thansettakij
thansettakij
คปภ.ถกด่วนบริษัทประกันภัยรับมือน้ำท่วม เร่งสำรวจความเสียหาย–จ่ายเคลมไม่เกิน 7 วัน

คปภ.สั่งบริษัทประกันภัยเร่งสำรวจความเสียหายน้ำท่วม จ่ายเคลมไม่เกิน 7 วัน

28 ก.ย. 69 | 07:05 น.
อัปเดตล่าสุด :28 ก.ย. 69 | 07:13 น.

คปภ. เรียกธุรกิจประกันภัยรับมือน้ำท่วม เร่งสำรวจความเสียหาย จ่ายเคลมไม่เกิน 7 วัน พร้อมมาตรการเยียวยา บ้าน ร้านค้า รถยนต์ และ EV

KEY

POINTS

  • คปภ. ประชุมด่วนกับบริษัทประกันภัย กำชับให้เร่งสำรวจความเสียหายจากอุทกภัยและเตรียมบุคลากรให้พร้อมรับมือ
  • สั่งการให้เร่งรัดการจ่ายค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เอาประกันภัยภายใน 7 วัน ในกรณีที่พิสูจน์ความเสียหายได้ชัดเจน
  • ออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประสบภัย เช่น การผ่อนผันชำระเบี้ยประกัน และการจ่ายเคลมเบื้องต้นสำหรับที่อยู่อาศัยและร้านค้า
  • ให้แยกเกณฑ์ประเมินความเสียหายระหว่างรถยนต์สันดาปและรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เพื่อความรวดเร็วในการพิจารณา

คปภ.เรียกสมาคมประกันวินาศภัยไทยและบริษัทประกันภัยทั่วประเทศประชุมด่วน เมื่อ 28 ก.ย. 2569 กำชับเร่งสำรวจความเสียหายจากอุทกภัย เตรียมบุคลากร ผู้สำรวจภัย รถยก และเครือข่ายอู่ซ่อมรถให้เพียงพอ พร้อมเร่งจ่ายค่าสินไหมทดแทนกรณีพิสูจน์ความเสียหายชัดเจนภายในไม่เกิน 7 วัน ขณะที่ออกมาตรการผ่อนผันเบี้ยประกันและจ่ายเคลมเบื้องต้นสำหรับบ้าน ร้านค้า และไมโครอินชัวรันส์

คปภ. เร่งเครื่องบริษัทประกันภัย รับมือน้ำท่วมทั่วประเทศ

วันที่ 28 กันยายน สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ได้ติดตามและเตรียมความพร้อมรับมือน้ำท่วมของภาคธุรกิจประกันภัย ร่วมกับสมาคมประกันวินาศภัยไทยและภาคธุรกิจประกันภัย ผ่านระบบออนไลน์ เพื่อประเมินความเสียหายและกำหนดแนวทางช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยที่ไได้ด้รับผลกระทบจากน้ำท่วมในหลายพื้นที่ของประเทศ

นายอดิศร พิพัฒน์วรพงศ์ รองเลขาธิการด้านกฎหมายและตรวจสอบ คปภ.ประชุมออนไลน์รับมือน้ำท่วม

นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ คปภ.ได้มอบหมายให้นายอดิศร พิพัฒน์วรพงศ์ รองเลขาธิการด้านกฎหมายและตรวจสอบ เป็นประธานการประชุม เพื่อเตรียมความพร้อมทั้งด้านบุคลากร ผู้สำรวจภัย ช่องทางรับแจ้งเหตุ เครือข่ายอู่ซ่อมรถ รวมถึงระบบสำรวจและประเมินความเสียหาย ตลอดจนการพิจารณาและจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้สามารถรองรับจำนวนผู้ได้รับผลกระทบได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ใช้ฐานข้อมูลกลางประกันภัย ประเมินพื้นที่เสียหาย–เร่งส่งทีมลงพื้นที่

นายอดิศรกล่าวว่า คปภ.ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมหารือปัญหาและอุปสรรคของบริษัทประกันภัย โดยนำข้อมูลกรมธรรม์ในพื้นที่ประสบอุทกภัยผ่านระบบฐานข้อมูลกลางประกันภัย หรือ Insurance Bureau System (IBS) มาใช้ประเมินขอบเขตความเสียหายและจำนวนผู้เอาประกันภัยที่อาจได้รับผลกระทบ

ขณะเดียวกัน ยังเตรียมรถยกและรถลากเพื่อช่วยเคลื่อนย้ายรถยนต์ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม รวมถึงประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดเตรียมพื้นที่รองรับรถยนต์ที่เคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่ประสบภัย

