thansettakij
thansettakij
ผู้เสียหายร้อง ถูกโจรกรรมเหรียญคริปโตบน Bitkub สูญ 3.5 แสน

ผู้เสียหายร้อง ถูกโจรกรรมเหรียญคริปโตบน Bitkub สูญ 3.5 แสน 

27 ก.ค. 69 | 11:44 น.
อัปเดตล่าสุด :27 ก.ค. 69 | 12:06 น.

ผู้เสียหายร้อง ถูกโจรกรรมเหรียญคริปโตผ่านแพลตฟอร์ม Bitkub ใช้เวลาเพียง 7 นาที มูลค่าความเสียหายกว่า 3.5 แสนบาท เผยติดต่อ Bitkub แล้ว แต่ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือหรือความคืบหน้าที่ชัดเจนหลังผ่านไปกว่า 18 วัน

KEY

POINTS

  • ผู้ใช้งานแพลตฟอร์ม Bitkub ร้องเรียนกับฐานเศรษฐกิจว่า ถูกโจรกรรมเหรียญคริปโตมูลค่าความเสียหายกว่า 350,000 บาท
  • แฮกเกอร์ใช้วิธีเทขายเหรียญที่มีมูลค่าของผู้เสียหาย แล้วนำเงินไปซื้อเหรียญที่ไม่มีมูลค่า (CELR) ภายในบัญชี โดยใช้เวลาเพียง 7 นาที
  • ผู้เสียหายได้แจ้งความและติดต่อ Bitkub แล้ว แต่ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือหรือความคืบหน้าที่ชัดเจนหลังผ่านไปกว่า 18 วัน

จากกรณีสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ออกหนังสือกล่าวโทษต่อบริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด และอดีตกรรมการบริษัทอีก 2 ราย ว่าการกระทำของบิทคับเข้าข่ายเป็นการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อ ก.ล.ต.

ล่าสุด ผู้เสียหายจากการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลผ่านแพลตฟอร์ม Bitkub ได้ร้องเรียนมายังฐานเศรษฐกิจพร้อมส่งหลักฐานยืนยันว่า ตนเองได้ถูกโจรกรรมเหรียญคริปโต ไปตั้งแต่ช่วงบ่ายของวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 โดยใช้เวลาเพียง 7 นาทีก่อเหตุโจรกรรมเหรียญคริปโต เป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 350,000 บาท 

ผู้เสียหายเล่าว่า ตนรู้ตัวว่าถูกโจรกรรมในวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 ก็ได้เดินทางไปแจ้งความที่ สน.บางเขน แต่ทางเจ้าหน้าที่ให้ลงบันทึกประจำวันไว้ก่อนเนื่องจากไม่สามารถระบุตัวตนของแฮกเกอร์ได้ 

ในขณะเดียวกันได้แจ้งไปยังศูนย์บริการข้อมูลและช่วยเหลือของ Bitkub ผ่านทางเว็บไซต์ พร้อมแนบหลักฐานเป็นหนังสือรับรองรายการเดินบัญชี ซึ่งผ่านมากว่า 18 วัน ผู้เสียหายยังไม่ได้รับคำตอบใดๆจากผู้ให้บริการ ทั้งยังประสบปัญหาการสื่อสารกับผู้ให้บริการ เนื่องจากทุกครั้งที่ติดต่อไป ต้องเล่าเรื่องเริ่มต้นใหม่เสมอ ไม่มีระบบอัปเดตความคืบหน้าเป็นรายกรณี (Case Update) ทำให้ผู้เสียหายรู้สึกเหมือนถูกทอดทิ้ง

สำหรับรูปแบบการแฮ็กที่เกิดขึ้นนั้น ผู้เสียหายเล่าว่าตนเองโดนตั้งคำสั่งขายเหรียญคริปโตที่มีมูลค่า เช่น BTC , XRP รวมถึง KUB แล้วไปซื้อเหรียญ CELR ซึ่งถือเป็นเหรียญที่ไม่มีมูลค่า หรือที่เรียกว่าเหรียญขยะ

จากการตรวจสอบรายการเดินบัญชีของผู้เสียหายในวันที่ 6 กรกฎาคม 2569 พบว่า มีการขายเหรียญ BTC 20 ครั้ง , เหรียญ XRP 2ครั้ง และเหรียญ KUB 2ครั้ง ภายในเวลาไม่ถึง 1นาที หลังจากนั้นจะเป็นคำสั่งของเหรียญ CELR โดยเป็นคำสั่งซื้อ 56 ครั้ง คำสั่งขาย 20 ครั้ง โดยคำสั่งซื้อขายทั้งหมดนี้ รวมระยะเวลาไม่เกิน 7นาที  มูลค่าความเสียหายกว่า 350,000 บาท 

หลักฐานการสนทนากับศูนย์บริการ Bitkub

ลักษณะดังกล่าวมีความคล้ายคลึงกับเหตการณ์ที่เกิดกับกลุ่มผู้เสียหาย ที่ได้รวมตัวกันไปร้องเรียนยังสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2569 เนื่องจากนักลงทุนกว่า 40 ราย ถูกโจรกรรมทรัพย์สินดิจิทัลเกิดความเสียหายรวมกันสูงถึง 40 ล้านบาท

หนึ่งในผู้เสียหายระบุถึงพอร์ตการลงทุนมูลค่า 6.5 ล้านบาท ที่ถูกโจรกรรมจนเหลือมูลค่าสินทรัพย์อยู่ในบัญชีลงทุนเพียง 43,000 บาท โดยมิจฉาชีพเทขายบิทคอยน์และสินทรัพย์อื่นๆ จนเกลี้ยงพอร์ต แล้วนำเงินไปซื้อเหรียญไทโกะ(สภาพคล่องต่ำ) ในราคา 620 บาท จากราคาตลาดเพียง 3 บาท พร้อมตั้งคำสั่งขายรอไว้ในระดับราคาที่บิดเบี้ยว

การโจรกรรมในลักษณะดังกล่าว นักลงทุนเรียกว่าเป็นการ “ฆ่าในกระดาน” คือการโจรกรรมเหรียญคริปโตโดยไม่จำเป็นต้องโอนทรัพย์สินออกนอกแพลตฟอร์มแม้แต่น้อย 

ในกรณีดังกล่าว ผู้เสียหายยืนยันถึงความระมัดระวังขั้นสูงสุด เมื่อพบความผิดปกติได้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ศูนย์บริการลูกค้าทันที และปฏิบัติตามคำแนะนำทุกประการ เช่น ปิดการโอนเหรียญ ปิดการซื้อขาย และแจ้งระงับบัญชี แต่ปรากฏว่าความเสียหายยังคงเกิดขึ้น จึงเป็นเหตุให้รวมตัวกันร้องเรียนที่ ก.ล.ต. เพื่อสร้างบรรทัดฐานใหม่ในการปกป้องสิทธิผู้ลงทุน เนื่องจากผู้เสียหายไม่ได้รับคำตอบ และทางออกที่ชัดเจนในการนำทรัพย์สินกลับคืนมาแต่อย่างใด แม้จะได้เดินทางไปถึงสำนักงานใหญ่ของบิทคับแล้วก็ตาม