
YLG เปิดโผ 20 ประเทศถือทองคำสูงสุด พบจีนยังมีช่องว่าง หนุนทองขาขึ้นระยะยาว
YLG เปิดข้อมูล 20 ประเทศถือทองคำสูงสุด อุซเบกิสถานนำ 86–87% สหรัฐฯถือ 8,133 ตัน ไทยรั้งอันดับ 23 โลก เบอร์ 1 อาเซียน จับตาจีนเร่งสะสมทอง หนุนราคาทองคำระยะยาวยังเป็นขาขึ้น
KEY
POINTS
- YLG เผยข้อมูลประเทศที่ถือครองทองคำในสัดส่วนทุนสำรองสูงสุด โดยสหรัฐฯ และเยอรมนีมีสัดส่วนสูงถึงประมาณ 84%
- จีนซึ่งเป็นประเทศมหาอำนาจ มีสัดส่วนการถือครองทองคำในทุนสำรองเพียง 5% ซึ่งถือว่ายังอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับประเทศอื่น
- การที่จีนยังมีโอกาสสะสมทองคำเพิ่มได้อีกมาก ถูกมองว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่จะสนับสนุนให้ราคาทองคำเป็นขาขึ้นในระยะยาว
YLG เผย 20 ประเทศถือครองทองคำสัดส่วนสูงสุดในโลก อุซเบกิสถานนำ 86–87% สหรัฐฯ-เยอรมนีราว 84% ขณะที่ไทยถือ 10.5% รั้งอันดับ 23 ของโลกและเบอร์ 1 อาเซียน ชี้จีนถือทองคำต่อทุนสำรองเพียงราว 5% ยังมีโอกาสสะสมเพิ่ม หนุนราคาทองคำระยะยาวเป็นขาขึ้น
เปิดโผ 20 ประเทศถือทองคำสูงสุด “มหาอำนาจ” ครองสัดส่วนสูง
นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) เปิดเผยว่า YLG ยังคงมุมมองต่อแนวโน้มราคาทองคำในภาพใหญ่เป็นขาขึ้น แม้ระยะสั้นราคาจะมีความผันผวนและอาจปรับตัวลดลงจากแรงขายทำกำไร
หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนตลาดทองคำในระยะยาวคือแรงซื้อจากธนาคารกลางทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศขนาดใหญ่ที่เดินหน้าสะสมทองคำเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทุนสำรองระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง
สำหรับการถือครองทองคำ 20 อันดับแรกของโลก ซึ่งเผยแพร่โดยสภาทองคำโลกและรวบรวมจากข้อมูลของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ณ ไตรมาส 2/2569 พบว่า อุซเบกิสถานมีสัดส่วนทองคำต่อทุนสำรองระหว่างประเทศสูงที่สุดในโลกที่ประมาณ 86–87% มีทองคำสำรองราว 416 ตัน ตามด้วยสหรัฐอเมริกาที่มีสัดส่วนประมาณ 84% และเป็นประเทศที่ถือครองทองคำมากที่สุดในโลกที่ 8,133.5 ตัน
เยอรมนีมีสัดส่วนทองคำประมาณ 84% คิดเป็น 3,350.3 ตัน ขณะที่เลบานอนอยู่ที่ 82% หรือ 286.8 ตัน ฝรั่งเศส 81.8% หรือ 2,437 ตัน และอิตาลี 81.3% หรือ 2,451.8 ตัน ส่วนโปรตุเกสมีสัดส่วน 79.9% หรือ 382.7 ตัน คาซัคสถาน 77% หรือ 339.9 ตัน เนเธอร์แลนด์ 74.2% หรือ 612.5 ตัน และกรีซประมาณ 64–65% หรือ 115 ตัน
สำหรับอันดับ 11–20 ได้แก่ ไซปรัส 62.4% ตุรกี 53.4% รัสเซีย 47% สเปน 33.8% โปแลนด์ 30.1% คูราเซาและซินต์มาร์เติน 29.9% เบลารุส 28.4% ธนาคารกลางยุโรป 28.1% สโลวาเกีย 23.2% และสหราชอาณาจักร 22.5% ตามลำดับ
ไทยถือทอง 10.5% รั้งอันดับ 23 โลก เบอร์ 1 อาเซียน
สำหรับประเทศไทยมีทองคำสำรองประมาณ 234.5 ตัน คิดเป็น 10.5% ของทุนสำรองระหว่างประเทศ อยู่ในอันดับที่ 23 ของโลก และเป็นอันดับ 1 ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งประเทศในอาเซียนส่วนใหญ่มีสัดส่วนการถือครองทองคำอยู่ที่ประมาณ 5% ของทุนสำรองระหว่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาข้อมูลอย่างละเอียด จะเห็นว่า ประเทศที่อยู่ใน 10 อันดับแรกส่วนใหญ่เป็นประเทศมหาอำนาจที่มีการถือครองทองคำในระดับสูงมาเป็นเวลานาน รวมถึงประเทศผู้ผลิตทองคำอย่างอุซเบกิสถาน
