thansettakij
thansettakij
ธปท.เร่งปิดช่องทุนเทา คุมเงินสด-ทอง-บัญชีเสี่ยง จ่อบังคับแจงที่มาฝากเงินเกิน 5 ล้าน

ธปท.เร่งปิดช่องทุนเทา คุมเงินสด-ทอง-บัญชีเสี่ยง จ่อบังคับแจงที่มาฝากเงินเกิน 5 ล้าน

11 ก.ค. 69 | 04:29 น.
อัปเดตล่าสุด :11 ก.ค. 69 | 05:31 น.

ผู้ว่าการ ธปท. เดินหน้ามาตรการสกัดเศรษฐกิจนอกระบบต่อเนื่อง หลังยอดถอนเงินสดก้อนใหญ่ลดลง 35% เตรียมไตรมาส 4 บังคับแจงที่มาฝากเงินสดเกิน 5 ล้านบาท พร้อมเข้มธุรกรรมทองคำ บัญชีม้า พนันออนไลน์ และประสาน ก.ล.ต. ตรวจสอบธุรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลผิดปกติ

KEY

POINTS

  • ธปท. เตรียมออกมาตรการในไตรมาส 4 บังคับให้ผู้ที่ฝากเงินสดตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป ต้องชี้แจงแหล่งที่มาของเงิน
  • ยกระดับการควบคุมธุรกรรมที่มีความเสี่ยงสูง เช่น การซื้อขายทองคำ การแลกธนบัตรจำนวนมาก และการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่ผิดปกติ
  • สั่งการให้ธนาคารพาณิชย์เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบลูกค้าเพื่อเปิดบัญชีใหม่ และติดตามบัญชีที่เกี่ยวข้องกับการพนันออนไลน์

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เดินหน้ายกระดับมาตรการป้องกันการใช้ระบบการเงินเป็นช่องทางสนับสนุนเศรษฐกิจนอกระบบ หรือ “ทุนเทา” โดยเตรียมออกมาตรการเพิ่มเติมในช่วงไตรมาส 4 ของปีนี้ ครอบคลุมการฝากเงินสด การแลกธนบัตร การซื้อขายทองคำ รวมถึงประสานหน่วยงานกำกับดูแลเพื่อตรวจสอบธุรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีความผิดปกติ

นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ธปท.ให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างของประเทศ โดยหนึ่งในประเด็นสำคัญคือการลดบทบาทของเศรษฐกิจนอกระบบ (Grey Economy) รวมถึงการคอร์รัปชันและธุรกรรมที่ผิดกฎหมาย พร้อมย้ำว่า ธปท.ไม่ต้องการให้สถาบันการเงินภายใต้การกำกับดูแลเป็นช่องทางสนับสนุนกิจกรรมดังกล่าว

“มาตรการที่ดำเนินการไม่ใช่เรื่องที่จะแก้ได้ในระยะสั้น แต่ต้องใช้หลายมาตรการควบคู่กันอย่างต่อเนื่อง”

 

ถอนเงินสดเกิน 5 ล้าน ยอดลดลง 35%

นายวิทัย กล่าวว่า ธปท.เริ่มใช้มาตรการตรวจสอบการถอนเงินสดตั้งแต่ช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา โดยกำหนดให้การถอนเงินสดตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป ธนาคารต้องตรวจสอบความจำเป็นในการใช้เงินสดของลูกค้า เช่น เหตุใดจึงไม่สามารถใช้การโอนเงินหรือเช็คแทนได้

 

นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย

 

หากเป็นการใช้เพื่อดำเนินธุรกิจที่มีเหตุผลชัดเจนก็สามารถถอนเงินได้ แต่หลังจากมาตรการมีผล พบว่ามูลค่าการถอนเงินสดก้อนใหญ่ลดลงประมาณ 35% จากนี้ ธปท.จะยกระดับมาตรฐานให้ทุกธนาคารใช้แนวปฏิบัติเดียวกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบธุรกรรมที่มีความเสี่ยง

