
เคทีซีเปิดเบื้องหลังกำไร Q2 โต 17.4% ดัน Digital Transformation คุมต้นทุน
เคทีซีเผยกำไรไตรมาส 2 ปี 69 โต 17.4% แตะ 2,225 ล้านบาท จากกลยุทธ์ Digital Transformation ใช้เทคโนโลยี ดาต้าขับเคลื่อนองค์กร ลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และการบริหารความเสี่ยง
KEY
POINTS
- เคทีซีมีกำไรสุทธิไตรมาส 2 ปี 2569 ที่ 2,225 ล้านบาท เติบโตขึ้น 17.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
- ผลกำไรที่เติบโตเป็นผลสำเร็จจากกลยุทธ์ Digital Transformation ที่ใช้เทคโนโลยีและข้อมูลเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนองค์กร
- การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ช่วยยกระดับการบริหารต้นทุน ทำให้สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้รวม (Cost-to-Income Ratio) ลดลงเหลือ 34.6%
- บริษัทมุ่งเน้นกลยุทธ์ Work Smarter โดยนำระบบอัตโนมัติ, AI และ Low-Code มาใช้เพื่อลดขั้นตอนการทำงานและเพิ่มประสิทธิภาพ
เคทีซีเผยผลสำเร็จกลยุทธ์ Digital Transformation หลังกำไรสุทธิไตรมาส 2/2569 แตะ 2,225 ล้านบาท เติบโต 17.4% พร้อมลด Cost-to-Income Ratio เหลือ 34.6% ชี้การใช้เทคโนโลยีและดาต้าทั่วทั้งองค์กรช่วยยกระดับการบริหารต้นทุน บริหารความเสี่ยง และพัฒนาประสบการณ์สมาชิก วางรากฐานการเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน
ดิจิทัล-ดาต้า หนุนกำไรเติบโตสองหลัก
บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC เดินหน้าขับเคลื่อนองค์กรด้วยกลยุทธ์ Building a Sustainable Future Through Digital Transformation โดยใช้เทคโนโลยีและข้อมูล (Data) เป็นแกนหลักในการยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน การบริหารความเสี่ยง และการพัฒนาประสบการณ์สมาชิก ส่งผลให้ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง
ผลประกอบการไตรมาส 2/2569 กลุ่มบริษัทมีกำไรสุทธิ 2,225 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารต่อรายได้รวม (Cost-to-Income Ratio) ลดลงจาก 35.0% เหลือ 34.6% สะท้อนประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุนและการบริหารคุณภาพพอร์ตสินเชื่อที่ดีขึ้น
ใช้ Data เชื่อมทุกหน่วยงาน สร้างองค์กรคล่องตัว
นางพิทยา วรปัญญาสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร KTC กล่าวว่า Digital Transformation ของบริษัทไม่ได้หมายถึงการลงทุนด้านเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการปรับรูปแบบการดำเนินงานทั้งองค์กร โดยใช้ข้อมูลเป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงการทำงานของทุกหน่วยงาน เพื่อให้องค์กรมีความคล่องตัว ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็ว และสามารถสร้างคุณค่าให้สมาชิกได้มากขึ้น
ขับเคลื่อนองค์กรผ่าน 4 ยุทธศาสตร์
KTC วางกลยุทธ์การดำเนินงานผ่าน 4 แนวทางหลัก ได้แก่ Reach Better, Grow Healthier, Bond Tighter และ Work Smarter ครอบคลุมการขยายฐานลูกค้าผ่านช่องทางดิจิทัล การพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วยข้อมูล การสร้างความผูกพันกับสมาชิก และการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานภายในองค์กร
บริษัทพัฒนา e-Application รองรับการสมัครผลิตภัณฑ์แบบ End-to-End พร้อมนำ Credit Scoring Model มาใช้ในการพิจารณาสินเชื่อ เพื่อเพิ่มการเข้าถึงผลิตภัณฑ์ภายใต้ระดับความเสี่ยงที่เหมาะสม
นอกจากนี้ ยังยกระดับ KTC Mobile ให้เป็นศูนย์กลางการให้บริการ พร้อมใช้ข้อมูลเพื่อสื่อสารแบบเฉพาะบุคคล (Personalization) ส่งมอบข้อเสนอและสิทธิประโยชน์ที่ตรงกับความต้องการของสมาชิกแต่ละราย
Grow Healthier ยกระดับธุรกิจอย่างยั่งยืน
KTC เดินหน้าพัฒนาธุรกิจตามแนวทาง ESG ควบคู่การสร้างนวัตกรรมดิจิทัล เพื่อสร้างการเติบโตที่มีคุณภาพและยั่งยืน
ล่าสุด บริษัทได้รับการคัดเลือกเข้าสู่ S&P Global Sustainability Yearbook 2026 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 และเป็นบริษัทไทยเพียงแห่งเดียวในกลุ่มอุตสาหกรรม Diversified Financial Services and Capital Markets ที่ได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในกลุ่ม 15% แรกของอุตสาหกรรม
Bond Tighter ยกระดับประสบการณ์และความปลอดภัย
KTC พัฒนาการให้บริการทุกช่องทาง ทั้ง KTC Mobile, LINE, Facebook เว็บไซต์ และ Contact Center พร้อมยกระดับเครื่องมือให้พนักงานสามารถเข้าถึงข้อมูลสมาชิกได้รวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น
ด้านความปลอดภัย บริษัทเพิ่มประสิทธิภาพระบบตรวจจับธุรกรรมผิดปกติ พร้อมพัฒนาบัตรเครดิตดิจิทัลที่ใช้ Dynamic CVV และ Numberless Card เพื่อลดความเสี่ยงจากการเปิดเผยข้อมูลบนหน้าบัตร และเพิ่มความมั่นใจในการทำธุรกรรมออนไลน์
Work Smarter ใช้ AI และ Low-Code เพิ่มประสิทธิภาพ
บริษัทนำระบบอัตโนมัติ เทคโนโลยี Low-Code และการเชื่อมโยงข้อมูลมาใช้ลดขั้นตอนการทำงาน ลดงานซ้ำซ้อน และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน
พร้อมส่งเสริมแนวคิด Citizen Developers เปิดโอกาสให้พนักงานพัฒนาเครื่องมือดิจิทัลด้วยตนเอง จัดตั้ง Fusion Team ที่ผสานความเชี่ยวชาญของฝ่ายธุรกิจและฝ่ายเทคโนโลยี รวมถึงศึกษาการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในกระบวนการทำงานที่เหมาะสม
การลงทุนด้านดิจิทัลของ KTC ไม่ได้มุ่งหวังผลตอบแทนระยะสั้น แต่เป็นการวางรากฐานให้องค์กรมีความคล่องตัว บริหารความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตัดสินใจได้แม่นยำขึ้น และส่งมอบประสบการณ์ที่ดีกว่าให้กับสมาชิก เพื่อรองรับการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว







