thansettakij
thansettakij
ดาวโจนส์ปิดตลาดพุ่งทะลุ 1,500 จุด รับเดโมแครตกวาดชัยเลือกตั้งสหรัฐฯ

ดาวโจนส์ปิดตลาดพุ่งทะลุ 1,500 จุด รับเดโมแครตกวาดชัยเลือกตั้งสหรัฐฯ

05 พ.ย. 69 | 02:05 น.
อัปเดตล่าสุด :05 พ.ย. 69 | 02:05 น.

ดัชนีดาวโจนส์พุ่งทะลุ 1,500 จุด รับเดโมแครตกวาดชัยเลือกตั้งสหรัฐฯดับความเสี่ยงการเมือง สวนทาง Tesla-SpaceXร่วง น้ำมันร่วง 8% หนุนตลาดคลายกังวลสงคราม

KEY

POINTS

  • ดัชนีดาวโจนส์พุ่งขึ้นกว่า 1,500 จุด หรือ 3% หลังพรรคเดโมแครตชนะการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ทั้งในวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร
  • ชัยชนะของพรรคเดโมแครตถูกมองว่าช่วยลดความไม่แน่นอนทางการเมือง และจะนำไปสู่การคานอำนาจซึ่งนักวิเคราะห์มองว่าเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดหุ้น
  • ผลการเลือกตั้งยังส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบร่วงลงอย่างหนัก เนื่องจากนักลงทุนคาดว่าอาจทำให้สงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านยุติลงเร็วขึ้น

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 3% ในวันพุธ (4 พ.ย.) หลังจากพรรคเดโมแครตได้รับชัยชนะอย่างท่วมท้นในการเลือกตั้งกลางเทอม 

ซึ่งช่วยลดความไม่แน่นอนทางการเมืองของสหรัฐอเมริกา และกระตุ้นการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง

  • ดัชนีดาวโจนส์ ปิดที่ 53,356.12 จุด เพิ่มขึ้น 1,569.40 จุด หรือ +3.03%
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,688.62 จุด เพิ่มขึ้น 119.70 จุด หรือ +1.58%
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 25,736.51 จุด เพิ่มขึ้น 364.50 จุด หรือ +1.44%

พรรคเดโมแครตได้รับชัยชนะทั้งในวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร ส่งผลให้สามารถครองอำนาจเบ็ดเสร็จในสภาคองเกรส โดยพรรคเดโมแครตสามารถเอาชนะในรัฐที่เป็นฐานเสียงสำคัญของพรรครีพับลิกันเป็นครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษ อันเนื่องมาจากกระแสต่อต้านนโยบายของโดนัลด์ ทรัมป์

ทรัมป์ประกาศยอมรับผลเลือกตั้ง

ขณะที่ทรัมป์ประกาศยอมรับผลการเลือกตั้ง และยอมรับว่าการทำสงครามกับอิหร่านมีส่วนทำให้พรรครีพับลิกันพ่ายแพ้การเลือกตั้งกลางเทอมในครั้งนี้ นอกจากนี้ ทรัมป์ยังระบุว่า พรรครีพับลิกันจะทำงานร่วมกับพรรคเดโมแครต

ดาวโจนส์ปิดตลาดพุ่งทะลุ 1,500 จุด รับเดโมแครตกวาดชัยเลือกตั้งสหรัฐฯ

 

นักวิเคราะห์จากบริษัท Freedom Capital Markets ระบุว่า การดีดตัวขึ้นของตลาดส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากท่าทีประนีประนอมของปธน.ทรัมป์ต่อผลการเลือกตั้ง และกล่าวเสริมว่า แม้ยังมีความไม่แน่นอนอีกมากรออยู่ข้างหน้า แต่สิ่งหนึ่งที่แน่นอนคือ จะเกิดภาวะที่รัฐบาลและสภาคองเกรสไม่สามารถผลักดันนโยบายได้อย่างเต็มที่ ซึ่งในอดีตสถานการณ์เช่นนี้ส่งผลดีต่อตลาดหุ้น

นักวิเคราะห์จาก U.S. Bank Wealth Management ระบุว่า ตลาดหุ้นพุ่งขึ้นอย่างมากเนื่องจากผลการเลือกตั้งที่ชัดเจนได้ช่วยขจัดความไม่แน่นอน นอกจากนี้ เขามีความเห็นสอดคล้องกับนักวิเคราะห์รายอื่น ๆ ว่า ผลการเลือกตั้งครั้งนี้จะนำไปสู่การคานอำนาจทั้งทางการเมืองและการตัดสินใจด้านนโยบายเศรษฐกิจ ซึ่งสถานการณ์เช่นนี้มักเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดหุ้น

บรรยากาศการซื้อขายยังได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันดิบที่ร่วงลงอย่างหนัก เนื่องจากนักลงทุนมองว่าชัยชนะของพรรคเดโมแครตได้นำไปสู่การเปลี่ยนขั้วอำนาจในสภาคองเกรส ซึ่งอาจทำให้สงครามระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ ยุติลงเร็วขึ้น

