thansettakij
thansettakij
เคลียร์ปมร้านค้าร่วม 'ไทยช่วยไทย พลัส' รัฐบาลปัดส่งข้อมูล แอปถุงเงินให้สรรพากร

เคลียร์ปมร้านค้าร่วม 'ไทยช่วยไทย พลัส' รัฐบาลปัดส่งข้อมูล แอปถุงเงินให้สรรพากร

รองโฆษกรัฐบาล เคลียร์ปมร้านค้าร้านย่อยเข้าร่วม "ไทยช่วยไทยพลัส" อย่ากังวล ย้ำชัดไม่มีการส่งข้อมูลรายได้จากแอปถุงเงิน ให้กรมสรรพกรคิดภาษีย้อนหลัง ย้ำดูรายได้ทั้งปี ไม่ใช่เฉพาะช่วงโครงการ

KEY

POINTS

  • รัฐบาลยืนยันไม่ส่งข้อมูลยอดขายจากแอปพลิเคชัน "ถุงเงิน" ในโครงการไทยช่วยไทย พลัส ให้กรมสรรพากรเพื่อตรวจสอบภาษีย้อนหลังโดยเฉพาะ
  • การพิจารณาเสียภาษีจะดูจากรายได้รวมตลอดทั้งปีจากทุกช่องทาง ไม่ใช่แค่ยอดขายที่เพิ่มขึ้นชั่วคราวจากโครงการฯ
  • ร้านค้าที่เข้าร่วมส่วนใหญ่เป็นรายย่อย ซึ่งมักมีรายได้ทั้งปีไม่ถึงเกณฑ์ 1.8 ล้านบาท จึงไม่เข้าข่ายต้องกังวลเรื่องภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)

1 มิถุนายน 2569 นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า โครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) วันแรกกระแสตอบรับเป็นไปอย่างคึกคัก ทั้งนี้ จากข้อมูล ณ เวลา 13.00 น. พบว่า มีประชาชนนำสิทธิไปใช้จ่ายจนเสร็จสมบูรณ์แล้วเป็นจำนวน 2,894,994 คน มียอดใช้จ่ายรวมสะสมอยู่ที่ 587.99 ล้านบาท ซึ่งเป็นการใช้จ่ายผ่านรูปแบบร้านค้าปกติ

นางสาวพลอยทะเล รองโฆษกรัฐบาล กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับร้านค้าที่ลังเลใจและยังสับสนกังวลเรื่องการเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) จะถูกเรียกเก็บภาษีย้อนหลังนั้น

รัฐบาลขอยืนยันและให้ความมั่นใจกับร้านค้า ไม่ต้องกังวลเรื่องการถูกเรียกเก็บภาษีย้อนหลัง เพราะร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการฯ ส่วนใหญ่เป็นร้านค้ารายเล็กถึงรายย่อยซึ่งมักจะมีรายได้ตลอดทั้งปีไม่ถึง 1.8 ล้านบาท จึงไม่เข้าเกณฑ์ที่น่าจะต้องกังวลเรื่องภาระภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) แต่อย่างใด 

ทั้งนี้ เกณฑ์การเสียภาษีจะดูรายได้เฉลี่ยทั้งปีเป็นหลัก ไม่ใช่แค่ช่วงที่เข้าร่วมโครงการฯ และมียอดขายพุ่งสูงขึ้นชั่วคราว ขอให้ร้านค้าอย่ากังวล อย่าหลงเชื่อข่าวเท็จที่มีการพูดกันปากต่อปาก

รัฐบาลขอย้ำว่า ข้อมูลยอดขายในแอปถุงเงินจะไม่ถูกส่งไปให้กรมสรรพากรเพื่อนำมาคิดภาษีย้อนหลังแบบเฉพาะเจาะจงอย่างแน่นอน ทั้งนี้ หากร้านค้ามีรายได้จากการขายสินค้าถึงเกณฑ์ขั้นต่ำที่สรรพากรกำหนด คือ ยอดขายรวมทุกช่องทาง ไม่ใช่แค่เฉพาะยอดจากโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 ก็มีหน้าที่ต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี

นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

"ยอดรวมของร้านค้าที่ลงทะเบียนเสร็จสิ้นและกดสิทธิ์ยอมรับเงื่อนไข (T&C) พร้อมให้บริการแล้ว มีจำนวนรวมทั้งสิ้น 853,004 ร้านค้า ซึ่งประกอบไปด้วยร้านค้าเดิมจำนวน 781,567 ร้านค้า และร้านค้าใหม่อีก 71,437 ร้านค้า

นอกจากนี้ยังมีร้านค้าอีกจำนวนหนึ่งที่อยู่ในกระบวนการเปลี่ยนผ่าน ได้แก่ กลุ่มที่อยู่ระหว่างรอการกดรับเงื่อนไข T&C 199,990 ร้านค้า และร้านค้าใหม่ที่อยู่ระหว่างการรอตรวจสอบ 3,620 ร้านค้า ทั้งนี้ มีร้านค้าที่สามารถสร้างยอดขายสำเร็จในระบบไปแล้ว 418,844 ร้านค้า" นางสาวพลอยทะเล รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ ระบุ