thansettakij
thansettakij
ดาวโจนส์ปิดตลาดดิ่ง 703 จุด ยีลด์พุ่ง-น้ำมันแพง ฉุดตลาดหุ้นสหรัฐฯ ร่วงหนัก

ดาวโจนส์ปิดตลาดดิ่ง 703 จุด ยีลด์พุ่ง-น้ำมันแพง ฉุดตลาดหุ้นสหรัฐฯ ร่วงหนัก

21 ส.ค. 69 | 01:11 น.

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ร่วงหนัก ดัชนีดาวโจนส์ปิดตลาดดิ่ง 703 จุด ยีลด์พุ่ง-น้ำมันแพงดันเงินเฟ้อ ฉุดตลาดหุ้นสหรัฐฯ ร่วงหนัก นักลงทุนเทขายสินทรัพย์เสี่ยง

KEY

POINTS

  • ตลาดหุ้นดาวโจนส์ปิดร่วงลงกว่า 703 จุด โดยมีปัจจัยกดดันหลักจากการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ
  • ราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นได้กระตุ้นความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ ซึ่งส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค
  • ผลประกอบการที่น่าผิดหวังของบริษัทค้าปลีกรายใหญ่อย่าง Walmart เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่สร้างแรงกดดันต่อหุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 700 จุดในวันพฤหัสบดี (20 ส.ค.) เนื่องจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ดีดตัวขึ้น ซึ่งบั่นทอนความต้องการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง 

อีกทั้งผลประกอบการที่น่าผิดหวังของบริษัทค้าปลีกรายใหญ่อย่าง Walmart ยังสร้างแรงกดดันต่อหุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค ขณะที่การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันได้กระตุ้นความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ

  • ดัชนีดาวโจนส์ ปิดที่ 52,759.21 จุด ลดลง 703.84 จุด หรือ -1.32%
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,641.16 จุด ลดลง 66.82 จุด หรือ -0.87%
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,067.17 จุด ลดลง 263.92 จุด หรือ -1.00%

ทั้งนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี ดีดตัวขึ้นแตะระดับ 4.704% และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปี ปรับตัวขึ้นแตะระดับ 5.259% ในวันพฤหัสบดี 

แม้กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศมาตรการแทรกแซงตลาดด้วยการเพิ่มขนาดการซื้อคืนพันธบัตรมากเป็นสองเท่า ทั้งนี้ การพุ่งขึ้นของอัตราตอบแทนพันธบัตรทำให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับต้นทุนการกู้ยืมที่ปรับตัวสูงขึ้น

ดาวโจนส์ปิดตลาดดิ่ง 703 จุด ยีลด์พุ่ง-น้ำมันแพง ฉุดตลาดหุ้นสหรัฐฯ ร่วงหนัก

 

หุ้น 9 ใน 11 กลุ่มในดัชนี S&P500 ปิดในแดนลบ นำโดยหุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคร่วงลง 1.93% ตามด้วยหุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์ร่วงลง 1.89% 

ส่วนหุ้นกลุ่มพลังงานและกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ปรับตัวขึ้น 0.38% และ 0.15% 

หุ้น Walmart ร่วง 9.2%

หุ้น Walmart ร่วงลง 9.2% หลังบริษัทเปิดเผยผลประกอบการที่ต่ำกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ เนื่องจากราคาน้ำมันเบนซินที่สูงขึ้นทำให้ผู้บริโภคพากันลดการใช้จ่าย

ผลประกอบการที่อ่อนแอของ Walmart เป็นปัจจัยฉุดหุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคร่วงลง และยังได้ฉุดหุ้นบริษัทค้าปลีกคู่แข่งอย่าง Costco, Dollar Tree และ Albertsons โดยหุ้นเหล่านี้ปรับตัวลงระหว่าง 1% – 2.6%

ราคาน้ำมันเบรนท์ และน้ำมัน WTI พุ่งขึ้นกว่า 2% ท่ามกลางความวิตกกังวลว่าสงครามอิหร่านอาจลุกลามบานปลาย หลังจากโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ขู่ว่าจะใช้มาตรการตอบโต้ประเทศที่ให้การสนับสนุนอิหร่าน

นักวิเคราะห์จาก Edward Jones ให้ความเห็นว่า การพุ่งขึ้นของราคาน้ำมัน โดยเฉพาะน้ำมัน WTI ที่พุ่งขึ้นทะลุระดับ 87 ดอลลาร์/บาร์เรล ยิ่งเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับกำลังซื้อของผู้บริโภคชาวอเมริกัน ขณะที่นักลงทุนก็มีความกังวลอยู่แล้วหลังจากข้อมูลยอดขายปลีกและข้อมูลตลาดแรงงานประจำเดือนก.ค.ออกมาแย่กว่าที่คาดไว้ นอกจากนี้ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่ดีดตัวขึ้นยังทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับต้นทุนการกู้ยืมและส่งผลกระทบต่อการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง

ดาวโจนส์ปิดตลาดดิ่ง 703 จุด ยีลด์พุ่ง-น้ำมันแพง ฉุดตลาดหุ้นสหรัฐฯ ร่วงหนัก

 

หุ้นบริษัทเรือสำราญร่วงลงท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับต้นทุนราคาน้ำมันที่สูงขึ้น โดยหุ้น Royal Caribbean Group และหุ้น Carnival Corp ต่างก็ร่วงลงกว่า 4%

หุ้น Coty บริษัทเครื่องสำอางแบรนด์ CoverGirl ดิ่งลง 9.2% หลังจากบริษัทเปิดเผยตัวเลขคาดการณ์กำไรในไตรมาสปัจจุบันที่ต่ำกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ 

หุ้น Moderna ผู้ผลิตวัคซีนรายใหญ่ ปิดตลาดร่วงลง 23.5% หลังจากทะยานขึ้นเกือบ 177% ในวันพุธ อันเนื่องมาจากข่าวความสำเร็จในการทดลองยารักษาโรคมะเร็งชนิด mRNA

หุ้นเกี่ยวกับคริปโทเคอร์เรนซีพุ่ง

หุ้นที่เกี่ยวข้องกับคริปโทเคอร์เรนซีพุ่งขึ้น หลังทรัมป์ เรียกร้องให้สภาคองเกรสเร่งผ่านกฎหมายสำคัญเพื่อวางกรอบการกำกับดูแลอุตสาหกรรมคริปโทเคอร์เรนซี โดยหุ้น Strategy และหุ้น Coinbase Global ต่างพุ่งขึ้นกว่า 7%

สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจที่มีการรายงานเมื่อคืนนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ เปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก ลดลง 6,000 ราย สู่ระดับ 206,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 210,000 ราย