
คปภ.เปิดวิธีเคลมประกันน้ำท่วม รถจมน้ำห้ามสตาร์ท-แจ้งบริษัทก่อน
คปภ.เปิดแนวทางเคลมประกันภัยช่วงน้ำท่วม ย้ำ “ความปลอดภัยต้องมาก่อน” ไม่ควรเสี่ยงเข้าพื้นที่เพื่อเก็บหลักฐาน หากเข้าไม่ได้ให้แจ้งบริษัทประกันภัยไว้ก่อน พร้อมเปิดศูนย์รวมช่องทางเคลมทุกบริษัทผ่านเว็บไซต์ คปภ. และ LINE @OICCONNECT
KEY
POINTS
- รถยนต์ที่ถูกน้ำท่วมห้ามสตาร์ทเด็ดขาดเพราะอาจสร้างความเสียหายเพิ่ม และควรแจ้งบริษัทประกันภัยทันทีพร้อมถ่ายรูปหรือวิดีโอไว้เป็นหลักฐานเมื่อสถานการณ์ปลอดภัย
- ผู้เอาประกันควรตรวจสอบความคุ้มครองน้ำท่วมในกรมธรรม์ โดย คปภ. ได้กำหนดแนวทางการประเมินความเสียหายรถยนต์สันดาปเป็น 5 ระดับเพื่อพิจารณาค่าสินไหมทดแทน
- คปภ. ได้สั่งการให้บริษัทประกันเร่งดำเนินการช่วยเหลือและจ่ายค่าสินไหม พร้อมจัดตั้งศูนย์รวมช่องทางการเคลมและสายด่วน 1186 เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ประสบภัย
นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยถึงแนวทางการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนสำหรับประชาชนและผู้เอาประกันภัยที่ได้รับความเสียหายจากสถานการณ์น้ำท่วมว่า สิ่งแรกที่ต้องให้ความสำคัญคือ ความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สิน โดยไม่ควรเสี่ยงเข้าไปในพื้นที่น้ำท่วมหรือพื้นที่ที่ยังไม่ปลอดภัยเพียงเพื่อถ่ายภาพหรือเก็บหลักฐาน
เมื่อสถานการณ์ปลอดภัยและเอื้ออำนวย ให้ผู้เอาประกันภัยตรวจสอบความคุ้มครองตามกรมธรรม์ แจ้งเหตุไปยังบริษัทประกันภัย และเก็บหลักฐานความเสียหายเท่าที่สามารถดำเนินการได้ ขณะที่สำนักงาน คปภ. ได้ประสานบริษัทประกันภัยให้เตรียมบุคลากร ผู้สำรวจภัย ช่องทางรับแจ้งเหตุ เครือข่ายอู่ซ่อม รวมถึงรถยกและรถลากให้เพียงพอ เพื่อรองรับการแจ้งเคลมที่อาจมีจำนวนมากในช่วงหลังน้ำลด
รถน้ำท่วมอย่าเพิ่งสตาร์ท ตรวจกรมธรรม์ก่อนเคลม
สำหรับรถยนต์ที่ถูกน้ำท่วม ผู้เอาประกันภัยควรตรวจสอบก่อนว่ากรมธรรม์มีความคุ้มครองความเสียหายจากน้ำท่วมหรือไม่ โดยประกันภัยรถยนต์ประเภท 1 ให้ความคุ้มครองความเสียหายจากน้ำท่วม ส่วนประกันภัยรถยนต์ประเภท 2+ และ 3+ ต้องตรวจสอบว่ามีการซื้อความคุ้มครองกรณีน้ำท่วมเพิ่มเติมไว้หรือไม่
สิ่งสำคัญคือ หากรถถูกน้ำท่วมอย่าเพิ่งสตาร์ทรถ เพราะอาจทำให้เครื่องยนต์ ระบบไฟฟ้า หรืออุปกรณ์ภายในรถได้รับความเสียหายเพิ่มขึ้น เมื่อสามารถเข้าถึงรถได้อย่างปลอดภัย ควรถ่ายภาพหรือวิดีโอสภาพรถทั้งภายนอกและภายใน รวมถึงระดับน้ำหรือรอยคราบน้ำ จากนั้นแจ้งบริษัทประกันภัยโดยเร็ว พร้อมข้อมูลกรมธรรม์ ทะเบียนรถ สถานที่เกิดเหตุ และลักษณะความเสียหาย เพื่อให้บริษัทนัดหมายเข้าสำรวจและประเมินความเสียหาย
”
หากขณะเกิดเหตุไม่สามารถถ่ายภาพไว้ได้ หรือจำเป็นต้องอพยพออกจากพื้นที่ก่อน ไม่ควรเสี่ยงกลับเข้าไปเพียงเพื่อเก็บหลักฐาน แต่ควรแจ้งบริษัทประกันภัยไว้ก่อน และเมื่อสถานการณ์ปลอดภัยจึงรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติม เนื่องจากการพิจารณาค่าสินไหมทดแทนจะพิจารณาจากข้อเท็จจริง ความเสียหาย และเงื่อนไขความคุ้มครองตามกรมธรรม์
ดังนั้น หลักที่ประชาชนควรจำง่าย ๆ คือ “ความปลอดภัยมาก่อน – แจ้งบริษัทไว้ก่อน – เก็บหลักฐานเท่าที่ทำได้
คปภ.แบ่งความเสียหายรถสันดาป 5 ระดับ
สำหรับการประเมินความเสียหายรถยนต์เครื่องยนต์สันดาป สำนักงาน คปภ. มีแนวทางพิจารณาตามระดับน้ำที่เข้าถึงตัวรถ 5 ระดับ ได้แก่
- ระดับ A น้ำท่วมถึงพรมพื้นรถยนต์ ค่าซ่อมประมาณ 8,000–10,000 บาท
- ระดับ B น้ำท่วมถึงเบาะ ค่าซ่อมประมาณ 15,000–20,000 บาท
- ระดับ C น้ำท่วมถึงบริเวณด้านล่างของคอนโซล ค่าซ่อมประมาณ 25,000–30,000 บาท
- ระดับ D น้ำท่วมถึงบริเวณด้านบนของคอนโซล ค่าซ่อมประมาณ 30,000 บาทขึ้นไป
- ระดับ E รถจมน้ำทั้งคัน ให้พิจารณาเป็นความเสียหายสิ้นเชิง (Total Loss)
ทั้งนี้ การจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้เป็นไปตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ประกันภัย ขณะที่รถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV จะต้องพิจารณาความเสียหายของแบตเตอรี่ร่วมกับความเสียหายของตัวรถ รวมถึงข้อกำหนดของผู้ผลิตรถยนต์แต่ละยี่ห้อและแต่ละรุ่นประกอบด้วย
บ้าน-อาคารน้ำท่วม เก็บหลักฐานเท่าที่ปลอดภัย
สำหรับบ้าน ที่อยู่อาศัย อาคาร หรือทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม ให้ตรวจสอบกรมธรรม์ว่ามีความคุ้มครองภัยธรรมชาติหรือภัยน้ำท่วมหรือไม่ รวมถึงมีวงเงินความคุ้มครองเท่าใด
เมื่อสถานการณ์ปลอดภัย ควรถ่ายภาพหรือวิดีโอทั้งภาพกว้างและรายละเอียดของพื้นที่ที่ได้รับความเสียหาย รวมถึงทรัพย์สินที่เสียหายเป็นรายชิ้น เช่น โครงสร้าง พื้น ผนัง เฟอร์นิเจอร์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า ตลอดจนระดับน้ำหรือรอยคราบน้ำ พร้อมจัดทำรายการทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหาย ก่อนแจ้งบริษัทประกันภัยเพื่อให้ผู้สำรวจภัยเข้าตรวจสอบและประเมินความเสียหาย
สำนักงาน คปภ. ได้กำชับบริษัทประกันภัยให้เร่งส่งผู้สำรวจภัยเข้าพื้นที่เพื่อตรวจสอบรถยนต์ บ้านเรือน และทรัพย์สิน ส่วนพื้นที่ที่ยังไม่สามารถเข้าถึงได้ ให้ติดตามสถานการณ์และเข้าดำเนินการทันทีเมื่อสถานการณ์เอื้ออำนวย
เร่งจ่ายค่าสินไหม หากพิสูจน์ความเสียหายชัดเจน
นายชูฉัตรกล่าวว่า เมื่อบริษัทประกันภัยสามารถสำรวจและประเมินความเสียหายได้แล้ว สำนักงาน คปภ. ได้กำชับให้บริษัทพิจารณาความคุ้มครองและค่าสินไหมทดแทนโดยเร็ว โดยเฉพาะกรณีความเสียหายรุนแรงและรถยนต์ที่อาจเข้าข่าย Total Loss ให้ดำเนินการอย่างรวดเร็ว เป็นธรรม และเป็นไปตามเงื่อนไขกรมธรรม์
กรณีที่สามารถพิสูจน์ความเสียหายได้อย่างชัดเจน บริษัทพร้อมจ่ายค่าสินไหมทดแทนภายใน 7 วัน ส่วนกรณี Total Loss ให้ดำเนินการรวบรวมเอกสารไปพร้อมกับการประเมินความเสียหาย และหากเป็นรถยนต์ที่ยังอยู่ระหว่างการผ่อนเช่าซื้อ สำนักงาน คปภ. จะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อช่วยจัดส่งเอกสาร ลดขั้นตอนและระยะเวลาในการชดใช้ค่าสินไหมทดแทน
เช็กช่องทางเคลมทุกบริษัทผ่านเว็บไซต์ คปภ.-LINE @OICCONNECT
เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถติดต่อบริษัทประกันภัยเพื่อแจ้งเคลมได้รวดเร็ว สำนักงาน คปภ. ได้จัดทำ “ศูนย์รวมช่องทางเคลมประกันภัยทุกบริษัท” เพื่อรวบรวมช่องทางติดต่อบริษัทประกันภัยไว้ในที่เดียว
ประชาชนสามารถตรวจสอบช่องทางดังกล่าวผ่านเว็บไซต์สำนักงาน คปภ. และ LINE Official Account @OICCONNECT “คปภ. รอบรู้” ซึ่งผู้เอาประกันภัยยังสามารถใช้ตรวจสอบข้อมูลกรมธรรม์ของตนเอง รวมถึงสอบถามและขอคำปรึกษาด้านการประกันภัยได้ตลอด 24 ชั่วโมง
นายชูฉัตรกล่าวว่า ช่วงหลังน้ำลดจะเป็นช่วงสำคัญของการสำรวจและประเมินความเสียหาย จึงขอให้ผู้เอาประกันภัยอย่าเพิ่งกังวลหากยังมีเอกสารไม่ครบ หรือขณะเกิดเหตุไม่สามารถเก็บหลักฐานได้ทั้งหมด ให้แจ้งบริษัทประกันภัยไว้ก่อน และเมื่อสถานการณ์ปลอดภัยจึงรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติม โดยสิ่งสำคัญที่สุดคือไม่ควรนำชีวิตไปเสี่ยงเพื่อเก็บหลักฐานการเคลม
ส่วนบริษัทประกันภัยขอให้เตรียมความพร้อมในการรับแจ้งเหตุ ลงพื้นที่สำรวจ และพิจารณาค่าสินไหมทดแทนอย่างเต็มที่ เพื่อให้ผู้ได้รับผลกระทบสามารถเข้าสู่กระบวนการเคลมและได้รับการดูแลตามสิทธิและเงื่อนไขของกรมธรรม์โดยเร็ว
สายด่วน คปภ. 1186 เปิด 24 ชั่วโมง
หากประชาชนมีข้อสงสัยเกี่ยวกับความคุ้มครอง ไม่สามารถติดต่อบริษัทประกันภัย หรือพบปัญหาในการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน สามารถติดต่อ สายด่วน คปภ. 1186 ซึ่งเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ถึงวันที่ 5 ตุลาคม 2569 เพื่อสอบถามข้อมูล ขอคำแนะนำ แจ้งปัญหา หรือขอความช่วยเหลือในช่วงสถานการณ์น้ำท่วม
นอกจากนี้ ยังสามารถใช้ช่องทางออนไลน์และระบบ PPMS ของสำนักงาน คปภ. สำหรับยื่นเรื่องร้องเรียน เพื่อลดภาระในการเดินทางของประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยสามารถสอบถามข้อมูลด้านการประกันภัยผ่านเว็บไซต์สำนักงาน คปภ. LINE Official Account @OICCONNECT และสายด่วน 1186