จับมือรัฐเชื่อมข้อมูลระดับน้ำ วางแผนเข้าพื้นที่อย่างปลอดภัย

ด้านบริษัทประกันภัยส่วนใหญ่เริ่มดำเนินการเชิงรุก โดยจัดทีมติดต่อผู้เอาประกันภัยในพื้นที่ผ่านโทรศัพท์ LINE และช่องทางออนไลน์ เพื่อคัดแยกผู้ได้รับผลกระทบและนัดหมายสำรวจความเสียหายล่วงหน้า โดยเฉพาะพื้นที่ที่ระดับน้ำยังสูงและยังไม่สามารถเข้าพื้นที่ได้ เมื่อสถานการณ์เอื้ออำนวยจะสามารถส่งทีมเข้าดำเนินการได้ทันที

หนึ่งในข้อจำกัดสำคัญของการสำรวจความเสียหาย คือข้อมูลระดับน้ำและการเข้าถึงพื้นที่ที่ต้องเป็นปัจจุบัน เนื่องจากบางพื้นที่ยังไม่สามารถส่งผู้สำรวจภัยเข้าไปได้ ภาคธุรกิจจึงเสนอให้ คปภ. ประสานหน่วยงานภาครัฐเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลระดับน้ำและสถานการณ์การเข้าถึงพื้นที่ ก่อนส่งต่อให้สมาคมประกันวินาศภัยไทยกระจายไปยังบริษัทสมาชิก เพื่อใช้วางแผนจัดส่งทีมสำรวจและทีมช่วยเหลือ

คปภ. กำชับเคลมเร็ว กรณีพิสูจน์ชัดจ่ายภายใน 7 วัน

ประเด็นสำคัญที่ คปภ. เน้นย้ำ คือการเร่งพิจารณาและจ่ายค่าสินไหมทดแทน เพื่อให้ผู้เอาประกันภัยได้รับความช่วยเหลือโดยเร็ว โดยบริษัทประกันภัยรายงานว่า กรณีที่สามารถตรวจสอบและพิสูจน์ความเสียหายได้อย่างชัดเจน มีความพร้อมจ่ายค่าสินไหมทดแทนภายในระยะเวลา ไม่เกิน 7 วัน รวมถึงกรณีความเสียหายในกรุงเทพมหานคร

สำหรับรถยนต์ที่เสียหายรุนแรงจนเข้าข่าย Total Loss บริษัทจะเร่งจัดเตรียมเอกสารและประเมินความเสียหายควบคู่กัน เพื่อให้สามารถยืนยันความเสียหายและดำเนินการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนได้รวดเร็วตามเงื่อนไขกรมธรรม์

กรณีรถยนต์ที่อยู่ระหว่างการเช่าซื้อหรือมีภาระกับสถาบันการเงิน ซึ่งอาจมีข้อจำกัดด้านเอกสาร คปภ. จะประสานความร่วมมือกับสมาคมธนาคารไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่ออำนวยความสะดวกในการจัดเตรียมและส่งต่อเอกสาร ลดขั้นตอนและระยะเวลาในการจ่ายค่าสินไหมทดแทน

รถสันดาป-รถ EV แยกเกณฑ์ประเมินความเสียหาย

สำหรับรถยนต์ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ที่ประชุมหารือให้แยกแนวทางประเมินความเสียหายระหว่างรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปและรถยนต์ไฟฟ้า โดยรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปจะใช้แนวทางประเมินความเสียหาย 5 ระดับ ตั้งแต่ A–E ของ คปภ. ประกอบการพิจารณา ขณะที่การจ่ายสินไหมจะขึ้นอยู่กับความเสียหายจริงและเงื่อนไขความคุ้มครองของกรมธรรม์

ส่วนรถ EV ต้องพิจารณาความเสียหายของแบตเตอรี่ควบคู่กับตัวรถ โดยเฉพาะกรณีแบตเตอรี่ถูกน้ำท่วม ต้องตรวจสอบว่าสามารถฟื้นฟูหรือซ่อมแซมให้กลับมาใช้งานได้อย่างปลอดภัยหรือไม่ หากไม่สามารถฟื้นฟูได้จึงนำข้อมูลมาประกอบการพิจารณาว่าเข้าข่าย Total Loss หรือไม่ รวมถึงต้องพิจารณาข้อกำหนดของผู้ผลิตรถยนต์แต่ละยี่ห้อและรุ่น

เปิดมาตรการเยียวยาเบี้ยประกัน–ช่วยผู้เอาประกันภัยหลังน้ำท่วม

คปภ. ยังออกมาตรการช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟูผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย

  • ด้านประกันชีวิต บริษัทประกันภัยอาจขยายระยะเวลาผ่อนผันการชำระเบี้ยออกไปอีก 60 วัน รวมถึงผ่อนผันมาตรการบางกรณีสำหรับกรมธรรม์ที่สิ้นผลจากการขาดชำระเบี้ย ตลอดจนการนำมูลค่าเวนคืนมาชำระเบี้ยโดยอัตโนมัติ เพื่อช่วยลดภาระในช่วงประสบภัย
  • ด้านประกันวินาศภัย กรณีประกันภัยรถยนต์ บริษัทอาจผ่อนผันการเก็บเบี้ยและรับเบี้ยประกันภัยได้ถึง 180 วันนับแต่วันที่สัญญามีผลใช้บังคับหรือเริ่มต้นความคุ้มครอง สำหรับรถยนต์ทุกประเภท ยกเว้นรถยนต์กลุ่มที่ 1 และกลุ่มที่ 2 ส่วนการประกันภัยประเภทอื่น บริษัทอาจขยายระยะเวลาการเก็บเบี้ยออกไปได้ 90 วันตามเงื่อนไขที่กำหนด

บ้าน ร้านค้า รับเคลมเบื้องต้นสูงสุด 30,000 บาท

สำหรับกรมธรรม์ประกันอัคคีภัยสำหรับที่อยู่อาศัยแบบประหยัดสำหรับรายย่อย หรือไมโครอินชัวรันส์ คปภ. ให้พิจารณาจ่ายค่าสินไหมทดแทนเบื้องต้นภายใต้ความคุ้มครองภัยธรรมชาติเต็มวงเงิน 10,000 บาท โดยผู้เอาประกันภัยสามารถใช้เอกสารยืนยันตัวตนและหลักฐานความเสียหาย เช่น ภาพถ่ายน้ำท่วมหรือรายการทรัพย์สินที่เสียหายประกอบการพิจารณา

ส่วนบ้านอยู่อาศัยที่มีกรมธรรม์ประกันอัคคีภัย ให้พิจารณาจ่ายค่าสินไหมทดแทนเบื้องต้นภายใต้ความคุ้มครองภัยธรรมชาติเต็มวงเงิน 20,000 บาท และหากซื้อความคุ้มครองภัยน้ำท่วมเพิ่มเติม ให้พิจารณาจ่ายเพิ่มอีก 10,000 บาท

หากความเสียหายสูงกว่าวงเงินเบื้องต้น ผู้เอาประกันภัยต้องส่งเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน

สำหรับร้านค้าที่ทำประกันอัคคีภัยหรือประกันภัยความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน (IAR) และซื้อความคุ้มครองภัยน้ำท่วมเพิ่มเติม ให้พิจารณาจ่ายค่าสินไหมทดแทนเบื้องต้น 30,000 บาท หากความเสียหายเกินวงเงินดังกล่าว สามารถส่งหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อประกอบการเรียกร้องค่าสินไหมตามจำนวนเงินความคุ้มครองในกรมธรรม์

คปภ. สั่งรายงานสถานการณ์ต่อเนื่อง พร้อมรับมือน้ำลด

นายอดิศรกล่าวต่อว่า คปภ. ยังให้บริษัทประกันภัยรวบรวมข้อมูลจำนวนการแจ้งเคลม ประเภทและมูลค่าความเสียหาย ความคืบหน้าการสำรวจ การจ่ายค่าสินไหม รวมถึงปัญหาและอุปสรรค เพื่อใช้ติดตามสถานการณ์และประเมินความคืบหน้าการช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยอย่างต่อเนื่อง

คปภ. ฝากภาคธุรกิจประกันภัยเตรียมความพร้อมสำหรับช่วงหลังระดับน้ำลด โดยเฉพาะพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายสูง ซึ่งประชาชนอาจยังไม่สามารถเคลื่อนย้ายรถยนต์และทรัพย์สินออกจากพื้นที่ได้ทัน

ดังนั้น จึงต้องเตรียมบุคลากร ผู้สำรวจภัย ช่องทางรับแจ้งเหตุ เครือข่ายอู่ซ่อมรถ และระบบประเมินความเสียหายให้เพียงพอ เพื่อให้สามารถเข้าดูแลผู้เอาประกันภัยได้ทันทีเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย

ผู้เอาประกันภัยที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับความคุ้มครอง การเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน หรือสิทธิประโยชน์ตามกรมธรรม์ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วน คปภ. 1186 หรือ LINE Official Account @OICCONN ตามข้อมูลที่ คปภ. ระบุในเอกสารดังกล่าว

คปภ.ประชุมออนไลน์ร่วมกับธุรกิจประกันภัย ติดตามและเตรียมความพร้อมรับมือน้ำท่วม