thansettakij
thansettakij
ดาวโจนส์ปิดตลาดร่วง 572 จุด Nasdaq ดิ่ง 2.86% หุ้นเทคฯ ถูกเทขายหนักผวาวิกฤตลงทุน AI

ดาวโจนส์ปิดตลาดร่วง 572 จุด Nasdaq ดิ่ง 2.86% หุ้นเทคฯ ถูกเทขายหนักผวาวิกฤตลงทุน AI

31 ต.ค. 69 | 00:51 น.
อัปเดตล่าสุด :31 ต.ค. 69 | 00:52 น.

วอลล์สตรีททรุดหนัก ดาวโจนส์ปิดตลาดร่วง 572 จุด Nasdaq ดิ่ง 2.86% เซ่น Intel-Amazon ฉุดหุ้นเทคโนโลยีผวาทุ่มลงทุน AI ไม่คุ้มทุน หลังงบยักษ์ใหญ่ผิดหวัง

KEY

POINTS

  • ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดร่วงหนัก โดยดัชนีดาวโจนส์ลดลง 572 จุด และ Nasdaq ดิ่งลง 2.86% ซึ่งเป็นการร่วงลงรายวันที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายเดือน
  • สาเหตุหลักเกิดจากแรงเทขายอย่างหนักในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี โดยเฉพาะกลุ่มผู้ผลิตชิปและเซมิคอนดักเตอร์ หลังผลประกอบการของ Intel และ Amazon ออกมาน่าผิดหวัง
  • นักลงทุนเกิดความกังวลเกี่ยวกับอนาคตและผลตอบแทนจากการลงทุนมูลค่ามหาศาลในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงอย่างหนักในวันศุกร์ (30 ต.ค.) และดัชนี Nasdaq ร่วงลงวันเดียวคิดเป็นเปอร์เซ็นต์รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 5 มิ.ย. 

หลังผลประกอบการรายไตรมาสของ Intel และ Amazon ออกมาน่าผิดหวัง ส่งผลให้มีความกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับการใช้จ่ายมหาศาลของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ (AI) ในเทคโนโลยีที่ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น

  • ดัชนีดาวโจนส์ ปิดที่ 51,770.31 จุด ลดลง 572.25 จุด หรือ -1.09%
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,580.07 จุด ลดลง 140.32 จุด หรือ -1.82%
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 25,437.00 จุด ลดลง 747.73 จุด หรือ -2.86%

ดัชนี Nasdaq ลดลงแล้ว 7.8% จากระดับปิดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ทำไว้เมื่อวันที่ 6 ต.ค.

ดัชนีหลักทั้ง 3 ของสหรัฐฯลดตลอดสัปดาห์

ดัชนีหุ้นหลักทั้ง 3 ของสหรัฐฯ ปิดตลาดลดลงตลอดทั้งสัปดาห์ โดยดัชนี S&P 500 และ Nasdaq ปิดเดือนต.ค.ในแดนลบ ขณะที่ดัชนีดาวโจนส์ยังคงปรับตัวขึ้นได้ในเดือนต.ค.

แรงเทขายหุ้นเทคโนโลยีเริ่มต้นขึ้นหลัง Intel และ Amazon เปิดเผยผลประกอบการรายไตรมาสในวันพฤหัสบดี ซึ่งสร้างความผิดหวังให้กับนักลงทุน แม้หุ้น Amazon ลดช่วงติดลบลงระหว่างการซื้อขาย แต่หุ้น Intel กลับร่วงลงถึง 28.6%

หุ้นกลุ่มชิปร่วงลงอย่างหนัก โดยหุ้น Nvidia ร่วงลง 4.2% และหุ้น AMD ดิ่งลง 10.9% ขณะที่ดัชนีหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์โดยรวมลดลง 7.2% ส่งผลให้การร่วงลงในเดือนนี้มากกว่า 15% ส่วนหุ้นผู้ผลิตเซิร์ฟเวอร์อย่าง Dell และ HP ร่วงลง 10.8% และ 9.6% 

ดาวโจนส์ปิดตลาดร่วง 572 จุด Nasdaq ดิ่ง 2.86% หุ้นเทคฯ ถูกเทขายหนักผวาวิกฤตลงทุน AI

 

นักวิเคราะห์รายหนึ่งกล่าวว่า สัปดาห์นี้ไม่ใช่แค่การซื้อขายในวันศุกร์เท่านั้นที่ได้รับอิทธิพลจากประเด็นอนาคตของ AI แต่ยังรวมถึงคำถามว่าเทคโนโลยีดังกล่าวจะมีทิศทางอย่างไร บริษัทต่าง ๆ จะได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนในเชิงบวกหรือไม่ และหากได้รับ จะต้องใช้เวลานานแค่ไหน

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในดัชนี S&P500 ปรับตัวลงรายเดือนคิดเป็นเปอร์เซ็นต์รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค. 2568 ขณะที่หุ้นกลุ่มบริการสื่อสารปรับตัวลงรายเดือนมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย. 2565

ฤดูประกาศผลประกอบการไตรมาส 3 ผ่านพ้นช่วงครึ่งทางไปแล้ว โดยมีบริษัท 299 แห่งในดัชนี S&P500 รายงานผลประกอบการ ซึ่งในจำนวนนี้ 82% มีกำไรสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ตามข้อมูลของ LSEG

นักวิเคราะห์คาดการณ์ในขณะนี้ว่า กำไรของบริษัทในดัชนี S&P500 จะเติบโต 31.6% ในไตรมาส 3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามข้อมูลของ LSEG

 

บ.น้ำมันรายใหญ่กำไรสูงกว่าที่คาด

ด้านบริษัทน้ำมันรายใหญ่อย่าง Exxon Mobil และ Chevron ต่างรายงานกำไรรายไตรมาสสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ โดยได้รับประโยชน์จากอัตรากำไรที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ท่ามกลางภาวะชะงักงันของอุปทานพลังงานจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่าน และสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน ส่งผลให้หุ้น Exxon Mobil ปรับตัวขึ้น 2.2% และหุ้น Chevron เพิ่มขึ้น 2.8%

หุ้น Starbucks ลดลง 1.8% หลังเครือร้านกาแฟรายนี้คาดการณ์ว่า รายได้ตลอดทั้งปีจะลดลง เนื่องจากการขายกิจการในจีนออกไป 

หุ้นบริษัทที่เกี่ยวข้องกับคริปโทเคอร์เรนซี ได้แก่ Coinbase, Strategy และ Robinhood ปรับตัวลงในช่วง 7.2-10.6% หลังมีรายงานว่าแฮกเกอร์ขโมยสินทรัพย์มูลค่า 6.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐจาก Binance ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซีรายใหญ่ที่สุดของโลก