thansettakij
thansettakij
ผู้ว่าฯ ธปท.ย้ำดอกเบี้ย 1% หนุนเศรษฐกิจ ยังไม่คิดขึ้นดอกเบี้ย

ผู้ว่าฯ ธปท. ลั่น ไม่มีเหตุผลขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย ยังคง 1% หนุนเศรษฐกิจฟื้น

26 มิ.ย. 69 | 08:22 น.
อัปเดตล่าสุด :26 มิ.ย. 69 | 09:06 น.

ผู้ว่าการ ธปท. ระบุดอกเบี้ยนโยบายไทย 1% ต่ำสุดอันดับ 2 ของโลก ย้ำใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย ประเมิน GDP ปีนี้โต 2.3% เงินเฟ้อปีหน้าชะลอเหลือ 1.4%

KEY

POINTS

  • ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยืนยันใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย โดยคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1% ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำ เพื่อประคับประคองและสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยอย่างต่อเนื่อง
  • ผู้ว่าฯ ธปท. ระบุว่ายังไม่มีแนวคิดที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในขณะนี้ เนื่องจากเศรษฐกิจยังต้องการแรงสนับสนุนมากกว่าการเพิ่มต้นทุนทางการเงิน โดยการตัดสินใจในอนาคตจะขึ้นอยู่กับข้อมูลเศรษฐกิจจริง (Data-driven)
  • แม้เผชิญความไม่แน่นอนจากเศรษฐกิจโลก แต่เศรษฐกิจไทยโดยรวมยังมีเสถียรภาพที่แข็งแกร่งจากปัจจัยต่างๆ เช่น เงินทุนสำรองระหว่างประเทศที่สูง จึงยังไม่มีความจำเป็นต้องใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้น

แม้เศรษฐกิจโลกยังเผชิญความไม่แน่นอนจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และทิศทางนโยบายการเงินของประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ แต่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยังคงเลือกใช้นโยบายการเงินแบบ "ผ่อนคลาย" เพื่อประคับประคองการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย พร้อมยืนยันว่า ณ ขณะนี้ยังไม่มีแนวคิดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย เนื่องจากมองว่าเศรษฐกิจยังต้องการแรงสนับสนุนมากกว่าการเพิ่มต้นทุนทางการเงิน

นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยอยู่ที่ 1% ถือเป็นระดับต่ำที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก โดยมีเพียงสวิตเซอร์แลนด์ที่อยู่ในระดับต่ำกว่า ขณะที่ญี่ปุ่นเพิ่งปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นมาอยู่ในระดับใกล้เคียงกับไทย

นายวิทัยกล่าวว่า จุดยืนของ ธปท. คือการใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย (Accommodative Monetary Policy) เพื่อช่วยประคับประคองเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวต่อเนื่อง เพราะเป้าหมายสุดท้ายคือการทำให้ภาคธุรกิจดำเนินกิจการได้ ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้น และเศรษฐกิจสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน

สำหรับการตัดสินใจด้านอัตราดอกเบี้ย คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะพิจารณาจากข้อมูลเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจริง (Data-driven) ในแต่ละช่วงเวลา เนื่องจากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยในขณะนี้ยังไม่มีเหตุผลที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย เว้นแต่จะเกิดปัจจัยใหม่ที่ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญ

ด้านประมาณการเศรษฐกิจ ธปท. คาดว่าเศรษฐกิจไทยปี 2569 จะขยายตัว 2.3% ขณะที่ศักยภาพการเติบโตของเศรษฐกิจไทย (Potential GDP) อยู่ที่ประมาณ 2.7% สะท้อนว่าเศรษฐกิจยังสามารถขยายตัวได้อีก หากได้รับแรงสนับสนุนจากการลงทุน การบริโภค และการส่งออก

ส่วนอัตราเงินเฟ้อ ธปท. ประเมินว่า ปีนี้จะอยู่ที่ประมาณ 2.8% ก่อนจะชะลอลงเหลือราว 1.4% ในปีหน้า แม้ในช่วงปลายปีอาจได้รับแรงกดดันจากราคาพลังงานและราคาน้ำมัน แต่คาดว่าจะเป็นเพียงผลกระทบระยะสั้น และเงินเฟ้อจะทยอยกลับเข้าสู่ระดับต่ำลงในช่วงปีถัดไป

ขณะที่ภาคการส่งออก ธปท. ประเมินว่าจะขยายตัวได้ถึง 14% ซึ่งสูงกว่าหลายหน่วยงาน เนื่องจากใช้ข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดในการปรับประมาณการ และยังมองว่าการส่งออกจะเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจไทยในปีนี้

นายวิทัยกล่าวว่า แม้ค่าเงินบาทจะอ่อนค่าลงตามทิศทางการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ แต่ยังอยู่ในระดับที่สอดคล้องกับประเทศในภูมิภาค และไม่ได้สะท้อนถึงความเปราะบางของเศรษฐกิจไทย เนื่องจากประเทศไทยยังมีเงินทุนสำรองระหว่างประเทศประมาณ 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มีหนี้ต่างประเทศระยะสั้นในระดับต่ำ และยังได้รับการยืนยันอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ "Stable Outlook" จากทั้ง Moody's และ S&P

ผู้ว่าการ ธปท. ระบุว่า ปัจจัยดังกล่าวสะท้อนว่าเศรษฐกิจไทยยังมีเสถียรภาพในระดับที่แข็งแกร่ง เงินทุนต่างชาติยังคงไหลเข้าสู่ทั้งตลาดหุ้นและตลาดตราสารหนี้ตามปกติ จึงไม่มีความจำเป็นต้องใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้นในช่วงเวลานี้ โดย ธปท. จะยังคงติดตามข้อมูลเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด และพร้อมปรับนโยบายให้เหมาะสมตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง