
ดาวโจนส์ปิดตลาดบวก 69 จุด S&P500 ทำนิวไฮ PPI ต่ำคาด หนุนความหวังเฟดไม่ขึ้นดอกเบี้ย
หุ้นสหรัฐพุ่ง ดัชนีดาวโจนส์ปิดบวก 69 จุด แตะ 53,839 จุด S&P500 ทำนิวไฮ PPI ต่ำคาด น้ำมันร่วง นักลงทุนคลายกังวลเงินเฟ้อ หนุนความหวังเฟดไม่ขึ้นดอกเบี้ย
KEY
POINTS
- ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดในแดนบวก โดยดัชนีดาวโจนส์เพิ่มขึ้น 69.72 จุด และดัชนี S&P500 ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
- ปัจจัยหนุนหลักมาจากดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของสหรัฐฯ ในเดือน ก.ค. ที่ออกมาต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ซึ่งช่วยคลายความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ
- ข้อมูลเงินเฟ้อที่ชะลอตัวลงทำให้นักลงทุนมีความหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนกันยายน
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกในวันพฤหัสบดี (13 ส.ค.) ขณะที่ดัชนี S&P500 ปิดทำที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
โดยตลาดได้แรงหนุนจากดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ที่ออกมาต่ำกว่าคาด ซึ่งทำให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อและมีความหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา หรือเฟด (FED) จะยังไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนก.ย.
นอกจากนี้ แรงซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและการชะลอตัวลงของราคาน้ำมันยังเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยหนุนตลาด
- ดัชนีดาวโจนส์ ปิดที่ 53,839.99 จุด เพิ่มขึ้น 69.72 จุด หรือ +0.13%
- ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,798.99 จุด เพิ่มขึ้น 50.49 จุด หรือ +0.65%
- ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,803.03 จุด เพิ่มขึ้น 214.54 จุด หรือ +0.81%
กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ ระบุว่า ดัชนี PPI ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้ผลิต ปรับตัวขึ้น 4.7% ในเดือนก.ค. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 4.9% และชะลอตัวลงจากระดับ 5.5% ในเดือนมิ.ย.
PPI เพิ่ม 4.2%
ส่วนดัชนี PPI พื้นฐาน (Core PPI) ซึ่งไม่รวมหมวดอาหารและพลังงาน เพิ่มขึ้น 4.2% ในเดือนก.ค. เมื่อเทียบรายปี ชะลอตัวลงจากระดับ 4.7% ในเดือนมิ.ย. และสอดคล้องกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์
ข้อมูลดังกล่าวประกอบกับดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนก.ค.ที่ชะลอตัวลงสอดคล้องกับการคาดการณ์นั้น ทำให้นักลงทุนมีความหวังว่าเฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับเดิมในการประชุมเดือนก.ย.
ราคาน้ำมัน WTI และน้ำมันเบรนท์ ต่างก็ร่วงลงกว่า 2% ในวันพฤหัสบดี และเป็นปัจจัยหนุนตลาด เนื่องจากการชะลอตัวของราคาน้ำมันช่วยคลายความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อ
หุ้น 7 ใน 11 กลุ่มในดัชนี S&P500 ปิดในแดนบวก นำโดยหุ้นกลุ่มบริการด้านการสื่อสารพุ่งขึ้น 1.56% ตามด้วยหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์พุ่งขึ้น 1.34% ส่วนหุ้นกลุ่มวัสดุและกลุ่มพลังงานปรับตัวลง 0.7% และ 0.1%
หุ้นบริษัทผลิตชิปหน่วยความจำอย่าง Sandisk และ Micron Technology พุ่งขึ้น 13.7% และ 4.2%
ขณะที่หุ้น Microsoft ดีดตัวขึ้นเกือบ 1% และหุ้น Meta Platforms พุ่งขึ้น 2.8%
การคาดการณ์ผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ ซึ่งรวมถึง Microsoft และ Amazon ช่วยให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับการที่บริษัทเทคโนโลยีเหล่านี้ทุ่มเงินลงทุนจำนวนมากไปกับศูนย์ข้อมูลปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ (AI)
หุ้น Dell Technologies พุ่งขึ้น 2.1% และหุ้น HP ทะยานขึ้น 6.9% โดยได้แรงหนุนจากการที่นักลงทุนมีมุมมองบวกต่อผลประกอบการที่แข็งแกร่งของ Lenovo ซึ่งเป็นบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของจีน
หุ้น Netfix พุ่ง 5.4%
หุ้น Netflix ผู้ให้บริการสตรีมมิงภาพยนตร์ พุ่งขึ้น 5.4% หลังจากบิล แอคแมน มหาเศรษฐีนักลงทุนและผู้บริหารกองทุนเฮดจ์ฟันด์ Pershing Square ได้เปิดเผยการเข้าถือหุ้นรอบใหม่ใน Netflix ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปรับพอร์ตการลงทุนครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปีของ Pershing Square
หุ้น CoreWeave ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์สำหรับ AI ปิดตลาดลดลง 1.3% หลังจากทะยานขึ้นแข็งแกร่งถึง 19% ในวันพุธ ภายหลังจากบริษัทเปิดเผยกำไรไตรมาส 2/2569 ที่สูงเกินคาด และปรับเพิ่มคาดการณ์การใช้จ่ายด้านการลงทุน (CapEx) รายปี
นักลงทุนยังคงติดตามสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ โดยทั้งสองฝ่ายยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงสันติภาพเพื่อยุติความขัดแย้งในประเด็นต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นช่องแคบฮอร์มุซ
ล่าสุด ศูนย์บัญชาการกลาง คาตัม อัล-อันบิยา ซึ่งเป็นกองบัญชาการหลักของอิหร่าน ระบุว่า ไม่มีเรือพาณิชย์หรือเรือบรรทุกน้ำมันลำใดสามารถแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างปลอดภัยโดยไม่ได้รับอนุญาตและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกองกำลังติดอาวุธอิหร่าน







