
ทองคำฟื้น ลุ้นฝ่า 4,400 ดอลลาร์ จับตาเฟด–บอนด์ยีลด์–ตะวันออกกลาง
กูรูมองทองคำฟื้น ลุ้นฝ่า 4,400 ดอลลาร์ แนะรอซื้อเมื่อย่อ 4,330–4,300 ดอลลาร์ พร้อมจับตาทิศทางเฟด บอนด์ยีลด์ใกล้ 5% และไฟสงครามตะวันออกกลาง
KEY
POINTS
- ราคาทองคำฟื้นตัวกลับมายืนเหนือ 4,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และมีแนวโน้มทดสอบแนวต้านสำคัญที่ 4,400 ดอลลาร์
- ปัจจัยหลักที่ต้องจับตาซึ่งจะส่งผลต่อทิศทางราคา ได้แก่ นโยบายดอกเบี้ยของเฟด, อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ และสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง
- การฟื้นตัวของราคาทองคำได้รับแรงหนุนจากราคาน้ำมันที่อ่อนตัวลง ซึ่งช่วยคลายความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ
- นักวิเคราะห์แนะนำให้รอจังหวะเข้าซื้อเมื่อราคาย่อตัว และติดตามปัจจัยภายนอกที่อาจสร้างความผันผวน
นักวิเคาระห์ประเมินราคาทองคำเริ่มฟื้น หลังกลับมายืนเหนือ 4,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และมีลุ้นทดสอบแนวต้าน 4,400 ดอลลาร์ รับแรงหนุนจากราคาน้ำมันที่อ่อนตัว ช่วยคลายความกังวลเงินเฟ้อบางส่วน แนะรอจังหวะเข้าซื้อเมื่อราคาย่อตัว พร้อมจับตาทิศทางดอกเบี้ยเฟด อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ และสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจทำให้ราคาผันผวนได้
นางสาวอารีรัตน์ มุราชัย หัวหน้านักวิเคราะห์ บริษัท จีแคป จำกัด หรือ GCAP GOLD เปิดเผยว่า ราคาทองคำส่งสัญญาณฟื้นตัวต่อเนื่อง หลังกลับมายืนเหนือระดับ 4,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และขยับเข้าใกล้แนวต้านสำคัญบริเวณ 4,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์
แรงหนุนส่วนหนึ่งมาจากราคาน้ำมันที่ปรับลดลง ช่วยผ่อนคลายความกังวลด้านเงินเฟ้อและลดแรงขายทองคำลง อย่างไรก็ดี ทิศทางค่าเงินดอลลาร์ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (Bond Yield) แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ตลอดจนสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ยังเป็นปัจจัยที่นักลงทุนต้องติดตามใกล้ชิด
วางแผนลงทุน รอซื้อเมื่อย่อตัว
ในด้านกลยุทธ์การลงทุนนั้น แนะนำให้รอเข้าซื้อเมื่อราคาทองคำย่อตัวและสามารถสร้างฐานบริเวณ 4,300-4,330 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือเทียบเท่าราคาทองคำไทยประมาณ 67,800-68,250 บาท โดยมีแนวต้านสำหรับแบ่งขายทำกำไรระยะสั้นที่ 4,400-4,420 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือประมาณ 69,200-69,500 บาท
หากราคาทองคำยืนเหนือ 4,420 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือราคาทองคำไทยราว 69,500 บาทได้อย่างแข็งแกร่ง จะเปิดโอกาสให้ปรับขึ้นทดสอบระดับ 4,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือประมาณ 70,500 บาท นักลงทุนที่ถือทองคำอยู่จึงสามารถถือลุ้นต่อได้
แต่หากราคาหลุด 4,300 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หรือประมาณ 67,800 บาท แนะนำให้ชะลอการลงทุนและรอให้ราคาสร้างฐานใหม่ก่อนพิจารณาเข้าซื้ออีกครั้ง
เฟดและ Bond Yield ชี้ทิศทางทอง
ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามคือถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่เฟด หลังการประชุมล่าสุดมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ขณะที่ Dot Plot ส่งสัญญาณว่าเฟดอาจขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมอย่างน้อยอีก 1 ครั้งภายในสิ้นปี
หากเจ้าหน้าที่เฟดยังคงให้น้ำหนักกับความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ เงินดอลลาร์และ Bond Yield อาจปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งจะจำกัดโอกาสฟื้นตัวของราคาทองคำ ในทางกลับกัน หากเฟดส่งสัญญาณขอประเมินข้อมูลเศรษฐกิจก่อนตัดสินใจ อาจช่วยลดแรงกดดันและเปิดทางให้ทองคำปรับขึ้นต่อ
อีกตัวแปรที่ต้องจับตาคือ Bond Yield สหรัฐฯ อายุ 10 ปี ซึ่งเคลื่อนไหวใกล้ระดับ 5% หากยืนเหนือระดับดังกล่าวและปรับขึ้นต่อ จะเพิ่มต้นทุนค่าเสียโอกาสในการถือครองทองคำ และอาจกดดันให้ราคากลับมาพักฐาน แต่หาก Bond Yield อ่อนตัวลง ก็จะเป็นแรงหนุนให้ทองคำมีโอกาสกลับไปทดสอบแนวต้านอีกครั้ง
ไฟสงครามมีทั้งแรงหนุนและแรงกดดัน
สถานการณ์ตะวันออกกลางยังส่งผลต่อราคาทองคำได้ทั้งสองด้าน แม้ราคาน้ำมันอ่อนตัวลง แต่ยังเคลื่อนไหวใกล้ระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่เหตุโจมตีเป้าหมายสำคัญในกรุงริยาดด้วยขีปนาวุธและโดรน เพิ่มความกังวลต่อความปลอดภัยของโครงสร้างพื้นฐานและเส้นทางขนส่งพลังงาน
หากความตึงเครียดรุนแรงขึ้นและดันราคาน้ำมันกลับสูง อาจกระตุ้นแรงซื้อทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย แต่ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นก็อาจเพิ่มความเสี่ยงเงินเฟ้อ และทำให้ตลาดคาดการณ์ว่าเฟดจะคงนโยบายการเงินเข้มงวดต่อไป ซึ่งอาจกลับมาเป็นแรงกดดันต่อราคาทองคำได้เช่นกัน







