
ก.ล.ต.กล่าวโทษ Bitkub-อดีตกรรมการ ปมแจ้งข้อมูลเท็จปกปิดเหตุแฮ็ก 1,700 ล้าน
ก.ล.ต.กล่าวโทษ Bitkub และอดีตกรรมการ 2 ราย ต่อ บก.ปอศ. ปมแจ้งข้อมูลเท็จกรณีเหตุแฮ็กสินทรัพย์ดิจิทัลมูลค่า 1,700 ล้านบาท พร้อมส่งคดีเข้าสู่กระบวนการสอบสวนตามกฎหมาย
KEY
POINTS
- ก.ล.ต. ได้กล่าวโทษบริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด และอดีตกรรมการ 2 ราย คือ นายสกลกรย์ สระกวี และนายทวีทรัพย์ ราวรรณ์
- ข้อกล่าวหาคือการแจ้งข้อมูลอันเป็นเท็จต่อ ก.ล.ต. เพื่อปกปิดเหตุการณ์สินทรัพย์ดิจิทัลของลูกค้าถูกแฮ็กมูลค่าประมาณ 1,700 ล้านบาท ในช่วงเดือนพฤษภาคม 2564
- บิทคับไม่ได้รายงานข้อมูลความเสียหายให้สอดคล้องกับความเป็นจริงในแบบรายงานเงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิรายวัน (แบบ ดจ.1) ทำให้ดูเหมือนว่าทรัพย์สินของลูกค้าไม่ได้รับผลกระทบ
ก.ล.ต.กล่าวโทษบริษัท บิทคับ ออนไลน์ (Bitkub) และอดีตกรรมการ 2 ราย ต่อ บก.ปอศ. หลังตรวจพบการแจ้งข้อมูลอันเป็นเท็จต่อ ก.ล.ต. กรณีเหตุโจรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลเมื่อปี 2564 มูลค่าราว 1,700 ล้านบาท พร้อมกล่าวหาอดีตกรรมการลงข้อความเท็จในเอกสารของนิติบุคคล ขณะที่คดีเข้าสู่กระบวนการสอบสวนตามกฎหมาย
ก.ล.ต.กล่าวโทษ Bitkub ปมแจ้งข้อมูลเท็จกรณีแฮ็กสินทรัพย์ดิจิทัล
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า ได้กล่าวโทษ บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด (Bitkub) และอดีตกรรมการบริษัท 2 ราย ได้แก่ นายสกลกรย์ สระกวี และ นายทวีทรัพย์ ราวรรณ์ ต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) กรณีแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อ ก.ล.ต. และกรณีลงข้อความอันเป็นเท็จในเอกสารของนิติบุคคลเพื่อหลอกลวงหน่วยงานกำกับดูแล
การดำเนินการดังกล่าวเป็นผลจากการตรวจสอบเหตุการณ์โจรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลที่เกิดขึ้นกับ Bitkub ในช่วงเดือนพฤษภาคม 2564 ซึ่งส่งผลให้สินทรัพย์ดิจิทัลของลูกค้าบางส่วนถูกนำออกจากศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล คิดเป็นมูลค่าประมาณ 1,700 ล้านบาท
แม้ต่อมา Bitkub จะจัดหาสินทรัพย์ดิจิทัลมาทดแทนครบแล้วภายในวันที่ 31 ตุลาคม 2564 แต่ ก.ล.ต. พบว่า บริษัทไม่ได้รายงานข้อมูลให้สอดคล้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใน แบบรายงานเงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิรายวัน (แบบ ดจ.1) ที่ยื่นระหว่างวันที่ 10 พฤษภาคม – 30 ตุลาคม 2564
ก.ล.ต.ชี้รายงานไม่สะท้อนความเสียหายจากเหตุแฮ็ก
ก.ล.ต. ระบุว่า แบบรายงาน ดจ.1 ที่ Bitkub นำส่งในช่วงเกิดเหตุ ไม่ปรากฏการเปลี่ยนแปลงของยอดทรัพย์สินอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งที่บริษัทเผชิญเหตุโจรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล ส่งผลให้เข้าข่ายเป็นการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อ ก.ล.ต. ซึ่งเป็นความผิดตามมาตรา 76 แห่งพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561
ในช่วงเวลาดังกล่าว นายสกลกรย์ สระกวี และนายทวีทรัพย์ ราวรรณ์ ดำรงตำแหน่งกรรมการและเป็นผู้รับผิดชอบในการนำส่งแบบรายงาน จึงต้องร่วมรับผิดตามมาตรา 94 ประกอบมาตรา 76 ของกฎหมายฉบับเดียวกัน
อดีตกรรมการถูกกล่าวหาเพิ่ม ปมลงข้อความเท็จในเอกสาร
นอกจากการแจ้งข้อมูลอันเป็นเท็จแล้ว ก.ล.ต. ยังกล่าวโทษอดีตกรรมการทั้ง 2 รายเพิ่มเติม ฐานลงข้อความอันเป็นเท็จในเอกสารของนิติบุคคล โดยระบุว่าข้อมูลในแบบรายงาน ดจ.1 ทำให้ ก.ล.ต. เข้าใจว่าทรัพย์สินของลูกค้ายังคงได้รับการเก็บรักษาตามปกติ และไม่มีความเสียหายเกิดขึ้นกับบริษัท
การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 88(2) แห่ง พ.ร.ก.การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งกำหนดโทษสำหรับการลงข้อความเท็จในเอกสารของนิติบุคคลเพื่อหลอกลวงบุคคลอื่น
คดีเข้าสู่ชั้นสอบสวน ย้ำเป็นเพียงขั้นกล่าวโทษ
ก.ล.ต. ระบุว่า การกล่าวโทษครั้งนี้เป็นการส่งเรื่องให้ บก.ปอศ. ดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม โดยหลังจากนี้จะเข้าสู่ขั้นตอนการสอบสวนของพนักงานสอบสวน การพิจารณาสั่งฟ้องของพนักงานอัยการ และการพิจารณาของศาลตามลำดับ
ทั้งนี้ การกล่าวโทษของ ก.ล.ต. ยังไม่ใช่คำพิพากษาว่าผู้ถูกกล่าวโทษมีความผิด ผู้ถูกกล่าวโทษยังถือเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด
ก.ล.ต. ยังเตือนประชาชนและผู้ลงทุนให้ใช้บริการกับผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับใบอนุญาตเท่านั้น เพื่อให้ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย และลดความเสี่ยงจากการถูกหลอกลวงหรือการฟอกเงิน พร้อมแนะนำให้ตรวจสอบรายชื่อผู้ได้รับใบอนุญาตผ่านเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน SEC Check First รวมถึงแจ้งเบาะแสการกระทำที่น่าสงสัยผ่านศูนย์รับเรื่องร้องเรียนของ ก.ล.ต.







