thansettakij
thansettakij
CIMBT กำไรครึ่งปีแรก 1,488 ล้านบาท พุ่ง 47% ลดตั้งสำรอง-ต้นทุนการเงิน

CIMBT กำไรครึ่งปีแรก 1,488 ล้านบาท พุ่ง 47% ลดตั้งสำรอง-ต้นทุนการเงิน

21 ก.ค. 69 | 04:58 น.
อัปเดตล่าสุด :21 ก.ค. 69 | 04:58 น.

CIMBT ประกาศกำไรครึ่งปีแรก 2569 แตะ 1,488.5 ล้านบาท เพิ่ม 47% ต้นทุนดอกเบี้ย-ตั้งสำรองลด หนุนรายได้โตต่อเนื่อง สินเชื่อโต 4.1% NPL ลดเหลือ 2.1% พร้อม Coverage Ratio 179.3%

KEY

POINTS

  • ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย (CIMBT) ประกาศผลกำไรสุทธิครึ่งปีแรก 1,488.5 ล้านบาท เติบโตขึ้น 47% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
  • ปัจจัยหลักที่หนุนการเติบโตมาจากการลดลงของต้นทุนทางการเงิน และการตั้งสำรองผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) ที่ลดลงกว่า 30%
  • คุณภาพสินทรัพย์ปรับตัวดีขึ้น โดยหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ลดลงเหลือ 2.1% ขณะที่อัตราส่วนเงินสำรองต่อหนี้เสีย (Coverage Ratio) เพิ่มขึ้นเป็น 179.3%

ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย (CIMB THAI) ประกาศกำไรสุทธิครึ่งปีแรกปี 2569 จำนวน 1,488.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47% จากช่วงเดียวกันปีก่อน รับอานิสงส์รายได้จากการดำเนินงานเติบโต 9.8% ต้นทุนทางการเงินลดลง และผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นลดลงกว่า 30% ขณะที่คุณภาพสินทรัพย์ยังแข็งแกร่ง NPL ลดเหลือ 2.1% พร้อมเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงอยู่ที่ 19.7%

กำไรสุทธิครึ่งปีแรกแตะ 1,488.5 ล้านบาท โต 47%

 

ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย รายงานผลประกอบการงวด 6 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2569 มีกำไรสุทธิ 1,488.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 475.9 ล้านบาท หรือ 47% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานต่อเนื่องอยู่ที่ 1,265.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 84.5%

นายวุธว์ ธนิตติราภรณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า การเติบโตของกำไรได้รับแรงหนุนจากรายได้จากการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น 9.8% การควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานให้ลดลง 0.9% และการลดลงของผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (Expected Credit Loss) ถึง 30.4%

นายวุธว์ ธนิตติราภรณ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย

รายได้โตทุกด้าน รับต้นทุนดอกเบี้ยลด

ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 ธนาคารมีรายได้จากการดำเนินงาน 5,176.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 461.7 ล้านบาท หรือ 9.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน

รายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น 11.6% จากต้นทุนดอกเบี้ยที่ลดลงมากกว่าการลดลงของรายได้ดอกเบี้ย ขณะที่รายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิเพิ่มขึ้น 2.4% จากค่าธรรมเนียมการชำระค่าสินค้าและบริการ รวมถึงธุรกิจจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางการเงิน

นอกจากนี้ รายได้จากการดำเนินงานอื่นเพิ่มขึ้น 10.1% จากกำไรสุทธิของเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรหรือขาดทุน แม้ว่ากำไรจากการขายเงินลงทุนจะลดลงก็ตาม

เดินหน้าปรับพอร์ตสินทรัพย์

ธนาคารเปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายทรัพย์สิน (Asset Purchase Agreement) เพื่อจำหน่ายพอร์ตสินเชื่อบางส่วน โดยได้จัดประเภทสินทรัพย์ดังกล่าวเป็น "กลุ่มสินทรัพย์ที่ถือไว้เพื่อขาย" (Disposal Group Held for Sale) และบันทึกผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องเป็น "การดำเนินงานที่ยกเลิก" ตามมาตรฐานบัญชี TFRS 5

ทั้งนี้ ธนาคารยังคงติดตามและวิเคราะห์ผลกระทบของรายการดังกล่าวต่อฐานะการเงินและผลประกอบการอย่างต่อเนื่องจนกว่าการขายจะแล้วเสร็จ

NIM ขยับ สินเชื่อและเงินฝากเติบโต

อัตราส่วนรายได้ดอกเบี้ยสุทธิต่อสินทรัพย์เฉลี่ย (NIM) เพิ่มขึ้นเป็น 2.0% จาก 1.9% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการลดลงของต้นทุนทางการเงินที่ช่วยชดเชยผลตอบแทนจากสินทรัพย์ที่ลดลง

ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 ธนาคารมีสินเชื่อรวม 242,200 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.1% จากสิ้นปี 2568 ขณะที่เงินฝากรวมอยู่ที่ 309,200 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.6% ส่งผลให้อัตราส่วนสินเชื่อต่อเงินฝาก (Modified Loan to Deposit Ratio) เพิ่มเป็น 78.3% จาก 77.2%

คุณภาพสินทรัพย์แข็งแกร่ง เงินสำรองเพิ่ม

ด้านคุณภาพสินทรัพย์ยังปรับตัวดีขึ้น โดยยอดสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL) อยู่ที่ 5,000 ล้านบาท คิดเป็นอัตราส่วน NPL ต่อสินเชื่อรวม 2.1% ลดลงจาก 2.2% ณ สิ้นปี 2568 สะท้อนประสิทธิภาพในการบริหารความเสี่ยง การติดตามหนี้ และการแก้ไขปัญหาสินเชื่อด้อยคุณภาพอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่อัตราส่วนเงินสำรองต่อหนี้เสีย (Coverage Ratio) เพิ่มขึ้นเป็น 179.3% จาก 171.5% ณ สิ้นปีที่ผ่านมา โดยธนาคารมีค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นรวม 8,900 ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินสำรองส่วนเกินตามหลักเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทยประมาณ 1,500 ล้านบาท

ด้านฐานะเงินกองทุนยังอยู่ในระดับแข็งแกร่ง โดยมีเงินกองทุนรวม 59,400 ล้านบาท คิดเป็นอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS Ratio) ที่ 19.7% และอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 อยู่ที่ 15.4% รองรับการขยายธุรกิจและความผันผวนทางเศรษฐกิจในอนาคต