
ดาวโจนส์ปิดตลาดบวก 15 จุด Nasdaq พุ่ง 308 จุด รับแรงซื้อหุ้น AI หุ้นชิปฟื้นตัวแรง
ดัชนีดาวโจนส์ปิดตลาดบวก 15 จุด Nasdaq พุ่ง 308 จุด รับแรงซื้อหุ้น AI หุ้นชิปฟื้นตัวแรง ตลาดหุ้นสหรัฐฯ จับตางบ Microsoft-Alphabet-Amazon
KEY
POINTS
- ดัชนี Nasdaq ปิดพุ่งขึ้นกว่า 300 จุด ขณะที่ดัชนีดาวโจนส์ปิดบวกเล็กน้อย โดยได้แรงหนุนจากแรงซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี
- หุ้นกลุ่มปัญญาประดิษฐ์ (AI) และกลุ่มผู้ผลิตชิปปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง หลังจากบริษัท Anthropic ผู้พัฒนา Claude AI ยื่นเอกสารเพื่อเสนอขายหุ้น IPO
- ปัจจัยบวกดังกล่าวกระตุ้นให้ดัชนีหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ (SOX) พุ่งขึ้น 3.6% และหนุนหุ้นอย่าง AMD และ Broadcom ให้ปรับตัวสูงขึ้น
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันอังคาร (27 ต.ค.) ขณะที่ดัชนี Nasdaq พุ่งขึ้นกว่า 300 จุด โดยตลาดได้ปัจจัยหนุนจากแรงซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ (AI) และราคาน้ำมันที่ชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่นักลงทุนจับตาผลประกอบการไตรมาส 3 ของบริษัทจดทะเบียน และผลการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด (FED)
- ดัชนีดาวโจนส์ ปิดที่ 52,377.57 จุด เพิ่มขึ้น 15.99 จุด หรือ +0.03%
- ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,722.60 จุด เพิ่มขึ้น 45.83 จุด หรือ +0.60%
- ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,477.81 จุด เพิ่มขึ้น 308.43 จุด หรือ +1.18%
หุ้น 6 ใน 11 กลุ่มในดัชนี S&P500 ปิดในแดนบวก นำโดยหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีพุ่งขึ้น 1.5% ตามด้วยหุ้นกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยพุ่งขึ้น 1.36% ส่วนหุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวลงมากที่สุด โดยร่วงลง 2.2% ตามด้วยหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ลดลง 0.9%
ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลงอย่างต่อเนื่องและช่วยให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ โดยราคาน้ำมัน WTI ลดลง 1.83% ปิดที่ระดับ 99.90 ดอลลาร์/บาร์เรล และราคาน้ำมันเบรนท์ ลดลง 1.67% ปิดที่ระดับ 113.88 ดอลลาร์/บาร์เรล
นักลงทุนรุกซื้อหุ้น AI
นักลงทุนรุกซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี AI และกลุ่มชิปอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางมุมมองบวกที่มีต่อหุ้น AI หลังจากบริษัท Anthropic ผู้พัฒนา Claude AI ได้ยื่นเอกสารเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) อย่างเป็นทางการในวันจันทร์ (26 ต.ค.) โดยระบุถึงแผนการนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาด Nasdaq ภายใต้สัญลักษณ์ ANT และคาดว่าจะเริ่มซื้อขายในช่วงกลางเดือนพ.ย.
