวคิดอันทรงคุณค่าจากพระราชดำริ สู่บทเรียนที่ประชาคมโลกสามารถนำไปปรับใช้เพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงในยุคปัจจุบัน
ภายใต้ชื่อ “พระราชปณิธานอันทรงคุณค่า: เสริมพลังประชาชน สร้างความเข้มแข็งเพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลง” (The Royal Legacy: Empowering People, Building Resilience) นิทรรศการครั้งนี้ไม่เพียงเป็นพื้นที่น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ แต่ยังเป็นเวทีถ่ายทอดแนวทางการพัฒนาที่มีรากฐานจากภูมิปัญญาไทย สู่การสร้างความมั่นคงให้ประชาชน ชุมชน และสังคมในระยะยาว
พิธีเปิดนิทรรศการมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนาย Ajay Banga ประธานกลุ่มธนาคารโลก และนาง Kristalina Georgieva กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ตลอดจนผู้บริหารระดับสูงและแขกผู้มีเกียรติจากนานาประเทศ เข้าร่วมงาน
จากพระราชดำริ สู่แนวทางพัฒนาที่โลกนำไปปรับใช้ได้
หัวใจสำคัญของนิทรรศการอยู่ที่การถ่ายทอดปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งเป็นแนวทางการพัฒนาที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระราชทานไว้ตลอดระยะเวลากว่า 7 ทศวรรษของพระราชกรณียกิจ หลักคิดเรื่องความพอประมาณ ความมีเหตุผล และการมีภูมิคุ้มกันที่ดี โดยอาศัยความรู้ควบคู่คุณธรรม ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการดำเนินชีวิตของประชาชน แต่ยังสามารถประยุกต์ใช้เป็นกรอบคิดในการกำหนดนโยบาย การบริหารจัดการทรัพยากร และการสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจและสังคม ท่ามกลางความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากความผันผวนของโลก
แนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับหัวข้อหลักของการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ประจำปี 2569 หรือ 2026 IMF-World Bank Group Annual Meetings ภายใต้ธีม “Thailand’s New Horizons: Empowering People, Building Resilience” ที่มุ่งเน้นการเสริมพลังประชาชนและสร้างภูมิคุ้มกันให้สังคมพร้อมรับมือกับความท้าทายในอนาคต เพราะการพัฒนาประเทศในวันนี้ ไม่อาจวัดความสำเร็จได้จากตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว หากยังต้องคำนึงถึงคุณภาพชีวิต ความเข้มแข็งของชุมชน การรักษาสิ่งแวดล้อม และโอกาสที่ประชาชนทุกกลุ่มจะเข้าถึงการพัฒนาอย่างทั่วถึง
Royal Pavilion พื้นที่ถ่ายทอดอัตลักษณ์ไทยสู่สายตานานาชาติ
ภายใน Royal Pavilion มีการนำเสนอพระราชดำริและโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในหลากหลายสาขา เพื่อให้เห็นถึงแนวทางการนำหลักการพัฒนาไปสู่การปฏิบัติจริง ตั้งแต่การยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน การสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชน ไปจนถึงการวางรากฐานการพัฒนาที่คำนึงถึงความสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมสิ่งที่ทำให้นิทรรศการมีความหมายมากกว่าการจัดแสดงข้อมูล คือการนำเสนอแนวคิดที่มีรากฐานจากประสบการณ์การพัฒนาของไทย ให้กลายเป็นบทเรียนที่ผู้กำหนดนโยบาย ผู้บริหารองค์กร นักเศรษฐศาสตร์ และผู้แทนจากนานาประเทศสามารถนำไปขบคิดและต่อยอดได้
ในอีกมิติหนึ่ง Royal Pavilion ยังเป็นพื้นที่ที่ประเทศไทยได้ถ่ายทอดอัตลักษณ์และคุณค่าที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน สะท้อนให้เห็นว่าความก้าวหน้าของประเทศไม่ได้เกิดจากการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพียงด้านเดียว แต่ยังตั้งอยู่บนพื้นฐานของการเข้าใจผู้คน การพัฒนาจากระดับชุมชน และการสร้างความมั่นคงให้ชีวิตอย่างยั่งยืนนิทรรศการจัดขึ้นเนื่องในโอกาสที่ประเทศไทยเตรียมเข้าสู่ปีครบรอบ 100 ปีแห่งวันพระราชสมภพของในหลวงรัชกาลที่ 9 ในปี 2570 นับเป็นอีกวาระสำคัญในการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ พร้อมนำพระราชปณิธานด้านการพัฒนามาถ่ายทอดให้คนรุ่นปัจจุบันและประชาคมโลกได้เห็นคุณค่าร่วมกัน
เวทีโลกกับภารกิจสร้างอนาคตที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
การประชุม IMF-World Bank 2026 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคม 2569 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ มีผู้เข้าร่วมกว่า 15,000 คน จาก 191 ประเทศ ครอบคลุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผู้ว่าการธนาคารกลาง ผู้กำหนดนโยบายเศรษฐกิจและการเงิน ผู้บริหารสถาบันการเงินระหว่างประเทศ ภาคเอกชน นักวิชาการ และองค์กรภาคประชาสังคม สำหรับประเทศไทย การเป็นเจ้าภาพครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงโอกาสแสดงศักยภาพในการจัดงานระดับนานาชาติ แต่ยังเป็นเวทีสำคัญในการนำเสนอแนวคิดการพัฒนาที่มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง และเชื่อมโยงบทเรียนจากพระราชดำริเข้ากับโจทย์การพัฒนาโลกยุคใหม่
ท้ายที่สุด คุณค่าของ Royal Pavilion อาจไม่ได้อยู่เพียงสิ่งที่ผู้มาเยือนได้เห็นภายในนิทรรศการ แต่อยู่ที่แนวคิดซึ่งสามารถนำกลับไปต่อยอดได้จริง นั่นคือการสร้างสังคมที่เข้มแข็งจากฐานราก ให้ประชาชนมีศักยภาพรับมือกับความเปลี่ยนแปลง และขับเคลื่อนการพัฒนาไปข้างหน้าโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง (Leaving No One Behind) นี่คืออีกหนึ่งมุมของประเทศไทยบนเวทีโลก ที่ถ่ายทอดเสน่ห์และคุณค่าของชาติผ่านพระราชปณิธานอันทรงคุณค่า พร้อมส่งต่อแนวคิดการพัฒนาที่มุ่งสร้างอนาคตอย่างสมดุล มั่นคง และยั่งยืนสำหรับคนรุ่นต่อไป
เครดิตภาพ เฟซบุ๊ค ดร. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง







