
'พันธ์ทอง' ถกออสเตรเลีย เดินหน้า MRA หนุนการค้า สกัดยาเสพติด-บุหรี่เถื่อน
กรมศุลกากร ประสบความสำเร็จ "พันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ " ถกออสเตรเลีย เดินหน้า MRA หนุนการค้า พร้อมสกัดยาเสพติด-บุหรี่เถื่อน
KEY
POINTS
- กรมศุลกากรไทยและออสเตรเลียเดินหน้าความตกลงยอมรับร่วมกัน (MRA) สำหรับผู้ประกอบการมาตรฐานเออีโอ เพื่อลดขั้นตอนการตรวจสอบและอำนวยความสะดวกทางการค้า
- ร่วมมือกับกองกำลังพิทักษ์พรมแดนออสเตรเลีย (ABF) แลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกเพื่อสกัดกั้นการลักลอบขนยาเสพติด โดยเฉพาะเฮโรอีนและบุหรี่หนีภาษี
- ความร่วมมือด้านหน่วยสุนัขดมกลิ่น (K-9) ที่ออสเตรเลียสนับสนุน เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้สามารถตรวจยึดยาเสพติดได้มากกว่า 1,200 กิโลกรัมในรอบ 10 เดือน
นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยระหว่างการหารือความร่วมมือทางศุลกากรไทย-ออสเตรเลีย ณ นครซิดนีย์ ว่า ทั้งสองประเทศได้ร่วมกันบูรณาการความร่วมมือใน 2 มิติหลัก คือการอำนวยความสะดวกทางการค้า และการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ โดยยึดหลักการทำงานควบคู่กันระหว่างการเปิดกว้างเพื่อการค้าและการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของห่วงโซ่อุปทาน
ตกลงยอมรับร่วมกัน หรือ MRA มาใช้กับผู้ประกอบการที่ได้มาตรฐานเออีโอ
ในด้านการอำนวยความสะดวกทางการค้า อธิบดีกรมศุลกากรระบุว่า ไทยและออสเตรเลียได้นำความตกลงยอมรับร่วมกัน หรือ MRA มาใช้กับผู้ประกอบการที่ได้มาตรฐานเออีโอ (Trusted Traders) ซึ่งเป็นระบบรับรองมาตรฐานสากล ช่วยลดขั้นตอนการตรวจสอบที่ซ้ำซ้อน ทำให้การตรวจปล่อยสินค้าทำได้รวดเร็วขึ้น และลดทั้งต้นทุนและระยะเวลาในการขนส่งสินค้าระหว่างสองประเทศ
“การบูรณาการความร่วมมือระหว่างไทยกับออสเตรเลียครั้งนี้ มุ่งเน้นสองด้านหลักคือการอำนวยความสะดวกทางการค้า และการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ เราใช้ความตกลง MRA สำหรับผู้ประกอบการมาตรฐานเออีโอ เพื่อลดขั้นตอนตรวจสอบที่ซ้ำซ้อน และช่วยให้การตรวจปล่อยสินค้าทำได้รวดเร็วขึ้น ซึ่งจะช่วยลดทั้งต้นทุนและระยะเวลาในการขนส่งสินค้าของภาคเอกชนทั้งสองฝ่าย” นายพันธ์ทองกล่าว
ร่วมมือABFเฝ้าระวังการลักลอบขนยาเสพติด
สำหรับด้านการป้องกันและปราบปรามสินค้าผิดกฎหมาย กรมศุลกากรไทยได้ร่วมมือกับกองกำลังพิทักษ์พรมแดนออสเตรเลีย หรือ ABF ในการเฝ้าระวังการลักลอบขนยาเสพติด โดยเฉพาะเฮโรอีน รวมถึงปัญหาบุหรี่หนีภาษีที่มีส่วนต่างกำไรสูง โดยใช้วิธีแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารเชิงลึกและการวิเคราะห์ความเสี่ยงเพื่อกำหนดเที่ยวบินเป้าหมายอย่างแม่นยำ แทนการสุ่มตรวจทั้งหมด
ความร่วมมือดังกล่าวยังครอบคลุมถึงหน่วยปฏิบัติการสุนัขดมกลิ่น หรือ K-9 ซึ่งออสเตรเลียให้การสนับสนุนทั้งตัวสุนัขและการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ไทย โดยความสำเร็จของหน่วยนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้กรมศุลกากรสามารถตรวจยึดยาเสพติดได้มากกว่า 1,200 กิโลกรัม ภายในช่วง 10 เดือนของปีงบประมาณนี้
“ความร่วมมือด้านการปราบปรามยาเสพติดกับออสเตรเลียเป็นไปอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการเฝ้าระวังเฮโรอีนและบุหรี่หนีภาษีที่มีส่วนต่างกำไรสูง เราใช้การวิเคราะห์ความเสี่ยงเพื่อกำหนดเที่ยวบินเป้าหมายอย่างแม่นยำ ไม่กระทบต่อกำหนดการเดินทางของเรือหรือเครื่องบิน และผลจากความร่วมมือนี้ทำให้เราตรวจยึดยาเสพติดได้กว่า 1,200 กิโลกรัมในรอบ 10 เดือนที่ผ่านมา” นายพันธ์ทองกล่าว
การส่งออกไปออสเตรเลียส่วนใหญ่มาจากทองคำมูลค่าสูงถึง 64,105.93 ล้านบาท
อธิบดีกรมศุลกากรกล่าวเพิ่มเติมถึงตัวเลขการค้าระหว่างไทยกับออสเตรเลียในช่วงเดือนมกราคมถึงกรกฎาคม 2569 ว่ามีมูลค่ารวม 448,774.90 ล้านบาท ขยายตัว 39.05% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยไทยเป็นฝ่ายเกินดุลการค้าสูงถึง 140,285.48 ล้านบาท จากมูลค่าการส่งออก 294,530.19 ล้านบาท ขยายตัว 35.48% และมูลค่าการนำเข้า 154,244.71 ล้านบาท ขยายตัว 46.41%
ทั้งนี้ การขยายตัวของการส่งออกไปออสเตรเลียส่วนใหญ่มาจากการค้าทองคำที่มีมูลค่าสูงถึง 64,105.93 ล้านบาท ซึ่งเป็นการนำทองคำความบริสุทธิ์ 96.5% จากไทยไปแปรรูปเป็นทองคำแท่งมาตรฐานสากล 99.99% หรือมาตรฐาน LBMA ในออสเตรเลียเพื่อการลงทุน หากหักปัจจัยทองคำออก การส่งออกสินค้ากลุ่มอุตสาหกรรมเดิมจะขยายตัวเพียง 3.0% เนื่องจากรถยนต์นั่งมีมูลค่าส่งออกลดลง ขณะที่รถกระบะและเครื่องปรับอากาศยังทรงตัว
ส่วนตลาดนิวซีแลนด์ซึ่งมีขนาดเล็กกว่าออสเตรเลียประมาณ 8.4 เท่า ไทยยังคงเป็นฝ่ายเกินดุลการค้า 14,365.42 ล้านบาท จากมูลค่าการค้ารวม 53,621.51 ล้านบาท ส่งผลให้ดุลการค้ารวมของไทยจากทั้งงสองตลาดออสเตรเลียและนิวซีแลนด์สูงถึง 154,650.90 ล้านบาท







