
สรรพสามิต จ่อเก็บภาษีส่งออกบุหรี่ สกัดวงจรลักลอบนำเข้าเถื่อน
กรมสรรพสามิต จ่อปรับโครงสร้างจัดเก็บภาษีส่งออกบุหรี่ หวังอุดช่องโหว่การหมุนเวียนบุหรี่ส่งออกกลับเข้าประเทศ หลังพบสถิติจับกุมบุหรี่เถื่อนยึดคืนทะลุ 5 แสนซอง
KEY
POINTS
- กรมสรรพสามิตเตรียมเสนอนโยบายเก็บภาษีการส่งออกบุหรี่ เพื่อสกัดกั้นการลักลอบนำกลับเข้ามาจำหน่ายในประเทศ
- มาตรการนี้มีขึ้นหลังตรวจยึดบุหรี่เถื่อนที่ถูกส่งออกแล้วลักลอบนำกลับเข้ามาได้มากกว่า 5 แสนซอง
- การเก็บภาษีส่งออกมีเป้าหมายเพื่อลดส่วนต่างราคาบุหรี่ในประเทศและส่งออก ซึ่งจะช่วยลดแรงจูงใจในการลักลอบ
- ปัญหานี้ทำให้รัฐสูญเสียรายได้จากภาษีและสร้างการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้ประกอบการที่ถูกกฎหมาย
กรมสรรพสามิตเตรียมเสนอนโยบายจัดเก็บภาษีการส่งออกบุหรี่ เพื่อแก้ไขปัญหาการลักลอบนำบุหรี่ที่แสดงวัตถุประสงค์เพื่อการส่งออกวนกลับเข้ามาจำหน่ายอย่างผิดกฎหมายภายในประเทศ หลังสถิติตรวจยึดของกลางพบบุหรี่เถื่อนหมุนเวียนกลับเข้ามามากถึง 5 แสนซอง มุ่งปิดช่องทางแสวงหาผลประโยชน์และสร้างความเป็นธรรมในระบบภาษี
มาตรการเชิงรุกแก้ปัญหาโครงสร้างการค้าบุหรี่เถื่อน
นายพรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิตเปิดเผยว่า ขณะนี้กรมอยู่ระหว่างจัดทำมาตรการสกัดกั้นการลักลอบนำเข้าบุหรี่ ที่ถูกส่งออกไปแล้ววนกลับเข้ามาจำหน่ายในประเทศโดยผิดกฎหมาย หลังตรวจจับบุหรี่เถื่อน ที่แจ้งยอดส่งออกและนำกลับมาในประเทศมากกว่า 5 แสนซอง ซึ่งมักพบเป็นสินค้าที่ไม่มีภาพคำเตือนสุขภาพและมีบรรจุภัณฑ์ที่แตกต่างจากของไทยอย่างชัดเจน
การเคลื่อนไหวของกรมสรรพสามิตในการเตรียมจัดเก็บภาษีการส่งออกบุหรี่ ถือเป็นมาตรการเชิงยุทธศาสตร์ที่มุ่งเน้นการแก้ปัญหาโครงสร้างการค้าบุหรี่ผิดกฎหมายในประเทศไทย โดยเฉพาะประเด็นการหมุนเวียนของบุหรี่ที่ได้รับการยกเว้นภาษีเพื่อการส่งออก แต่นำกลับเข้ามาจำหน่ายในตลาดมืดภายในประเทศ ซึ่งสร้างความเสียหายต่อระบบภาษีและกลไกตลาดของอุตสาหกรรมยาสูบอย่างต่อเนื่อง
จากข้อมูลการตรวจค้นและจับกุมของเจ้าหน้าที่สรรพสามิตและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พบสถิติบุกยึดบุหรี่ที่ถูกลักลอบนำกลับเข้ามาจำหน่ายในประเทศมีจำนวนสูงถึง 5 แสนซอง รูปแบบของกระบวนการดังกล่าวเกิดจากการอาศัยสิทธิประโยชน์ทางภาษีของการส่งออก ซึ่งปกติจะได้รับยกเว้นภาษีสรรพสามิตและภาษีอื่นที่เกี่ยวข้อง ส่งผลให้ต้นทุนของบุหรี่ส่งออกต่ำกว่าบุหรี่ที่จำหน่ายในประเทศอย่างมาก จากนั้นกลุ่มผู้กระทำผิดจึงลักลอบนำบุหรี่ล็อตดังกล่าวกลับเข้ามาขายในตลาดภายในประเทศแบบหลบเลี่ยงการเสียภาษี
