
ธปท. ลุยคุมเงินสดซื้อขายทองคำ เกินเพดานจ่ายผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์
ธปท. เปิดรับฟังความคิดเห็นร่างหลักเกณฑ์ซื้อขายทองคำแท่งผ่านหน้าร้านทอง จ่อจำกัดเพดานการชำระด้วย "เงินสด" ลูกค้าทั่วไปไม่เกิน 1-10 ล้านบาท/ราย/วัน/ร้าน ส่วนร้านทองซื้อขายระหว่างกันไม่เกิน 10-80 ล้านบาท ส่วนที่เกินต้องจ่ายผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น หวังอุดช่องธุรกรรมเงินไม่ทราบแหล่งที่มา-ดูแลเสถียรภาพค่าเงินบาท
KEY
POINTS
- ธปท. เตรียมออกหลักเกณฑ์ใหม่เพื่อควบคุมการซื้อขายทองคำแท่งด้วยเงินสดที่หน้าร้านทอง เพื่อปิดช่องโหว่และเพิ่มความโปร่งใส
- กำหนดเพดานการชำระด้วยเงินสด หากมูลค่าเกินกว่าที่กำหนดจะต้องชำระเงินส่วนที่เกินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น
- เสนอเพดานเงินสด 2 ระดับ คือ ลูกค้าทั่วไปไม่เกิน 1-10 ล้านบาท และระหว่างร้านทองด้วยกันไม่เกิน 10-80 ล้านบาท (ต่อราย/วัน/สาขา)
- มาตรการนี้มีเป้าหมายเพื่อป้องกันธุรกรรมที่แหล่งที่มาของเงินไม่ชัดเจน และดูแลเสถียรภาพของอัตราแลกเปลี่ยน ไม่ใช่การจำกัดวงเงินซื้อขาย
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อ "หลักเกณฑ์การซื้อขายทองคำแท่งผ่านหน้าร้านทอง" ภายใต้กฎหมายว่าด้วยการควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน ตั้งแต่วันที่ 22 ก.ค.-2 ส.ค. 2569 โดยมีกลุ่มผู้ได้รับผลกระทบหลักคือผู้ซื้อขายทองคำ ทั้งประชาชนทั่วไปและผู้ประกอบธุรกิจร้านทอง
ปิดช่องโหว่ "หน้าร้าน" หลังคุมแพลตฟอร์มออนไลน์ไปแล้ว
ธปท. ระบุถึงที่มาของการปรับปรุงหลักเกณฑ์ครั้งนี้ว่า การซื้อขายทองคำในประเทศมีมูลค่าสูงและส่งผลกระทบต่ออัตราแลกเปลี่ยนอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งแม้ปัจจุบันการซื้อขายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์จะถูกกำหนดให้รับ-จ่ายเงินผ่านระบบชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์แล้ว แต่การซื้อขายผ่านหน้าร้านทองยังไม่มีการกำหนดรูปแบบการชำระเงิน
ช่องว่างดังกล่าวทำให้เกิดความเสี่ยงจากการชำระด้วยเงินสดมูลค่าสูง ซึ่งอาจถูกใช้เป็นช่องทางทำธุรกรรมที่ไม่มีกิจกรรมทางเศรษฐกิจรองรับ หรือมีแหล่งที่มาของเงินไม่ชัดเจน และกระทบต่อเสถียรภาพอัตราแลกเปลี่ยนในที่สุด
ทั้งนี้ หลักเกณฑ์ปัจจุบันภายใต้กฎหมายควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน อนุญาตให้ซื้อขายทองคำในประเทศได้ รวมถึงการซื้อขายทองคำล่วงหน้าทั้งในและนอกศูนย์ซื้อขายสัญญาล่วงหน้า และให้ซื้อขายทองคำในต่างประเทศได้ ยกเว้นการซื้อขายทองคำล่วงหน้าในต่างประเทศที่ต้องได้รับอนุญาตจาก ธปท. ก่อน
ต่อมาในช่วงต้นปี 2569 ธปท. ได้ออกหลักเกณฑ์เพิ่มเติมสำหรับการซื้อขายทองคำในประเทศผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ เช่น การกำหนดวงเงินการซื้อขายทองคำสกุลบาท และเงื่อนไขให้ชำระค่าทองคำผ่านระบบชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น
เคาะเพดานเงินสด 2 ระดับ
สาระสำคัญของร่างหลักเกณฑ์ที่นำมารับฟังความคิดเห็นครั้งนี้ แบ่งเพดานการชำระด้วยเงินสดออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่
- ร้านทองกับลูกค้าทั่วไป ชำระด้วยเงินสดได้ไม่เกิน 1-10 ล้านบาท/ราย/วัน/ร้านทองหรือสาขาร้านทอง
- ร้านทองกับร้านทองด้วยกัน ชำระด้วยเงินสดได้ไม่เกิน 10-80 ล้านบาท/ราย/วัน/ร้านทองหรือสาขาร้านทอง
พร้อมกันนี้ยังกำหนดเงื่อนไขสำคัญอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ลูกค้าต้องรับมอบหรือส่งมอบทองคำแท่งด้วยตนเอง
ยันไม่กระทบรายย่อย ไม่ใช่การจำกัดวงเงินซื้อขาย
ธปท. ยืนยันว่าหลักเกณฑ์ดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อลูกค้าทั่วไปหรือผู้ประกอบธุรกิจร้านทองที่ทำธุรกรรมมูลค่าต่ำ ซึ่งยังคงเลือกชำระด้วยเงินสดหรือผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ตามปกติ
แต่จะทำให้ผู้ทำธุรกรรมมูลค่าสูงมีภาระเพิ่มขึ้นบ้าง จากการที่ไม่สามารถชำระด้วยเงินสดได้ทั้งจำนวน และต้องเปลี่ยนมาชำระเงินส่วนที่เกินกำหนดผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น
อย่างไรก็ดี ธปท. เน้นย้ำว่าหลักเกณฑ์นี้ไม่ได้เป็นการจำกัดวงเงินการซื้อขายทองคำแท่ง แต่เป็นการปรับ "รูปแบบการรับ-จ่ายเงิน" เพื่อป้องกันธุรกรรมที่มีแหล่งที่มาของเงินไม่ชัดเจน ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการติดตามธุรกรรมที่มีผลกระทบต่ออัตราแลกเปลี่ยน เพิ่มความโปร่งใส และสร้างความเชื่อมั่นในการซื้อขายทองคำ อันจะนำไปสู่เสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจและการเงินในภาพรวม
เปิด 2 ประเด็นรับฟังความเห็น
สำหรับแบบฟอร์มรับฟังความคิดเห็นต่อร่างหลักเกณฑ์การซื้อขายทองคำตามกฎหมายควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน ธปท. ตั้งประเด็นไว้ 2 ข้อ คือ
- ความคิดเห็นต่อหลักการในการกำหนดให้การซื้อขายทองคำที่ไม่ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ เช่น การซื้อขายทองคำที่ร้านทองด้วยเงินสดไม่เกินจำนวนที่กำหนด รวมทั้งเงื่อนไขอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและดูแลเสถียรภาพอัตราแลกเปลี่ยน โดยให้เลือกระหว่าง "เห็นด้วย" "ไม่เห็นด้วย" หรือ "ไม่มีความเห็นเพิ่มเติม" พร้อมระบุเหตุผลประกอบ
- ความเห็นเพิ่มเติมหรือข้อเสนอแนะต่อหลักการ