ไตรมาส 4 จ่อบังคับแจงที่มาฝากเงินเกิน 5 ล้าน

นายวิทัย เปิดเผยว่า ในไตรมาส 4 ธปท.อยู่ระหว่างศึกษาข้อกฎหมายเพื่อออกมาตรการเพิ่มเติม โดยผู้ที่นำเงินสดมาฝากตั้งแต่ 5 ล้านบาทขึ้นไป อาจต้องชี้แจงแหล่งที่มาของเงิน นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างพิจารณามาตรการสำหรับการแลกธนบัตรมูลค่าสูง เช่น การนำธนบัตรใบละ 1,000 บาทจำนวนมากมาแลกเป็นธนบัตรใบละ 100 หรือ 500 บาท ซึ่งอาจต้องมีการอธิบายเหตุผลของการทำธุรกรรมดังกล่าว

 

นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย

 

คุมธุรกรรมทองคำ ปิดช่องโหว่ฟอกเงิน

นายวิทัย กล่าวว่า อีกมาตรการสำคัญคือการกำกับดูแลธุรกรรมซื้อขายทองคำ ซึ่งมีเป้าหมายหลักเพื่อลดผลกระทบต่อค่าเงินบาทจากการซื้อขายทองคำ แต่ยังช่วยปิดช่องโหว่ของธุรกรรมที่มีลักษณะผิดปกติ ที่ผ่านมา พบพฤติกรรมการซื้อทองผ่านแอปพลิเคชันในช่วงเช้า ก่อนมารับทองจากร้านค้าในช่วงบ่าย ซึ่ง ธปท.ได้กำหนดให้มีการติดตามและรายงานธุรกรรมที่เข้าข่ายผิดปกติไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)

ผลจากมาตรการดังกล่าว ทำให้ปริมาณการเบิกทองคำลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จากเดิมเฉลี่ยประมาณ 4,000 กิโลกรัมต่อเดือน เหลือราว 700 กิโลกรัมต่อเดือน สะท้อนว่าช่องทางการทำธุรกรรมที่ผิดปกติถูกจำกัดมากขึ้น

เข้มเปิดบัญชี-จับธุรกรรมพนันออนไลน์

นายวิทัย กล่าวว่า ธปท.ยังสั่งการให้ธนาคารพาณิชย์ทุกแห่งเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบลูกค้าตั้งแต่ขั้นตอนเปิดบัญชี รวมถึงติดตามรูปแบบธุรกรรมที่เข้าข่ายเกี่ยวข้องกับพนันออนไลน์หรือมีความผิดปกติ โดยบางมาตรการอยู่ระหว่างดำเนินการร่วมกับหน่วยงานกำกับดูแลอื่น

สำหรับบัญชีที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมพนันออนไลน์ พบว่ามีการดำเนินการปิดบัญชีสะสมแล้วเป็นจำนวนหลายพันบัญชี พร้อมย้ำว่าการควบคุมทั้งการใช้เงินสดและช่องทางผ่านระบบธนาคารจะเข้มงวดมากขึ้น แม้อาจต้องใช้เวลาในการเห็นผลอย่างเต็มที่ แต่ได้รับความร่วมมือจากสถาบันการเงินเป็นอย่างดี

 

ประสาน ก.ล.ต. ตรวจธุรกรรมคริปโตผิดปกติ

ส่วนกรณีการใช้สินทรัพย์ดิจิทัลเป็นช่องทางหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ นายวิทัย ระบุว่า ธปท.อยู่ระหว่างประสานงานกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีอำนาจกำกับดูแลโดยตรง เบื้องต้นมีการนำระบบวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) มาตรวจสอบธุรกรรมซื้อขายเหรียญ Stablecoin อย่าง USDT ที่มีปริมาณซื้อขายสูงผิดปกติ และพบธุรกรรมบางส่วนที่มีลักษณะเข้าข่ายหลีกเลี่ยงการเปิดเผยข้อมูลหรือการโอนเงินผ่านระบบปกติ ซึ่งรายละเอียดเชิงกำกับดูแลอยู่ในอำนาจของ ก.ล.ต. ในการดำเนินการต่อไป