
IMF เตือนเงินเฟ้อโลกพุ่ง เผย 3 ปัจจัยเสี่ยงกระทบการเงินโลก
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF เตือนเงินเฟ้อโลกมีแนวโน้มสูงขึ้นอีก เร่งตลาดเกิดใหม่สร้างกันชนทางการเงิน พร้อมระบุ 3 ปัจจัยเสี่ยงสั่นคลอนเสถียรภาพการเงินโลก
KEY
POINTS
- IMF เตือนความเสี่ยงฟองสบู่ในตลาด AI จากการที่นักลงทุนคาดหวังผลตอบแทนสูงเกินจริงและการกู้ยืมมาลงทุนจำนวนมาก ซึ่งอาจเกิดการปรับฐานรุนแรงหากไม่เป็นไปตามคาด
- ภัยคุกคามทางไซเบอร์ต่อสถาบันการเงินและโครงสร้างพื้นฐานมีความรุนแรงขึ้น โดย AI สามารถเป็นได้ทั้งอาวุธเร่งการโจมตีและเครื่องมือป้องกัน ท่ามกลางการขาดแคลนบุคลากรด้านความปลอดภัย
- ความเสี่ยงจาก AI และภัยไซเบอร์อาจลุกลามเป็นความเสี่ยงเชิงระบบ หากซ้ำเติมด้วยปัญหาเงินเฟ้อที่กลับมาสูงขึ้นและหนี้สาธารณะที่อยู่ในระดับสูง
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF ระบุในรายงานเสถียรภาพการเงินโลก (Global Financial Stability Report) ประจำปี 2569 ว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วโลกมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นอีก ทุกประเทศจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมรับมือ และระบุ 3 ปัจจัยเสี่ยงหลักที่เป็นชนวนระยะสั้น อาจทำให้ภาวะการเงินตึงตัวอย่างรวดเร็วและเกิดความผันผวนในตลาดการเงินโลก
การปรับฐานของตลาดที่ขับเคลื่อนด้วย AI
ปัจจุบันมีการ AI เป็นเงินมหาศาล ซึ่งนักลงทุนส่วนใหญ่ได้คาดการผลตอบแทนไว้ หากไม่เป็นไปอย่างที่คาดหวัง นั่นหมายความถึงความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นกับการลงทุน IMF ชี้ว่าการกู้ยืมมาลงทุน ในระบบนิเวศ AI เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทั้งจากบริษัทขนาดใหญ่ กองทุนเฮดจ์ฟันด์ และนักลงทุนรายย่อยผ่านกองทุน Leveraged ETFs รวมถึงการจัดโครงสร้างการเงินแบบหมุนเวียน (Circular Financing) ระหว่างบริษัท AI ด้วยกัน ซึ่งอาจเร่งแรงขายและกดดันราคาหุ้นรวมถึงสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องอย่างรุนแรง นักลงทุนและผู้กำกับดูแลจึงต้องระวังความเสี่ยงเรื่องมูลค่าที่เกินจริงและภาวะฟองสบู่ของ AI ไว้ด้วย
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว
ปัจจัยสำคัญคือเงินเฟ้อที่กลับมาพุ่งและความกังวลด้านการคลังจากหนี้สาธารณะที่อยู่ในระดับสูงและการขาดดุลต่อเนื่องในหลายประเทศ ขณะที่ความเสี่ยงจากการต่ออายุหนี้ หรือ Rollover Risk ยังไม่ได้รับการแก้ไข เนื่องจากพันธบัตรรัฐบาลเป็นสินทรัพย์ฐานรากของระบบการเงิน เมื่อผลตอบแทนปรับขึ้นฉับพลันจะลดทอนมูลค่าสินทรัพย์อื่น ๆ รวมถึงสินทรัพย์ AI ผ่านอัตราคิดลดที่สูงขึ้น และกระทบวงกว้างต่อระบบการเงิน
ภัยคุกคามทางไซเบอร์
ความเสี่ยงจากการโจมตีที่เป้นผลสำเร็จต่อสถาบันการเงินสำคัญๆ โครงสร้างพื้นฐานของตลาด หรือผู้ให้บริการคลาวด์ จากการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลอย่างรวดเร็วและการพึ่งพาผู้ให้บริการเทคโนโลยีเพียงไม่กี่ราย ซึ่งถือเป็นการนำความเสี่ยงไว้ในที่เดียว ในรายงานของ IMF ระบุว่า โมเดล AI ระดับแนวหน้า หรือที่เรียกว่า Frontier AI Models เป็นทั้งเครื่องมือเร่งความเร็วในการโจมตีและเครื่องมือสำคัญในการป้องกัน ทั้งนี้ ทั่วโลกยังขาดแคลนบุคลากรด้านไซเบอร์ โดยตลาดเกิดใหม่เผชิญปัญหามากกว่าประเทศพัฒนาแล้ว
ทั้งหมดนี้ IMF ระบุว่า ความเสี่ยงได้ยกระดับเป็นความเสี่ยงเชิงระบบ หากถูกซ้ำเติมด้วยความเปราะบางเชิงโครงสร้าง เช่น สภาพคล่องของสถาบันการเงิน ความเสี่ยงในภาคสินเชื่อภาคเอกชน หรือกองทุนเฮดจ์ฟันด์ อย่างไรก็ตาม ภาคธนาคารยังรับมือความผันผวนได้ดี ทั้งการปรับฐานของตลาด AI และแรงกดดันด้านราคาพลังงาน
นอกจากนี้ ยังมีข้อแนะนำเชิงนโยบาย สำหรับตลาดเกิดใหม่ ต้องเร่งเสริมภูมิคุ้มกันและสร้าง กันชนทางการเงิน ส่วนนโยบายการเงิน ธนาคารกลางต้องรักษาความเป็นอิสระ สื่อสารกับตลาดให้ชัดเจน และต้องทำงานร่วมกับภาคเอกชนมากขึ้นในการซับแรงกระแทกที่อาจจะเกิดขึ้นได้ ส่วนนโยบายการคลังรัฐบาลต้องลดการขาดดุลเพื่อช่วยกดเงินเฟ้อ และทบทวนการสร้างพื้นที่ทางนโยบายเพื่อรองรับความเสี่ยงในอนาคต
IMF ระบุว่า สถานการณ์ ณ ปัจจุบัน โลกมีการปรับตัวตามปัจจัยที่เกิดขึ้น แต่สิ่งที่จะเป็นความเสี่ยงต่อทิศทางเสถียรภาพทางการเงินที่จะดีขึ้นหรือแย่ลง กลับเป็นการออกนโยบายของประเทศนั้นๆที่ถูกต้องมากกว่า รวมถึงวินัยทางการเงิน และความร่วมมือใกล้ชิดระหว่างรัฐบาล ธนาคารกลาง และภาคการเงินเอกชน







