thansettakij
thansettakij
สรรพากร แจงชัด 'ค้างภาษี' เสี่ยงถูกยึดทรัพย์-อายัดบัญชี แม้อยู่ระหว่างอุทธรณ์

สรรพากร แจงชัด 'ค้างภาษี' เสี่ยงถูกยึดทรัพย์-อายัดบัญชี แม้อยู่ระหว่างอุทธรณ์

02 มิ.ย. 69 | 06:31 น.
อัปเดตล่าสุด :02 มิ.ย. 69 | 07:20 น.

กรมสรรพากร ชี้แจงขั้นตอนเร่งรัดภาษีอากรค้าง ผู้เสียภาษีเสี่ยงถูกยึดทรัพย์ อายัดบัญชี แม้อยู่ระหว่างอุทธรณ์ เว้นแต่ได้รับอนุมัติทุเลาชำระภาษีพร้อมวางหลักประกัน

KEY

POINTS

  • กรมสรรพากรมีอำนาจยึดหรืออายัดทรัพย์สิน เช่น บัญชีเงินฝาก หุ้น ที่ดิน และยานพาหนะ ของผู้ที่ค้างชำระภาษี
  • การดำเนินการยึดอายัดทรัพย์สินยังคงเกิดขึ้นได้ แม้ผู้เสียภาษีจะอยู่ในขั้นตอนการยื่นอุทธรณ์หรือฟ้องร้องต่อศาล
  • ผู้เสียภาษีสามารถขอทุเลาการชำระภาษีเพื่อระงับการยึดอายัดทรัพย์สินได้ แต่ต้องยื่นคำร้องพร้อมวางหลักประกันตามที่กำหนด

กรมสรรพากรย้ำ ขั้นตอนเร่งรัดภาษีอากรค้างเป็นไปตามกฎหมาย หากผู้เสียภาษีไม่ชำระ อาจถูกยึดหรืออายัดทรัพย์สินได้ ทั้งบัญชีเงินฝาก หุ้น ที่ดิน และยานพาหนะ แม้อยู่ระหว่างอุทธรณ์ เว้นแต่ได้รับอนุมัติทุเลาชำระภาษีพร้อมวางหลักประกัน

นายศุภชัย บำรุงศรี โฆษกกรมสรรพากร เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีข่าวเกี่ยวกับการเร่งรัดภาษีอากรค้างที่เกิดจากการประเมินของเจ้าพนักงานนั้น กรมสรรพากรขอชี้แจงว่า การเร่งรัดภาษีอากรค้างจะเริ่มดำเนินการได้เมื่อพ้นกำหนด 30 วัน นับแต่วันที่ผู้เสียภาษีได้รับหนังสือแจ้งการประเมิน

นายศุภชัย บำรุงศรี โฆษกกรมสรรพากร

อย่างไรก็ตาม หากผู้เสียภาษีไม่เห็นด้วยกับการประเมิน และได้ยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ภายในกำหนดเวลา หรือยื่นฟ้องต่อศาลเพื่อขอเพิกถอนการประเมินภาษีอากร กระบวนการพิจารณาจะดำเนินต่อไปตามขั้นตอนของกฎหมาย

อยู่ระหว่างอุทธรณ์ ยังถูกเร่งรัดภาษีได้

โฆษกกรมสรรพากร ระบุว่า แม้อยู่ระหว่างการพิจารณาอุทธรณ์หรืออยู่ในชั้นศาล เจ้าพนักงานยังมีอำนาจเร่งรัดภาษีอากรค้างได้ตามปกติ เว้นแต่ผู้เสียภาษีจะได้รับอนุมัติให้ทุเลาการชำระภาษีอากร โดยต้องยื่นคำร้องพร้อมวางหลักประกันตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

ทั้งนี้ ภาษีอากรค้างจะถือเป็นที่สุดเมื่อมีคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ หรือมีคำพิพากษาของศาลในแต่ละชั้นแล้วแต่กรณี ไม่ว่าจะเป็นศาลภาษีอากรกลาง ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ หรือศาลฎีกา

สรรพากรมีอำนาจยึดทรัพย์-อายัดบัญชี

กรมสรรพากรระบุเพิ่มเติมว่า การเร่งรัดภาษีอากรค้างมีขั้นตอนและหลักเกณฑ์ชัดเจนตามกฎหมาย และใช้บังคับกับผู้เสียภาษีทุกรายโดยไม่คำนึงถึงจำนวนภาษีค้างชำระ

ในระหว่างการเร่งรัด เจ้าพนักงานมีอำนาจยึดหรืออายัดทรัพย์สินทุกประเภทที่ตรวจพบ ไม่ว่าจะเป็นบัญชีเงินฝากธนาคาร หุ้น ที่ดิน หรือยานพาหนะ เพื่อนำออกขายทอดตลาดชำระหนี้ภาษีอากร

หากดำเนินการเร่งรัดจนถึงที่สุดแล้วยังไม่สามารถเรียกเก็บภาษีได้ครบถ้วน และไม่พบทรัพย์สินอื่นเพิ่มเติม กรมสรรพากรจะดำเนินการยื่นฟ้องต่อศาลภาษีอากรกลางเพื่อตั้งสิทธิเรียกร้องหนี้ภาษี หรือฟ้องต่อศาลล้มละลายกลางเพื่อให้ลูกหนี้เข้าสู่กระบวนการล้มละลายต่อไป

ขอผ่อนชำระได้ แต่ต้องมีหลักประกัน

โฆษกกรมสรรพากรกล่าวเพิ่มเติมว่า กฎหมายไม่ได้กำหนดให้ผู้เสียภาษีต้องวางหลักทรัพย์เป็นประกันระหว่างการเร่งรัดภาษีอากรค้าง เว้นแต่กรณีผู้เสียภาษีประสงค์ขอผ่อนชำระภาษีอากรค้าง ก็จะต้องยื่นคำร้องพร้อมจัดหาหลักประกันให้เพียงพอกับจำนวนหนี้ภาษี

ทั้งนี้ หากประชาชนมีข้อสงสัย สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานสรรพากรทุกแห่งทั่วประเทศ