thansettakij
thansettakij
ก.ล.ต. กล่าวโทษ 'สุภาพร พิมพงษ์' ส่งแบบ 59 แบบ 246-2 ข้อมูลเท็จ

ก.ล.ต. กล่าวโทษ 'สุภาพร พิมพงษ์' ส่งแบบ 59-246/2 ข้อมูลเท็จ

24 ก.ค. 69 | 10:56 น.
อัปเดตล่าสุด :24 ก.ค. 69 | 10:57 น.

ก.ล.ต. กล่าวโทษ 'สุภาพร พิมพงษ์'ต่อ บก.ปอศ. หลังตรวจพบการยื่นแบบ 59 และแบบ 246-2 ที่มีข้อมูลอันเป็นเท็จ ทั้งที่ไม่มีการถือครองหรือซื้อขายหลักทรัพย์จริง ย้ำเดินหน้าบังคับใช้กฎหมายเข้ม

KEY

POINTS

  • ก.ล.ต. กล่าวโทษนางสาวสุภาพร พิมพงษ์ ต่อ บก.ปอศ. ในข้อหานำส่งรายงานการถือครองหลักทรัพย์ (แบบ 59) และการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ (แบบ 246-2) ที่มีข้อความอันเป็นเท็จ
  • ผลการตรวจสอบพบว่าผู้ถูกกล่าวโทษไม่ได้ถือครองหรือทำธุรกรรมในหลักทรัพย์ตามที่ได้ยื่นรายงานไว้จริง ซึ่งเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.บ. หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ฯ
  • ก.ล.ต. ได้ดำเนินการลบข้อมูลที่ไม่ถูกต้องออกจากระบบเผยแพร่ เพื่อคุ้มครองผู้ลงทุนและรักษาความน่าเชื่อถือของตลาดทุน

ก.ล.ต. กล่าวโทษ "สุภาพร พิมพงษ์" ต่อ บก.ปอศ. หลังตรวจพบการนำส่งแบบรายงานการถือครองหลักทรัพย์ (แบบ 59) และรายงานการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ (แบบ 246-2) ที่มีข้อความอันเป็นเท็จ ทั้งที่ไม่ได้ถือครองหรือทำธุรกรรมหุ้นตามที่รายงาน พร้อมย้ำดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อคุ้มครองผู้ลงทุนและรักษาความน่าเชื่อถือของตลาดทุน

ก.ล.ต. เอาผิดส่งแบบ 59 และแบบ 246-2 เป็นเท็จ

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวโทษนางสาวสุภาพร พิมพงษ์ ต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) กรณีนำส่งรายงานการถือหลักทรัพย์และสัญญาซื้อขายล่วงหน้าของกรรมการ ผู้บริหาร ผู้สอบบัญชี ผู้ทำแผน และผู้บริหารแผน (แบบ 59) รวมถึงรายงานการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ (แบบ 246-2) ที่มีข้อความไม่ตรงกับความเป็นจริง

ก.ล.ต. ระบุว่า การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายการนำส่งเอกสารที่แสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 302/1 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 และมีโทษตามกฎหมาย

 

ตรวจพบแจ้งถือหุ้น 10 ฉบับ ทั้งที่ไม่มีธุรกรรมจริง

จากการตรวจสอบพบว่า ระหว่างวันที่ 27-28 มิถุนายน 2569 นางสาวสุภาพรได้ยื่นแบบ 59 จำนวน 4 ฉบับ ครอบคลุมหุ้นของบริษัทจดทะเบียน 4 แห่ง และระหว่างวันที่ 30 มิถุนายน-2 กรกฎาคม 2569 ได้ยื่นแบบ 246-2 อีก 7 ฉบับ ครอบคลุมหลักทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียน 6 แห่ง

 

อย่างไรก็ตาม ผลการตรวจสอบพบว่า ผู้ถูกร้องไม่ได้ถือครองหลักทรัพย์ หรือมีการได้มาหรือจำหน่ายหลักทรัพย์ตามที่ปรากฏในรายงานดังกล่าวแต่อย่างใด ส่งผลให้ ก.ล.ต. เห็นว่าการรายงานดังกล่าวเป็นการแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อหน่วยงานกำกับดูแล และมีมติกล่าวโทษต่อ บก.ปอศ. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

ก.ล.ต. แจ้งเตือนนักลงทุนก่อนลบข้อมูลออกจากระบบ

ก.ล.ต. เปิดเผยว่า ได้ติดตามความผิดปกติของข้อมูลอย่างใกล้ชิด และดำเนินการเป็นลำดับทันทีที่พบข้อสงสัย

เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 หน่วยงานได้นำข้อมูลแบบ 59 ออกจากระบบ หลังตรวจพบว่าผู้รายงานไม่ได้เป็นกรรมการ ผู้บริหาร หรือบุคคลที่มีหน้าที่ต้องรายงาน พร้อมกำหนดสถานะข้อมูลในแบบ 246-2 เป็น "ข้อมูลเบื้องต้น" เพื่อแจ้งเตือนผู้ลงทุน

ต่อมาเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 ได้เปลี่ยนสถานะเป็น "อยู่ระหว่างตรวจสอบความถูกต้อง" ควบคู่กับการรวบรวมพยานหลักฐานเชิงลึก และเมื่อได้รับการยืนยันจากผู้เกี่ยวข้องว่าข้อมูลไม่ถูกต้อง จึงนำข้อมูลทั้งหมดออกจากระบบเผยแพร่เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2569

ย้ำคุ้มครองผู้ลงทุน เดินหน้าบังคับใช้กฎหมาย

นายเอนก อยู่ยืน รองเลขาธิการและโฆษก ก.ล.ต. กล่าวว่า การดำเนินการของ ก.ล.ต. เป็นไปตามขั้นตอนของกระบวนการบังคับใช้กฎหมาย โดยให้ความสำคัญกับความถูกต้องของข้อมูลที่เผยแพร่สู่สาธารณะ เพื่อไม่ให้กระทบต่อการตัดสินใจลงทุนของประชาชน

นายเอนก อยู่ยืน รองเลขาธิการและโฆษก ก.ล.ต.

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2569 ก.ล.ต. ได้ร่วมกับ บก.ปอศ. ดำเนินการยืนยันตัวตนและเชิญผู้รายงานมาให้ถ้อยคำ ตามหลักกระบวนการที่เป็นธรรม (Due Process of Law) พร้อมศึกษามาตรการเพิ่มเติมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับการป้องกันและป้องปรามการรายงานข้อมูลอันเป็นเท็จในตลาดทุน

ภายหลังการกล่าวโทษ กระบวนการทางคดีจะเข้าสู่ขั้นตอนการสอบสวนของพนักงานสอบสวน การพิจารณาสั่งฟ้องของพนักงานอัยการ และการพิจารณาของศาลยุติธรรมตามลำดับ โดย ก.ล.ต. ระบุว่าจะติดตามความคืบหน้าของคดีและให้ความร่วมมือกับทุกหน่วยงานเพื่อสนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มที่