thansettakij
thansettakij
ดาวโจนส์ปิดตลาดร่วง 272 จุด น้ำมันพุ่งกว่า 2.5% นักลงทุนผวาศึกสหรัฐฯ-อิหร่าน

ดาวโจนส์ปิดตลาดร่วง 272 จุด น้ำมันพุ่งกว่า 2.5% นักลงทุนผวาศึกสหรัฐฯ-อิหร่าน

18 ส.ค. 69 | 01:11 น.

หุ้นสหรัฐฯ ปิดลบยกแผง ดัชนีดาวโจนส์ปิดตลาดร่วง 272 จุด น้ำมันพุ่งกว่า 2.5% นักลงทุนผวาศึกสหรัฐฯ-อิหร่าน ก่อนจับตาผลประกอบการค้าปลีก

KEY

POINTS

  • ตลาดหุ้นดาวโจนส์ปิดลบ 272.63 จุด โดยมีแรงกดดันจากความกังวลของนักลงทุน
  • ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านที่ทวีความตึงเครียดขึ้น ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงกว่า 2.5%
  • นักลงทุนชะลอการซื้อขายเพื่อรอติดตามผลประกอบการของบริษัทค้าปลีกรายใหญ่ และรายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบในวันจันทร์ (17 ส.ค.) โดยตลาดถูกกดดันจากการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างสหรัฐอเมริกากันอิหร่าน 

ขณะเดียวกันนักลงทุนระมัดระวังการซื้อขายก่อนที่บริษัทค้าปลีกรายใหญ่จะเปิดเผยผลประกอบการในสัปดาห์นี้

  • ดัชนีดาวโจนส์ ปิดที่ 53,459.78 จุด ลดลง 272.63 จุด หรือ -0.51%
  • ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,745.06 จุด ลดลง 40.70 จุด หรือ -0.52%
  • ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 26,644.91 จุด ลดลง 84.25 จุด หรือ -0.32%

ทั้งนี้ ราคาน้ำมันเบรนท์ และน้ำมัน WTI ต่างก็พุ่งขึ้นมากกว่า 2.5% ท่ามกลางความวิตกกังวลว่าการเจรจาสันติภาพที่ยังไม่มีความคืบหน้าระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน อาจทำให้ความขัดแย้งของทั้งสองประเทศยืดเยื้อและส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันทั่วโลก

สำนักข่าว Tasnim ซึ่งเป็นสื่อของอิหร่านระบุว่า เอสมาอิล บาเกอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน กล่าวว่า อิหร่านไม่มีแผนที่จะเจรจากับสหรัฐฯ เพื่อขยายระยะเวลาของบันทึกความเข้าใจ (MOU) ที่มีกำหนดสิ้นสุดลงในจันทร์ที่ 17 ส.ค. โดยระบุว่าสหรัฐฯ ได้ละเมิดข้อตกลง MOU ตั้งแต่เริ่มต้น ดังนั้น ประเด็นเรื่องกรอบเวลา 60 วันจึงไม่จำเป็นต้องนำมาพิจารณา

ดาวโจนส์ปิดตลาดร่วง 272 จุด น้ำมันพุ่งกว่า 2.5% นักลงทุนผวาศึกสหรัฐฯ-อิหร่าน

 

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุกับผู้สื่อข่าวว่า สหรัฐฯ ไม่มีแผนที่จะการขยายข้อตกลง MOU และเรียกร้องให้อิหร่านยอมจำนน นอกจากนี้ ทรัมป์ขู่ว่าจะโจมตีโอมาน หากโอมานเข้ามาขัดขวางการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซของสหรัฐฯ

หุ้น 10 ใน 11 กลุ่มในดัชนี S&P500 ปิดในแดนลบ นำโดยหุ้นกลุ่มบริการด้านการสื่อสารร่วงลง 1.47% และกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคร่วงลง 1.46% 

หุ้นพลังงานเป็นกลุ่มเดียวที่ปิดบวก

ส่วนหุ้นกลุ่มพลังงานเป็นหุ้นเพียงกลุ่มเดียวที่ปิดบวก โดยปรับตัวขึ้น 0.87% หลังจากราคาน้ำมันดีดตัวขึ้น

หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวผันผวน เนื่องจากนักลงทุนยังคงกังวลว่าเม็ดเงินจำนวนมากที่บริษัทเหล่านี้ลงทุนไปกับปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ (AI) จะให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่าหรือไม่ 

หุ้น Microsoft และหุ้น Meta Platforms ต่างก็ร่วงลงกว่า 3% และเป็นปัจจัยฉุดดัชนี S&P500 มากที่สุด ขณะที่หุ้น Micron Technology บวก 4% และหุ้น Applied Materials ปรับตัวขึ้น 5.5%

อย่างไรก็ดี นักลงทุนจับตาผลประกอบการของบริษัทค้าปลีกรายใหญ่ในสหรัฐฯ โดยบริษัท Home Depot มีกำหนดรายงานผลประกอบการรายไตรมาสในวันนี้ (18 ส.ค.) และบริษัท Lowe’s จะรายงานผลประกอบการในวันพุธ (19 ส.ค.) 

ดาวโจนส์ปิดตลาดร่วง 272 จุด น้ำมันพุ่งกว่า 2.5% นักลงทุนผวาศึกสหรัฐฯ-อิหร่าน

 

ขณะที่ Walmart ซึ่งเป็นบริษัทค้าปลีกรายใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ มีกำหนดรายงานผลประกอบการในวันพฤหัสบดี (20 ส.ค.)

ผลประกอบการของบริษัทค้าปลีกถูกจับตาอย่างใกล้ชิด เพราะเป็นสัญญาณบ่งชี้แนวโน้มการใช้จ่ายของผู้บริโภค หลังจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯ เปิดเผยเมื่อวันศุกร์ (14 ส.ค.) ว่า ยอดค้าปลีกลดลง 0.6% ในเดือนก.ค. เมื่อเทียบรายเดือน ซึ่งเป็นการลดลงมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนพ.ค. 2568 และสวนทางนักวิเคราะห์ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.1% หลังจากเพิ่มขึ้น 0.2% ในเดือนมิ.ย.

นักลงทุนจับตารายงานประชุมเฟด

นอกจากนี้ นักลงทุนจับตารายงานการประชุมประจำเดือนก.ค.ของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด (FED) ในวันพุธนี้ โดยในการประชุมเมื่อวันที่ 28-29 ก.ค..ที่ผ่านมา คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของเฟดได้ตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 3.50-3.75% 

แต่ผลการประชุมไม่เป็นเอกฉันท์ เนื่องจากสมาชิก FOMC จำนวน 9 คนโหวตให้คงอัตราดอกเบี้ย ขณะที่ 3 คนโหวตให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% เนื่องจากมีความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อที่ยังคงอยู่สูงกว่าเป้าหมาย 2% ของเฟดเป็นเวลากว่า 5 ปี