ทั้งนี้ หุ้น Micron Technology พุ่งขึ้นเกือบ 3% ขณะที่หุ้น Advanced Micro Devices (AMD) พุ่งขึ้น 5% ส่วนหุ้น Broadcom พุ่งขึ้น 4% หลังจากกลุ่มพันธมิตรธนาคาร ซึ่งได้แก่ Bank of America, Citigroup และ Morgan Stanley ร่วมกับบริษัท Blackstone ประกาศจัดหาเงินทุนมูลค่า 6.3 หมื่นล้านดอลลาร์สำหรับการจัดซื้อเทคโนโลยีของ Broadcom ให้แก่ Anthropic
ข่าวการยื่นทำ IPO ของ Anthropic เป็นปัจจัยหนุนดัชนี Philadelphia SE Semiconductor (SOX) พุ่งขึ้น 3.6% ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นต่อเนื่องจากวันจันทร์ โดยดัชนีหุ้นกลุ่มดังกล่าวฟื้นตัว หลังจากที่ร่วงลงอย่างหนักก่อนหน้านี้ อันเนื่องมาจากความไม่มั่นใจว่าบริษัทเทคโนโลยี โดยเฉพาะบริษัทที่มีภาระหนี้สินท่ามกลางต้นทุนการกู้ยืมที่สูงขึ้นนั้น จะได้รับผลแทนที่คุ้มค่าจากการลงทุนจำนวนมากใน AI หรือไม่
หุ้น United Parcel Service (UPS) ซึ่งเป็นบริษัทจัดส่งพัสดุ พุ่งขึ้น 5.8% และหุ้น Royal Caribbean ผู้ให้บริการเรือสำราญ พุ่งขึ้น 5.4% หลังจากทั้งสองบริษัทปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรตลอดปีงบการเงิน 2569
หุ้น Meta ปรับตัวลง 1.6% ซึ่งเป็นการลดลงติดต่อกันวันที่สอง หลังจากบริษัทโซเชียลมีเดียรายนี้ประกาศเพิ่มการระดมทุนด้วยการออกหุ้นเพิ่มทุนเป็น 9.75 หมื่นล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นมูลค่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยมีเป้าหมายเพื่อนำไปใช้ในการขยายดาต้าเซ็นเตอร์, กำลังการประมวลผลคลาวด์ และโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับ AI
หุ้น Boeing ร่วงลง 10.7% หลังจากบริษัทรายงานตัวเลขขาดทุนในไตรมาส 3 มากกว่าที่คาดการณ์ไว้ ขณะที่หุ้น Sherwin-Williams ซึ่งเป็นผู้ผลิตสีรายใหญ่ ร่วงลง 2.7% หลังบริษัทเปิดเผยกำไรรายไตรมาสที่ต่ำกว่าคาด และเป็นปัจจัยสกัดแรงบวกของดัชนีดาวโจนส์
นักลงทุนจับตาผลประกอบการของบริษัท Microsoft และ Alphabet ซึ่งมีกำหนดรายงานในวันพุธ (28 ต.ค.) ขณะที่ Amazon.com มีกำหนดรายงานผลประกอบการในวันพฤหัสบดี (29 ต.ค.)
จับตานโยบายการเงินเฟด
อีกทั้งนักลงทุนยังจับตาผลการประชุมนโยบาการเงินของเฟดซึ่งจะมีการแถลงในวันพุธ ขณะที่เครื่องมือ FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนคาดการณ์ว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 3.75-4.00% ในการประชุมครั้งนี้ แต่คาดว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 4.00-4.25% ในการประชุมเดือนธ.ค.
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการเปิดเผยล่าสุด กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ ระบุว่า ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทน เช่น เครื่องบิน รถยนต์ และเครื่องจักรขนาดใหญ่ที่มีอายุการใช้งานตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป เพิ่มขึ้น 1.8% ในเดือนก.ย. แต่ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 2.0% หลังจากเพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือนส.ค.
ยอดขายบ้านใหม่ลดลง 0.6% สู่ระดับ 676,000 ยูนิตในเดือนก.ย. แต่สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 651,000 ยูนิต จากระดับ 680,000 ยูนิตในเดือนส.ค.
Conference Board ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยเศรษฐกิจ เปิดเผยผลสำรวจระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐฯ ดีดตัวขึ้น 7.5 จุด สู่ระดับ 91.7 ในเดือนต.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิ.ย. และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 81.2 จากระดับ 84.2 ในเดือนก.ย.