ขณะที่กลุ่มอันดับ 11–20 เริ่มเห็นประเทศที่มีการเร่งสะสมทองคำเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะโปแลนด์ ซึ่งเริ่มสะสมทองคำมาตั้งแต่ปี 2561 และปัจจุบันมีทองคำคิดเป็นประมาณ 30% ของทุนสำรองระหว่างประเทศ
โปแลนด์ยังมีเป้าหมายที่จะเพิ่มปริมาณทองคำสำรองขึ้นไปที่ 700 ตัน สะท้อนถึงการให้น้ำหนักกับทองคำในฐานะสินทรัพย์สำรองระยะยาว โดยปัจจุบันมีทองคำสำรองประมาณ 582 ตัน
จับตา “จีน” สะสมทองต่อเนื่อง สัดส่วนยังต่ำเมื่อเทียบมหาอำนาจ
อีกประเทศที่ YLG มองว่า ยังมีโอกาสสะสมทองคำเพิ่มเติมคือจีน แม้ปัจจุบันจีนมีทองคำสำรองประมาณ 2,366 ตัน แต่เมื่อเทียบกับทุนสำรองระหว่างประเทศแล้ว สัดส่วนทองคำยังอยู่ในระดับประมาณ 5% ซึ่งต่ำกว่าประเทศมหาอำนาจหลายประเทศอย่างมีนัยสำคัญ
นางพวรรณ์ระบุว่า จีนยังมีช่องว่างในการเพิ่มสัดส่วนทองคำในทุนสำรองเมื่อเทียบกับประเทศมหาอำนาจอื่น จึงเป็นปัจจัยที่ทำให้จีนยังมีแนวโน้มเข้าซื้อทองคำอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วง 8 เดือนแรกของปี 2569 จีนนำเข้าทองคำสะสมแล้วมากกว่า 1,000 ตัน สูงกว่าปริมาณนำเข้าตลอดทั้งปี 2568
นอกจากนี้ ยังมีแรงซื้อจากธนาคารกลางประเทศอื่น โดยเฉพาะโปแลนด์ที่เดินหน้าสะสมทองคำต่อเนื่อง แม้สัดส่วนทองคำในทุนสำรองจะเพิ่มขึ้นมาอยู่ในระดับประมาณ 30% แล้วก็ตาม สะท้อนว่าทองคำยังได้รับความสำคัญในฐานะสินทรัพย์สำรองในระดับประเทศ
YLG ชี้ทองย่อตัวระยะสั้นจากแรงขายทำกำไร แต่ภาพใหญ่ยังขาขึ้น
อย่างไรก็ดี มองว่า การสะสมทองคำของธนาคารกลางเป็นเพียงหนึ่งในปัจจัยที่มีผลต่อราคาทองคำเท่านั้น โดยยังต้องติดตามทิศทางอัตราดอกเบี้ย ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และผลตอบแทนของสินทรัพย์ประเภทอื่น ซึ่งอาจทำให้ราคาทองคำเกิดความผันผวนเป็นระยะ
“ปัจจัยเรื่องการสะสมทองคำของธนาคารกลางทั่วโลกเป็นเพียงปัจจัยหนึ่งเท่านั้น แต่ยังมีเรื่องอัตราดอกเบี้ยและเรื่องผลตอบแทนของสินทรัพย์อื่นๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้ระหว่างทางราคาทองคำจะเกิดการแกว่งตัวจากการขายทำกำไร แต่มองว่าระยะยาวราคาจะยังคงเป็นทิศทางขาขึ้น” นางพวรรณ์กล่าว
สำหรับการปรับตัวลงของราคาทองคำในช่วงนี้ นางพวรรณ์กล่าวว่า เป็นการขายทำกำไรของพอร์ตลงทุน ท่ามกลางช่วงที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ราคาทองคำเผชิญแรงกดดันในระยะสั้น
อย่างไรก็ตาม หากมองในระยะยาวยังมีปัจจัยสนับสนุนหลายด้าน โดย YLG คาดว่าในช่วงครึ่งหลังของปี 2570 ราคาทองคำมีโอกาสกลับไปทดสอบจุดสูงสุดเดิมอีกครั้ง
YLG เปิด Gold Spot ซื้อขายดอลลาร์แบบเรียลไทม์
ขณะเดียวกัน YLG ยังเปิดให้บริการซื้อขายทองคำด้วยเงินดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ Gold Spot แบบเรียลไทม์ โดยรองรับทองคำความบริสุทธิ์ 99.99% ซึ่งสามารถลงทุนได้ทั้งหน่วยทรอยออนซ์และกิโลกรัม โดยกำหนดขั้นต่ำที่ 1 ทรอยออนซ์ และ 1 กิโลกรัมตามลำดับ
ส่วนทองคำความบริสุทธิ์ 96.5% สามารถลงทุนได้ด้วยเงินลงทุนขั้นต่ำ 10 บาททองคำ เปิดทางให้นักลงทุนสามารถเลือกลงทุนในทองคำให้สอดคล้องกับรูปแบบการลงทุนและระดับเงินลงทุนที่ต้องการ