น้ำมัน WTI ร่วง 8.29%

ราคาน้ำมันดิบ WTI ร่วงลง 8.29% ปิดที่ระดับ 88.12 เหรียญ/บาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ดิ่งลง 8.67% ปิดที่ระดับ 94.62 เหรียญ/บาร์เรล

 หุ้น 9 ใน 11 กลุ่มในดัชนี S&P500 ปิดในแดนบวก นำโดยหุ้นกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยพุ่งขึ้น 4.27% หุ้นกลุ่มการเงินพุ่งขึ้น 3.46% ส่วนหุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวลงมากที่สุด โดยร่วงลง 4.77% หุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมลดลง 1.1% 

ดาวโจนส์ปิดตลาดพุ่งทะลุ 1,500 จุด รับเดโมแครตกวาดชัยเลือกตั้งสหรัฐฯ

 

หุ้นกลุ่มพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานสะอาดปรับตัวขึ้น เนื่องจากนักลงทุนคาดการณ์ว่าพรรคเดโมแครตจะยังคงสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลกลางในการพัฒนาพลังงานสะอาด ทั้งนี้ หุ้น SunRun ดีดตัวขึ้น 1.27% หุ้น First Solar พุ่งขึ้น 6.4% และหุ้น Invesco Solar ETF พุ่งขึ้นเกือบ 6%

หุ้นบริษัทที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์, โครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ (AI) และผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์สำหรับ AI หรือ Neocloud ปรับตัวลง ท่ามกลางความกังวลว่าชัยชนะของพรรคเดโมแครตอาจนำไปสู่การออกมาตรการควบคุมและข้อจำกัดเพิ่มเติมต่อภาคส่วนนี้ เนื่องจากเดโมแครตมีนโยบายคุมเข้มดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) และคัดค้านการลดหย่อนภาษีให้บริษัทเทคโนโลยี

หุ้น CoreWeave ร่วงลง 5.2%, หุ้น Nebius ร่วงลง 2.8%, หุ้น Hut 8 ดิ่งลง 23%, หุ้น IREN ร่วงลง 11%, หุ้น Core Scientific ร่วงลง 10% และหุ้น Applied Digital ปรับตัวลง 6.7% 

หุ้นบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ปรับตัวขึ้น เนื่องจากนักลงทุนมองว่าการขยายโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่ช้าลงอาจช่วยให้บริษัทกลุ่มนี้มีข้อได้เปรียบด้านการแข่งขัน หุ้น Microsoft พุ่งขึ้น 6.7%, หุ้น Amazon.com เพิ่มขึ้น 6.1%, หุ้น Alphabet ปรับตัวขึ้น 3.2%

หุ้น SpaceX ร่วงลง 3.9% และหุ้น Tesla ลง 3.3% หลังจากพรรครีพับลิกันพ่ายแพ้การเลือกตั้งกลางเทอม โดยอีลอน มัสก์ ซึ่งเป็นเจ้าของบริษัททั้งสองแห่งนี้ ได้ทุ่มเงินจำนวนมากในการสนับสนุนผู้สมัครจากพรรครีพับลิกัน รวมถึงความพยายามในการรักษาฐานเสียงของพรรครีพับลิกันในรัฐเทกซัส ซึ่งเป็นรัฐที่ตั้งของทั้งสองบริษัท

หุ้นกลุ่มผู้ผลิตยุทโธปกรณ์ร่วงลง ท่ามกลางความวิตกกังวลว่าชัยชนะของพรรคเดโมแครตอาจทำให้รัฐบาลทรัมป์ประสบกับความยากลำบากในการของบประมาณด้านกลาโหมมูลค่า 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ ทั้งนี้ หุ้น Northrop Grumman ร่วงลง 4.5%, หุ้น RTX ลดลง 2.6% และหุ้น Lockheed Martin ดิ่งลง 6.9% 

จ้างงานเอกชนสหรัฐฯเพิ่ม 86,000 ตำแหน่ง

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการเปิดเผยล่าสุด ออโตเมติก ดาต้า โพรเซสซิ่ง อิงค์ (ADP) ระบุว่า การจ้างงานของภาคเอกชนสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 86,000 ตำแหน่งในเดือนต.ค. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 75,000 ตำแหน่ง หลังจากเพิ่มขึ้น 86,000 ตำแหน่งเช่นกันในเดือนก.ย.

สถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐฯ (ISM) ระบุว่า ดัชนีภาคบริการของสหรัฐฯ ลดลงสู่ระดับ 54.5 ในเดือนต.ค. ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 54.8 จากระดับ 54.9 ในเดือนก.ย.

ดัชนีภาคบริการของ ISM ประกอบด้วยอุตสาหกรรม 17 กลุ่ม ซึ่งรวมถึงอสังหาริมทรัพย์ การขนส่ง การก่อสร้าง และเหมืองแร่

นักลงทุนจับตาตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในวันศุกร์นี้ (6 พ.ย.) โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ตัวเลขจ้างงานจะเพิ่มขึ้น 63,000 ตำแหน่งในเดือนต.ค. หลังจากเพิ่มขึ้นเพียง 29,000 ตำแหน่งในเดือนก.ย. และคาดว่าอัตราว่างงานเดือนต.ค.จะทรงตัวที่ระดับ 4.2%