
ดาวโจนส์ปิดตลาดบวก 213 จุด รับอานิสงส์น้ำมันร่วง-บอนด์ยีลด์ลด
ดัชนีดาวโจนส์ปิดบวก 213 จุด รับอานิสงส์น้ำมันร่วง-บอนด์ยีลด์ลด ขณะ Nasdaq ถูกแรงขายหุ้นเทคโนโลยีกดดัน นักลงทุนกังวลลงทุน AI ทุ่มเงินมหาศาล
KEY
POINTS
- ดัชนีดาวโจนส์ปิดตลาดปรับตัวขึ้น 213.67 จุด สวนทางกับดัชนี S&P500 และ Nasdaq ที่ปิดลบจากแรงขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี
- ปัจจัยหนุนหลักมาจากการร่วงลงของราคาน้ำมันดิบกว่า 7% ซึ่งช่วยคลายความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ
- อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับตัวลดลงสู่ระดับต่ำกว่า 5% ช่วยลดความกังวลเรื่องต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้น
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันจันทร์ (2 พ.ย.) โดยได้แรงหนุนจากการปรับตัวลงของราคาน้ำมันและอัตราผลตอบแทนพันธบัตร
อย่างไรก็ตาม ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดลบเนื่องจากแรงขายหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ขณะที่นักลงทุนจับตาการเลือกตั้งกลางเทอมและตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐอเมริกาในสัปดาห์นี้
- ดัชนีดาวโจนส์ ปิดที่ 51,983.98 จุด เพิ่มขึ้น 213.67 จุด หรือ +0.41%
- ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,541.40 จุด ลดลง 38.67 จุด หรือ -0.51%
- ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 25,164.32 จุด ลดลง 272.68 จุด หรือ -1.07%
ราคาน้ำมันดิบ WTI ร่วงลง 7.36% ปิดที่ 96.46 เหรียญ/บาร์เรล และราคาน้ำมันดิบเบรนท์ ดิ่งลง 7.63% ปิดที่ 104.77 เหรียญ/บาร์เรล หลังมีรายงานว่าอิหร่านส่งสัญญาณเปิดรับการเจรจาสันติภาพเพื่อยุติความขัดแย้งกับสหรัฐฯ ซึ่งการร่วงลงของราคาน้ำมันช่วยให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ
ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ 10 ปีร่วงต่ำกว่า 5%
ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปรับตัวลงสู่ระดับต่ำกว่า 5% ซึ่งช่วยให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับภาวะต้นทุนการกู้ยืมสูง
ดัชนีดาวโจนส์ยังได้ปัจจัยหนุนจากหุ้น Sherwin-Williams ผู้ผลิตสีรายใหญ่ซึ่งพุ่งขึ้นเกือบ 6%
,หุ้น Home Depot ซึ่งเป็นบริษัทจำหน่ายสินค้าตกแต่งบ้านรายใหญ่ พุ่งขึ้น 3.6% ขณะที่หุ้น 3M และหุ้น Boeing ต่างก็พุ่งขึ้นกว่า 2%
ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดลบอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ดิ่งลง 1.82% และ 2.86% เมื่อวันศุกร์ (30 ต.ค.) ท่ามกลางความวิตกกังวลว่าบริษัทเทคโนโลยีอาจสร้างผลตอบแทนที่ไม่คุ้มค่ากับเม็ดเงินจำนวนมากที่ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI
ทั้งนี้ หุ้น Nvidia และหุ้น Meta Platforms ต่างก็ปรับตัวลง 1% ขณะที่หุ้น Apple ปิดตลาดร่วงลงเกือบ 2% ก่อนที่บริษัทจะรายงานผลประกอบการ
หุ้น Marvell Technology ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิป ดิ่งลงเกือบ 13% หลังบริษัทประกาศว่าจะเข้าซื้อกิจการ Lumentum ผู้ผลิตอุปกรณ์ออปติกสำหรับศูนย์ข้อมูล ภายใต้ข้อตกลงมูลค่า 1.15 แสนล้านดอลลาร์ ขณะที่หุ้น Lumentum ร่วงลง 18% จากข่าวดังกล่าว
หุ้น Intel ร่วงลง 12% ซึ่งเป็นการปรับตัวลงต่อเนื่องจากวันศุกร์ หลังบริษัทคาดการณ์รายได้รายไตรมาสต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ รวมถึงแสดงความกังวลว่ากระแสเงินสดของบริษัทอาจจะไม่กลับมาเป็นบวกในปีนี้
หุ้น Oracle ร่วงลง 8% หลังบริษัทประกาศแผนการขายหุ้นสามัญมูลค่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์ และหุ้นกู้มูลค่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์ เพื่อระดมทุนสำหรับการขยายโครงสร้างพื้นฐาน AI
หุ้นพลังงานลงมากสุดใน S&p500
หุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวลงมากที่สุดในดัชนี S&P500 โดยดิ่งลง 3.97% ตามด้วยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีร่วงลง 2.6% ส่วนหุ้นกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยดีดตัวขึ้นแข็งแกร่งที่สุด โดยพุ่งขึ้น 2.25% ตามด้วยหุ้นกลุ่มวัสดุพุ่งขึ้น 1.83%
จับตาเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ
นักลงทุนจับตาการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ โดยจอร์เจีย อินเดียนา เคนทักกี เซาท์แคโรไลนา เวอร์จิเนีย และเวอร์มอนต์ จะเป็นกลุ่มรัฐที่เริ่มมีการนับคะแนนก่อน ในวันอังคารที่ 3 พ.ย. เวลา 19.00 น. ตามเวลาสหรัฐ หรือตรงกับเช้าวันพุธที่ 4 พ.ย. เวลา 07.00 น. ตามเวลาไทย ซึ่งจะทำให้หลายฝ่ายสามารถเริ่มประเมินแนวโน้มผลการเลือกตั้ง
การเลือกตั้งกลางเทอมครั้งนี้จะเป็นตัวตัดสินว่าพรรคเดโมแครตจะสามารถชิงเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรคืนจากพรรครีพับลิกันของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้หรือไม่ ขณะที่ผลสำรวจบ่งชี้ว่า พรรคเดโมแครตมีแนวโน้มที่จะชนะในสภาผู้แทนราษฎร ขณะที่ผลลัพธ์ในวุฒิสภายังคงไม่ชัดเจน ทั้งนี้ พรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมากทั้งสองสภาในช่วงสองปีแรกของวาระการดำรงตำแหน่งของทรัมป์
นักลงทุนจับตาตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ในวันศุกร์นี้ (6 พ.ย.) โดยนักวิเคราะห์ระบุว่า ตัวเลขจ้างงานจะเพิ่มขึ้น 63,000 ตำแหน่งในเดือนต.ค. หลังจากเพิ่มขึ้นเพียง 29,000 ตำแหน่งในเดือนก.ย. และคาดว่าอัตราว่างงานเดือนต.ค.จะทรงตัวที่ระดับ 4.2%
ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการเปิดเผยล่าสุด สถาบันจัดการด้านอุปทานของสหรัฐฯ (ISM) ระบุว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 55.5 ในเดือนต.ค. จากระดับ 54.5 ในเดือนก.ย. และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 54.5
ดัชนียังคงปรับตัวสูงกว่าระดับ 50 ซึ่งบ่งชี้ว่าภาคการผลิตของสหรัฐฯ ยังคงขยายตัว และการขยายตัวเดือนที่ 9 ติดต่อกัน โดยได้แรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของคำสั่งซื้อใหม่และการจ้างงาน