รัฐสูญรายได้จากปัญหาบุหรี่เถื่อนย้อนศร
ปัญหาบุหรี่หมุนเวียนหรือบุหรี่เถื่อนย้อนศร ไม่เพียงแต่ทำให้รัฐสูญเสียรายได้จากภาษีสรรพสามิต ภาษีเพื่อมหาดไทย และเงินส่งเข้ากองทุนต่างๆ แต่ยังสร้างผลกระทบต่อผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เนื่องจากบุหรี่เถื่อนที่ถูกนำกลับเข้ามามีราคาจำหน่ายต่ำกว่าราคาตลาดปกติอย่างมาก ส่งผลให้เกิดการบิดเบือนกลไกการค้า และกระตุ้นให้เกิดตลาดมืดขนาดใหญ่ในหลายพื้นที่ของประเทศ
มาตรการเก็บภาษีส่งออกบุหรี่ที่กรมสรรพสามิตกำลังพิจารณาจัดทำนั้น มีเป้าหมายเพื่อลดแรงจูงใจทางการเงินของกลุ่มผู้ลักลอบ การเรียกเก็บภาษีในขั้นตอนการส่งออกจะทำให้ส่วนต่างของราคาบุหรี่ส่งออกและบุหรี่ขายในประเทศลดแคบลง ซึ่งจะช่วยลดผลประโยชน์ส่วนต่างที่กลุ่มผู้กระทำผิดได้รับจากการนำบุหรี่วนกลับเข้ามาขายในประเทศ โดยกระบวนการนี้จะทำหน้าที่เป็นมาตรการป้องปรามตั้งแต่ต้นทางของการผลิตและจัดจำหน่าย
บูรณาการควบคุม ตรวจสอบระบบห่วงโซ่อุปทาน
นอกจากประเด็นเรื่องการจัดเก็บภาษีส่งออกแล้ว กรมสรรพสามิตยังวางแนวทางบูรณาการมาตรการควบคุมและตรวจสอบระบบห่วงโซ่อุปทานของการส่งออกยาสูบให้มีความรัดกุมมากยิ่งขึ้น ซึ่งรวมถึงการตรวจสอบเส้นทางการขนส่ง การตรวจสอบเอกสารการส่งออก ณ ด่านชายแดน และการประสานความร่วมมือกับหน่วยงานความมั่นคง กรมศุลกากร และเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อเฝ้าระวังพื้นที่จุดเสี่ยงตามแนวชายแดนที่มีการลักลอบขนถ่ายสินค้า
การยกระดับมาตรการทางภาษีในครั้งนี้ ยังสอดคล้องกับกรอบการดำเนินงานในการควบคุมสินค้าสรรพสามิตที่ต้องมีการติดตามตรวจสอบอย่างเข้มงวด โดยกรมสรรพสามิตคาดการณ์ว่า การจัดเก็บภาษีส่งออกบุหรี่จะช่วยอุดช่องโหว่ทางกฎหมายและระเบียบปฏิบัติเดิมที่เปิดโอกาสให้เกิดการสวมสิทธิ์ส่งออกบังหน้า แล้วนำสินค้ากลับมาหมุนเวียนในประเทศ
จากการประเมินสถานการณ์ของกรมสรรพสามิต ตัวเลขของกลางบุหรี่เถื่อนจำนวน 5 แสนซองที่จับกุมได้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของสินค้าที่หมุนเวียนในระบบการค้าผิดกฎหมาย ซึ่งการบังคับใช้ภาษีส่งออกบุหรี่ควบคู่ไปกับการเพิ่มประสิทธิภาพในการปราบปราม จะเป็นกลไกสำคัญในการตัดวงจรการลักลอบนำเข้าบุหรี่เถื่อน และช่วยรักษาฐานภาษีของประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรมในระยะยาว







