
CREDIT ปักธงสินเชื่อ 2 แสนล้าน ดัน ROE แตะ 20% คุม NPL ต่ำ 4.5%
CREDIT เร่งสินเชื่อปี 69 แตะ 2 แสนล้าน ดัน NIM ฟื้นสู่ 7.5-8% และ ROE ชิด 20% พร้อมคุม NPL ต่ำกว่า 4.5% เดินหน้า Core Banking ใหม่รับศึก Virtual Bank
KEY
POINTS
- ธนาคารไทยเครดิต (CREDIT) ตั้งเป้าสินเชื่อรวมปี 2569 เติบโตแตะ 200,000 ล้านบาท โดยเน้นขยายฐานลูกค้าไมโครเอสเอ็มอี (MSME) และสินเชื่อรายย่อย
- มุ่งผลักดันอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) ให้เติบโตขึ้นสู่กรอบบนที่ระดับ 20% ภายในสิ้นปี จากครึ่งปีแรกที่ทำได้ 16.1%
- ควบคุมสัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ให้อยู่ในระดับต่ำกว่า 4.5% ตลอดทั้งปี ผ่านการยกระดับการคัดกรองลูกค้าและบริหารจัดการหนี้เชิงรุก
นายรอยย์ ออกุสตินัส กุนารา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน) หรือ CREDIT เปิดเผยว่า ทิศทางการดำเนินธุรกิจในครึ่งหลังปี 2569 นี้ ธนาคารยังเดินหน้าเร่งเครื่องในการขยายฐานสินเชื่ออย่างต่อเนื่อง
โดยยังคงมีความมั่นใจว่าสินเชื่อทั้งปี 2569 จะทำได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ที่ระดับ 200,000 ล้านบาท หรือเติบโตในอัตราสองหลัก (Double Digit) ธนาคารจะเน้นเติบโตแบบรอบคอบ และไม่ปล่อยกู้เกินความจำเป็นของลูกค้า เพื่อรักษาเสถียรภาพ
ด้านส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) จะกลับเข้าสู่เป้าหมายที่ 7.5% - 8.0% ในครึ่งปีหลัง และมุ่งผลักดัน อัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) ให้เติบโตจาก 16% ขยับขึ้นไปชิดกรอบบนที่ 20% จากครึ่งปีแรกที่ 16.1%
ในส่วนการบริหารจัดการต้นทุนนั้น มองว่ายังคงทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยควบคุมอัตราส่วนค่าใช้จ่าย ต่อรายได้ (Cost to Income Ratio: CIR) คาดกรอบทั้งปี 42.0-44.0% จากครึ่งปีแรกอยู่ที่ 43.2% และรักษาเสถียรภาพของหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL Ratio) ทั้งปีในกรอบต่ำกว่า 4.5% จากครึ่งปีแรกอยู่ในระดับ 4.3%
เน้นขยายฐานลูกค้ารายย่อย
โดยใช้กลยุทธ์เชิงรุกผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการสร้างระบบนิเวศทางการเงินที่แข็งแกร่ง เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการธุรกิจไมโครเอสเอ็มอี (MSME) รวมถึงสินเชื่อนาโนและไมโครเครดิต (Nano and Micro Credit) ให้เติบโตอย่างมั่นคง
ตลอดจนเตรียมความพร้อมเปิดตัวระบบ Core Banking ใหม่ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการปฏิบัติงานและบริหารต้นทุน ในระยะยาว พร้อมทั้งเดินหน้าสานต่อโครงการให้ความรู้ทางการเงิน เพื่อปลูกฝังวินัยทางการเงินและช่วย ลดความเสี่ยง NPL ในพอร์ตสินเชื่อได้อย่างยั่งยืน
"ธนาคารอยู่ระหว่างพัฒนาแพลตฟอร์มคอร์แบงก์กิ้งใหม่ที่เป็น Fully Cloud และ Digital-first ภายใต้กลยุทธ์ช้าแต่ชัวร์โดยไม่ได้เน้นเปิดตัวเป็นคนแรกของตลาด แต่เลือกสร้างระบบไอทีที่แข็งแกร่งในระยะยาว ที่สำคัญคือระบบนี้เป็นการพัฒนาภายในองค์กร โดยบุคลากรของธนาคารเอง ทำให้งบลงทุนที่ใช้น้อยกว่างบประมาณระดับ 1-2 พันล้านบาทของธนาคารอื่นในอุตสาหกรรมอย่างมาก" นายรอยย์กล่าว
โดยการดำเนินงานในอนาคต ธนาคารยังคงมุ่งเน้นการขยายฐานลูกค้ารายย่อยและกลุ่มผู้ประกอบการ Micro SME ที่เข้าไม่ถึงบริการทางการเงินในระบบ (Underserved) ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อน Digital Transformation ผ่านแอปพลิเคชัน Micro Pay e - wallet และ alpha by Thai Credit
Virtual Bank ไม่กระทบ
สำหรับการเกิดขึ้นของธนาคารไร้สาขา (Virtual Bank) คาดว่าจะไม่ได้รับผลกระทบ เนื่องจาก CREDIT มีเครือข่ายสาขาที่เข้าถึงพื้นที่กว่า 500 สาขา และขับเคลื่อนโมเดลธุรกิจแบบ Hybrid ที่ผสมผสานระบบฐานข้อมูลเข้ากับสายสัมพันธ์และการเข้าใจในพื้นที่ของเจ้าหน้าที่ซึ่งระบบดิจิทัลล้วนไม่สามารถทดแทนได้
ด้านนโยบายปันผลปัจจุบันธนาคารจ่ายเงินปันผลที่อัตรา 30% ของกำไรสุทธิ โดยยืนยันจะรักษาระดับการจ่ายเงินปันผลให้มีความคงที่และเสถียรภาพ เนื่องจากเป็นองค์กรที่อยู่ในช่วงเติบโตและจำเป็นต้องสะสมเงินกองทุน (Capital)ไว้สร้างผลตอบแทนสูงสุดให้แก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาว ก่อนพิจารณาขยับเพิ่มผลตอบแทนเมื่อพร้อม
เปิด 4 ความสำเร็จในครึ่งแรกปี 69
1. การเติบโตของสินเชื่ออย่างแข็งแกร่ง (Strong Growth): ประสบความสำเร็จในการผลักดันสินเชื่อเติบโตตามเป้าหมาย โดยสินเชื่อปล่อยใหม่ขยายตัว 13.1% YoY สู่ระดับ 194,080.5 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าเปิดตัวศูนย์ธุรกิจไมโครเอสเอ็มอี (MSME Business Center) ใหม่ 6 แห่ง ในจังหวัดยุทธศาสตร์สำคัญทั่วประเทศ เพื่อเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือของผู้ประกอบการ SME ในระดับภูมิภาคให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
2. การปรับกลยุทธ์เพื่อเพิ่มอัตราผลตอบแทน (Improved NIM): เดินหน้าเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพผลตอบแทนและการบริหารความเสี่ยงอย่างเหมาะสม ได้แก่ สินเชื่อ ‘SME กล้าช่วย’ สำหรับผู้ประกอบการมีที่ดินเปล่าหรือที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง, ‘SME กล้าสู้’ ที่ใช้โมเดล Risk-Based Pricing, รวมถึงผลิตภัณฑ์ “Micro Max” ที่ขยายวงเงินสินเชื่อครอบคลุมกลุ่มผู้ค้าส่งและค้าปลีกทั่วประเทศ ควบคู่กับแรงหนุนจากพอร์ตสินเชื่อบุคคล (Personal Loan) ที่ยังคงเติบโตได้ อย่างแข็งแกร่งและต่อเนื่อง
3. การเสริมพลังและสนับสนุนผู้ประกอบการ MSME (MSME Expowerment): ขยายโอกาส การเข้าถึงเงินทุนเพื่อปลดล็อกศักยภาพธุรกิจ และโอกาสการเติบโตใหม่ๆ ให้แก่เจ้าของธุรกิจขนาดเล็ก พร้อมขานรับและขับเคลื่อนมาตรการ ‘Quick Big Win’ ของภาครัฐอย่างเต็มกำลัง เพื่อส่งผ่านความช่วยเหลือทางการเงินสู่ผู้ประกอบการได้อย่างตรงจุดและทันท่วงที
4. การรักษาเสถียรภาพและคุณภาพสินทรัพย์ (Stable NPL and Asset Quality): ยกระดับกระบวนการคัดกรองลูกหนี้และคุณภาพการเปิดบัญชีใหม่ ควบคู่กับการบริหารจัดการหนี้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนการดำเนินมาตรการช่วยเหลือและปรับโครงสร้างหนี้เชิงรุกแก่กลุ่ม MSME เพื่อควบคุมและรักษาเสถียรภาพของ NPL ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมและยั่งยืน







